Chonburi Sponsored

จับตาโอมิครอนBA.2 ระบาดเร็วขึ้น-ลามแล้ว40ปท. ครม.ไฟเขียวทุ่มงบ1พันล้าน

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

จับตาโอมิครอนBA.2

ระบาดเร็วขึ้น-ลามแล้ว40ปท.

ครม.ไฟเขียวทุ่มงบ1พันล้าน

จ้างจนท.อีก2,402รับมือไวรัส

‘ชัยวุฒิ’รมว.ดีอีเอสติดโควิด

ไทยป่วยใหม่7,139/ตาย13

ยอดโควิดติดเชื้อใหม่ไทยทรงตัว 7,139 ราย แต่หายป่วยพุ่ง 8,100 ราย เสียชีวิต 13 ศพ กทม.อันดับ 1ทะลุหลักพันต่อเนื่อง โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯห่วงใยพบเด็กป่วยโควิดเพิ่มต่อเนื่อง ขอพ่อแม่ผู้ปกครองดูแลใกล้ชิด จะเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็ก 31 มกราคมนี้ “บิ๊กตู่” ฉีดไฟเซอร์กระตุ้นเข็ม 4ก่อนบินซาอุฯ มั่นใจ ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง หลัง “ชัยวุฒิ”ติดโควิด ครม.อัดงบกลาง 1 พันล้านจ้างบุคลากรทางการแพทย์เพิ่ม2,402 อัตรา รับมือโควิด ฉีดวัคซีน-ดูแลทั่วถึง ด้านหมอ จับตา“โอมิครอน BA.2” อาจแพร่เชื้อไวกว่าสายพันธุ์หลักเดิม BA.1 พบระบาดแล้ว 40 ประเทศ เกาะติดสถานการณ์

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.)รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19ในประเทศไทยว่าวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7,139ราย จำแนกเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 6,924ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน10ราย ติดเชื้อจากผู้เดินทางต่างประเทศ195รายและติดเชื้อในเรือนจำ/ที่ต้องขังเพิ่ม20ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 161,204ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563จำนวน 2,384,639 ราย วันนี้หายป่วยเพิ่ม 8,100ราย หายป่วยสะสม 111,615 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,280,109 ราย

มีผู้เสียชีวิต13 คน เสียชีวิตสะสม 347 คน เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 รวม 22,045 คน ส่วนผู้เสียชีวิต 13ราย แบ่งเป็น ชาย 10 ราย หญิง 3 ราย เป็นคนไทย 13 ราย โดยกรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, ชุมพร และพัทลุง เสียชีวิตจังหวัดละ 1 ราย หนองคาย และชลบุรี เสียชีวิตจังหวัดละ 2 ราย เชียงใหม่เสียชีวิต 4 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาอยู่ 82,485 ราย แบ่งเป็นรักษาในโรงพยาบาล 38,874 ราย โรงพยาบาลสนามและอื่นๆ 43,611 ราย อาการหนัก 550 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 114 ราย

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวหรือปัจจัยเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรค อาทิ ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคหัวใจ เป็นต้น ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ยังคงติดจากคนในครอบครัว เพื่อน คนในชุมชน อาชีพเสี่ยง การเข้าไปสถานที่แออัด ไปพื้นที่ระบาด เป็นต้น

รายงานผลการดำเนินงานการรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ที่สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินเชียงใหม่ สนามบินหัวหิน สนามบินภูเก็ตและสนามบินสมุย ตั้งแต่วันที่ 1-23 มกราคม 2565 มียอดสะสม 5,461คน แยกเป็นกลุ่มTest&Go จำนวน 2,563ราย แซนด์บ็อกซ์ 2,311ราย อยู่ระหว่างกักตัว (Quarantine) 587 ราย ขณะที่จำนวนผู้รับวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์-วันที่23มกราคมรวม112,471,503โดส ใน 77จังหวัด จำนวนผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่1สะสม 52,065,518 ราย เข็มที่2 สะสม 48,160,766 ราย และเข็มที่ 3 สะสม 12,245,219 ราย

