เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ศูนย์ข่าวศรีราชา – จบกระแสดรามา “ลุงวี ขอทานหลังโก่ง ” ตำรวจชลบุรี ส่งตัวทั้งครอบครัวให้เจ้าหน้าที่ ตม.ศรีราชา ผลักดันออกนอกประเทศแล้ว ขณะเจ้าตัวลั่นกลับกัมพูชาแล้วไม่ขอกลับมาไทยอีก ทั้งไม่ยึดอาชีพขอทานต่อไป
จากกรณีที่ปรากฏคลิปวิดีโอในสื่อโซเชียล เป็นภาพชายลักษณะพิการหลังโก่งโก่ง 90 องศา” จนต้องเดินหัวทิ่มก้มหน้าหัวเกือบปักลงพื้นตลอดเวลาเดินถือกระป๋องเดินขอทาน อยู่ในตลาดทรัพย์รุ่งอรุณ (ตลาดวัดศรีฯ) ต.บ้านเก่า อ.พานทอง จ.ชลบุรี จนมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นใจเป็นจำนวนมาก
กระทั่ง เพจ”กันจอมพลัง” หรือ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ได้ออกมาแฉว่า ตนเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกขอทานชาวกัมพูชารายนี้หลอก เนื่องจากการสืบประวัติแล้วพบว่า “ลุงวี หลังโก่ง” คือแก๊งขอทานข้ามชาติที่หนีเข้ามาในประเทศไทยและเคยถูกส่งกลับแล้วถึง 3 ครั้ง ที่สำคัญขอทานรายนี้ยังมีรายได้มากกว่า 100,000 บาทและยังมีพฤติกรรมเข้าข่ายค้ามนุษย์เนื่องจากมีการนำเด็กอายุ 10 เดือนมานั่งขอทานด้วย
และเมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรพานทอง ได้ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดชลบุรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บุกจับ นายวีกลม อายุ 56 ปี ชาวกัมพูชาฐานลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฏหมาย และได้นำตัวไปสอบสวนว่าเข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่นั้น
วันนี้ ( 5 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้นำตัว นายวีกลม อายุ 56 ปี ชาวกัมพูชา ออกจากที่คุมขัง เพื่อทำบันทึกการจับกุมในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ทำผิด พ.ร.บ.ขอทาน ก่อนนำตัวส่งให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองศรีราชา พร้อมด้วยภรรยาที่มีใบอนุญาตเข้าเมืองแต่หมดอายุ และลูก 2 คน เพื่อผลักดันออกนอกประเทศ
ด้าน นายวีกลม ชาวกัมพูชา บอกว่าตนเองอยู่ในประเทศไทยมานานถึง 30 ปี กระทั่งมามีภรรยาเป็นชาวกัมพูชาและมีครอบครัวในประเทศไทย ขณะที่อาการหลังคดงอและโก่ง เกิดจากโรคกระดูกคดงอ ตั้งแต่อายุ 22 ปี จึงยึดอาชีพขอทานได้ประมาณ 20 ปี
ส่วนที่เลือกมาอยู่ในประเทศไทยเพราะคนไทยเป็นคนใจดี และเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจเฟื่องฟู และเมื่อถูกทางการไทยส่งตัวกลับประเทศกัมพูชาแล้วก็คงจะไม่กลับเข้ามาในประเทศไทยอีก หรือหากต้องกลับมาก็จะขอเข้ามาแบบถูกต้องตาม กฎหมาย และจะไม่ขอยึดอาชีพขอทานอีกต่อไป