กทม.ยึดอันดับ1ติดทะลุพันต่อเนื่อง

รายงานระบุอีกว่า สำหรับ 10 อันดับจังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศรายใหม่สูงสุด อันดับ 1 กรุงเทพ ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 1,130ราย ยอดสะสม 17,741ราย อันดับ 2 สมุทรปราการ 549 ราย ยอดสะสม 12,517ราย อันดับ 3 ภูเก็ต 369 ราย ยอดสะสม 7,947 ราย อันดับ 4 นนทบุรี 368 ราย ยอดสะสม 6,670 ราย อันดับ 5 ชลบุรี 316 ราย ยอดสะสม 14,634 ราย อันดับ 6 ปทุมธานี 266 ราย ยอดสะสม 3,785 ราย อันดับ 7 ขอนแก่น 249 ราย ยอดสะสม 5,812 ราย อันดับ 8 นครราชสีมา 180 ราย ยอดสะสม 2,647 ราย อันดับ 9 ลพบุรี 155 รายยอดสะสม 1,683 ราย อันดับ 10 สมุทรสาคร 138 ราย ยอดสะสม 2,402 ราย

นายกฯห่วงเด็กติดโควิดเพิ่มต่อเนื่อง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ห่วงใยกรณีพบผู้ป่วยโควิด-19 ในเด็กเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่ได้รับเชื้อโควิด-19 จากคนในครอบครัว วอนผู้ปกครอง พ่อ แม่ หลีกเลี่ยงพาเด็กไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก ไม่เพิ่มโอกาสในการรับเชื้อ ขณะเดียวกันแนะนำให้ผู้ปกครองซึ่งต้องอยู่ใกล้ชิดเด็กขอให้เข้ารับวัคซีนให้ครบโดส เพื่อลดโอกาสที่จะนำเชื้อมาสู่เด็กเล็กด้วย

สธ.ฉีดวัคซีนให้เด็กเริ่ม31ม.ค.

โฆษกประจำสำนักนายกฯยังแนะนำว่า การป้องกันการติดเชื้อโควิด-19ให้กับเด็กนั้นควรทำควบคู่กับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง โดยวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 5-11 ปี ที่จะเข้ามาถึงประเทศไทยวันที่ 26 ม.ค.นี้จำนวน 3ล้านโดสจาก10ล้านโดส จะเริ่มให้บริการฉีดแห่งแรกที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) ก่อนเป็นแห่งแรก เพื่อเดินหน้าฉีดให้กับเด็กที่มีโรคประจำตัว ถือเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง ก่อนจะกระจายไปยังรพ.ต่างๆซึ่งได้ประสานกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับเด็กแล้ว โดย สธ.ตั้งเป้าจะเริ่มฉีดวัคซีน”ไฟเซอร์”เด็ก ในวันที่31ม.ค.นี้

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ปกครองให้พาบุตรหลานมารับการฉีดวัคซีนด้วยความสมัครใจ เพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญคือวัคซีนใจ ด้วยการอธิบายให้เด็กมีความเข้าใจอาการของโรค การเจ็บป่วยโควิด-19 สามารถรักษาได้ รวมทั้งลดอคติกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือหายแล้ว

“บิ๊กตู่”ฉีดไฟเซอร์เข็ม4ก่อนเยือนซาอุฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นเข็มกระตุ้นเข็มที่ 4เมื่อวันศุกร์ ที่21ม.ค.ที่ผ่านมา จากบริษัทไฟเซอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่านายกรัฐมนตรีได้รับวัคซีน 4 เข็มตามมาตรฐานสาธารณสุข ก่อนที่จะเดินทางเยือนประเทศซาอุดิอาระเบียอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้(25ม.ค.)โดยคณะจะขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมืองในเวลา07.00น.และเดินทางกลับถึงประเทศไทยในเวลา08.45น.ของวันรุ่งขึ้น(26 ม.ค.)

ทั้งนี้ แหล่งข่าวใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ระบุว่าหลังเดินทางกลับจากประเทศซาอุฯพล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะรวมถึง น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำและเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกฯสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะปฏิบัติตามระเบียบของ ศบค.อย่างเคร่งครัดรวมถึงคณะที่เดินทางไปพร้อมกับนายกรัฐมนตรีทั้ง นายดอน ปรมัตถ์สินัย รองนายกฯแบะ รมว.ต่างประเทศ โฆษกและรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

“ชัยวุฒิ”เผยติดเชื้อโควิด

ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอสเปิดเผยผลตรวจRT-PCR ผลปรากฏว่า มีการติดเชื้อโควิด-19แต่ยังไม่ทราบสายพันธ์ อยู่ระหว่างการรักษาตัวภายในโรงพยาบาล อาการยังคง ปกติ เป็นไข้ ปวดหัวเล็กน้อย ปอดไม่อักเสบ และเชื่อว่าสาเหตุการติดเชื้อ มาจาก การลงพื้นที่ จ. เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา แต่วันนี้จะเข้าประชุมครม.ผ่านระบบ คอนเฟอเรนซ์

“บิ๊กตู่”เสี่ยงน้อยไม่ได้ร่วมถก‘ชัยวุฒิ’

ในส่วนของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ได้มีภารกิจ หรือการประชุมร่วมกับนายชัยวุฒิ แต่อย่างใดในตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อีกทั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรีก็ยังเป็นการประชุมแบบ Video Conference จึงไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิด อีกทั้งพล.อ.ประยุทธ์ ได้มีการตรวจหาเชื้อเป็นประจำทุกสัปดาห์และล่าสุดนายกฯ ยังได้ตรวจหาเชื้อแบบ Rt-Pcr ก่อนเดินทางไปเยือนซาอุดิอาระเบียด้วย

รบ.ทุ่มงบ1พันล้านจ้างเพิ่ม2,402อัตรา

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ2565 งบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหาและเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) จำนวน1,084ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจจำนวน 2,402 อัตรา สำหรับโครงการจ้างแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ และสายงานบริการทางการแพทย์อื่น เป็นการจัดหาบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มเติมให้เพียงพอ สำหรับรองรับการระบาดของโรคโควิด-19 และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์

รับมือโควิด ฉีดวัคซีน-ดูแลทั่วถึง

สำหรับการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจจำนวน2,402 อัตรามีรายละเอียดดังนี้ แพทย์จำนวน 55 อัตรา, พยาบาลวิชาชีพ 950 อัตรา, นักวิชาการสาธารณสุขดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน หรือเป็นผู้ช่วยพยาบาล 1,084 อัตรา,เภสัชกร 9 อัตรา,นักเทคนิคการแพทย์269 อัตรา,นักรังสีการแพทย์ 6 อัตราและนักวิทยาศาสตร์การแพทย์29 อัตรา คุณสมบัติของผู้สมัคร ต้องไม่เป็นพนักงานราชการ พนักงานสาธารณสุข ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนหรือรายวันและจ้างเหมาบริการของกระทรวงสาธารณสุข ระยะเวลาการดำเนินโครงการ 9 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม- กันยายน2565 สำหรับประโยชน์ที่ได้รับคือบุคลากรที่อยู่นอกระบบการจ้างงานภาครัฐได้รับการจ้างงานและประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนและได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง

จับตาโอมิครอนBA.2แพร่เร็วกว่าBA.1

นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุขวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กChalermchai Boonyaleepun ระบุว่าเหนื่อยใจจริง ไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยที่2(BA.2)ทำท่าจะแพร่เร็วกว่าสายพันธุ์หลักเดิม (BA.1)ในขณะที่หลายประเทศในทวีปยุโรปประสบกับการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วกว้างขวางของไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์หลัก หรือ สายพันธุ์ย่อยที่1(BA.1)จนเข้าสู่พีคของการระบาดในระลอกใหม่อย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อวันละนับ 100,000ราย โดยที่มีผู้ป่วยหนักจำนวนไม่มากนักเมื่อคิดเป็นร้อยละเทียบกับเดลต้า แต่ถ้าคิดเป็นรายบุคคลหรือรายเตียงก็เป็นภาระกับระบบสุขภาพมากพอสมควร ขณะนี้รัฐบาลบางประเทศเชื่อว่าโควิดโดยโอมิครอนได้ผ่านพีคแล้วและกำลังวางแผนจะผ่อนคลายมาตรการต่างๆลง เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไป

สายพันธุ์BA.2ลามแล้ว40ประเทศ

ในวงการวิทยาศาสตร์ของยุโรปกำลังไม่แน่ใจในแนวทางดังกล่าว เพราะเริ่มพบข้อมูลบางอย่างของไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยที่ 2 ที่เรียกว่า สายพันธุ์ล่องหน (Stealth) ทำท่าจะแพร่ระบาดเร็วกว่าสายพันธุ์ย่อยที่ 1 ขณะนี้พบไวรัสสายพันธุ์ย่อยที่2แล้วใน40ประเทศ และพบอย่างชัดเจนในประเทศ เดนมาร์กและอังกฤษ โดย หน่วยงานทางด้านสาธารณสุขของอังกฤษ UKHSA:UK Health Security Agency ได้จัดให้ไวรัสสายพันธุ์ย่อยที่ 2 (BA.2)เป็นVUI :Variant Under Investigation เรียบร้อยแล้ว

สายพันธุ์ย่อยที่ 2 นี้พบเมื่อ 6 ธ.ค.64 จุดที่แตกต่างกับสายพันธุ์ย่อยที่1คือไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ตำแหน่ง69และ70ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก เพราะทำให้การตรวจ PCRสงสัยทันทีว่าจะเป็นไวรัสโอมิครอนและนำไปสู่การถอดรหัสจีโนมเพื่อยืนยันได้ เมื่อการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งดังกล่าวไม่พบในสายพันธุ์ย่อยที่2 การตรวจ PCRก็จะไม่สงสัยว่าเป็นโอมิครอน จึงเรียกว่าสายพันธุ์ล่องหน คือ ตรวจได้ยากขึ้น

ต้องเกาะติดตามการดื้อต่อวัคซีน

ไวรัสโคโรนาซึ่งก่อโรคโควิด จะมีวิวัฒนาการและการกลายพันธุ์ไปเรื่อยเรื่อย เนื่องจากเป็นไวรัสสายพันธุ์เดี่ยว มนุษย์ จึงต้องติดตามรายละเอียดเรื่องต่างๆอยู่ตลอดเวลา ไวรัสโอมิครอน(Omicron)หรือB.1.1.529 ขณะนี้ ค้นพบ 3 สายพันธุ์ย่อย ได้แก่ BA.1, BA.2 ,BA.3 สายพันธุ์ย่อยBA.1เป็นสายพันธุ์หลักในขณะนี้เพราะสามารถในการแพร่ระบาดที่รวดเร็วที่สุด ได้เกิดการระบาดไปแล้วกว่า 160 ประเทศทั่วโลก

ขณะนี้ เริ่มพบว่ามีบางประเทศพบ BA.2 แพร่ระบาดเร็วกว่า BA.1 เช่นในประเทศเดนมาร์กเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ติดโควิดเป็นสายพันธุ์ BA.2 ตามมาด้วยประเทศอังกฤษ นอร์เวย์และสวีเดน แต่ในสายพันธุ์ย่อยที่สอง BA.2ซึ่งทำท่าจะแพร่ระบาดเร็วกว่าสายพันธุ์ย่อยที่หนึ่ง BA.1ก็พบว่าทำให้อัตราการนอนโรงพยาบาล ไม่แตกต่างกัน หรือ ความรุนแรงในการก่อโรค ไม่ได้เพิ่มขึ้น ส่วนการดื้อต่อวัคซีนจะเป็นอย่างไร จะต้องติดตามกันต่อไป

หวั่นแพร่เร็วจะเป็นวิกฤติโลกอีกครั้ง

“ถ้าสายพันธุ์ BA.2 แพร่เร็วกว่าจริงก็จะเกิดการระบาดกลายเป็นสายพันธุ์หลักแทนสายพันธุ์BA.1 แต่ยังคงเป็นไวรัส Omicron อยู่ ในกรณีที่โชคดี สายพันธุ์ BA.2 มีความรุนแรงหรือการดื้อต่อวัคซีนเท่าเดิม ทุกอย่างก็จะเป็นในลักษณะของ Omicron ในปัจจุบัน แต่ถ้าโชคไม่ดี สายพันธุ์ BA.2 มีความรุนแรง หรือการดื้อต่อวัคซีนเพิ่มมากขึ้น ก็จะกลายเป็นสถานการณ์ที่มีการระบาด ที่นอกจากจะกว้างขวางรวดเร็วแล้ว ยังจะมีการเจ็บป่วยที่รุนแรง หรือ การดื้อต่อวัคซีนเกิดขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นวิกฤติของโลกอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ความหวังเรื่องโรคประจำถิ่นเลือนลางและห่างไกลออกไปอีก คงจะต้องติดตามข่าวโดยเฉพาะเรื่องทางระบาดวิทยาของไวรัสสายพันธุ์ย่อยที่สอง (BA.2) กันอย่างใกล้ชิดต่อไป เหนื่อยใจจริง”นพ.เฉลิมชัยระบุ

จับตาBA.2อาจแพร่ไวกว่าBA.1

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับสถานการณ์“โควิด-19”มีเนื้อหาช่วงหนึ่งว่าทะลุ 351 ล้านไปแล้ว เมื่อวานทั่วโลก ติดเพิ่มสูงถึง 2,150,102 คน ตายเพิ่ม4,566คนรวมแล้วติดไปรวม 351,897,549 คน เสียชีวิตรวม 5,614,275 คน 5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ อินเดีย ฝรั่งเศส อเมริกา อิตาลี และบราซิล จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชีย ยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมกันคิดเป็นร้อยละ 87.18 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 83.07 มองดูทวีปเอเชีย ยอดติดเชื้อใหม่รายวันของทวีปเอเชียนั้น มากกว่าทวีปอเมริกาเหนือและใต้รวมกันถึง 1.27 เท่า

ในขณะที่ญี่ปุ่นทำลายสถิติรายวันอย่างต่อเนื่อง ด้วยการติดเพิ่ม 54,180 คน มากกว่าสถิติสูงสุดของระลอกเดลต้ากว่า 2 เท่า …Omicron BA.2 สายพันธุ์ BA.2 นั้น ตอนนี้มีรายงานว่า กำลังพบมากขึ้นในหลายประเทศ เช่นเดนมาร์ก อินเดีย สิงคโปร์ สวีเดน สหราชอาณาจักร ข้อมูลยังมีไม่มากนักว่า ความรุนแรง และการดื้อต่อวัคซีน จะแตกต่างจากสายพันธุ์ Omicron BA.1 ที่กำลังระบาดหนักทั่วโลกขณะนี้หรือไม่ แต่ในเรื่องอัตราการแพร่เชื้อนั้น เริ่มมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจไวกว่า BA.1 หากดูในแง่ตำแหน่งการกลายพันธุ์ จะพบว่า BA.2 มีความแตกต่างจาก BA.1 หลายที่ แต่ต้องทำการวิจัยเพื่อหาข้อสรุปว่าการแพร่เชื้อ ความรุนแรง และการดื้อต่อวัคซีนจะเป็นเช่นไรกันแน่

แนะไม่ประมาทป้องกันตัวเคร่งครัด

ไทยเรานั้น อยู่ในเอเชีย ระลอกการระบาดจะช้ากว่าทวีปอื่น ดังนั้น จึงต้องรู้เท่าทันสถานการณ์ และหมั่นป้องกันตัวอย่างเคร่งครัดเป็นกิจวัตร ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า เลี่ยงที่แออัด ที่ระบายอากาศไม่ดี เลี่ยงการกินดื่มกับผู้อื่น พบคนน้อยลง สั้นลง อยู่ห่างคนอื่นเกินหนึ่งเมตร หากไม่สบาย ควรหยุดเรียน หยุดงานและตรวจรักษา ปัญหาเรื่อง Long COVID เป็นเรื่องที่ทุกคนควรตระหนักไว้ด้วยเสมอ

Chonburi Sponsored
อำเภอ เกาะจันทร์

พ.ศ. 2371 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มชาวลาวอาสาปากน้ำ บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม เป็นเมืองชั้นจัตวา สังกัดกรมท่า โดยบริเวณท่าบุญมี เป็นท่าน้ำและท่าเกวียน ขนส่งสินค้าป่าสู่เมืองพนัสนิคม ตั้งอยู่อยู่ในอาณาเขตเมืองพนัสนิคม พ.ศ. 2441 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีการปฏิรูปการปกครองประเทศและจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล ให้เมืองพนัสนิคมเป็นอำเภอพนัสนิคม ยกฐานะเป็นตำบลท่าบุญมี ในอดีตมีสภาพเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ปรากฏหลักฐานบันทึกชื่อดงในตำบลท่าบุญมี เช่น ดงดอกไม้ ดงรากไม้ เป็นต้น โดยอาจมีต้นจันทน์มาก จึงเรียกว่า "เกาะจันทร์"