เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.มาโนต หวังสู้สึก ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.2, พ.ต.ท.ประจักษ์พงษ์ สุริยา รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.นรามินธร์ เทพจักรินทร์ รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ต.เอกกร วรรณทอง สว.กก.สืบสวน 1, ร.ต.อ.มนตรี บุญเมือง พร้อมกับพวก และ พ.ต.ต.สุวิทย์ วิสาเทศ สว.สส.สภ.ปักธงชัย, ร.ต.อ.อดุลย์ ดาวไธสง รอง สว. ร่วมกันจับกุม น.ส.แสงรวี หรือเก๋ ฉิมมา อายุ 39 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครราชสีมา โดยกล่าวหาว่าฉ้อโกงทรัพย์ผู้อื่น ได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 27 ม.4 ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ตามนโยบาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบสวน ภ.2 ตรวจสอบพบว่า วันที่ 26 ก.ค. นายอุ่น (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ชาว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ผู้เสียหายร้องเรียนว่าเมื่อต้นปี 2563 รู้จักกับ น.ส.แสงรวี อาศัยอยู่หมู่บ้านเดียวกัน โดยบอกว่าเห็นผู้เสียหายอยู่คนเดียว ไม่มีภรรยา กลัวว่าจะเหงาจึงอยากจะติดต่อหญิงสาวที่รู้จักกันให้ อ้างว่าหญิงสาวคนดังกล่าวชื่อ น.ส.กนกวรรณ เป็นแม่ค้าขายลอตเตอรี่ จากนั้นไม่นานผู้ต้องหาออกอุบายหลอกว่า น.ส.กนกวรรณ ป่วยเป็นไส้ติ่งอักเสบ นอนรอผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาล จึงให้มาขอเงิน 27,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อมอบเงินสดให้ไป จากนั้นยังหาอุบายหลอกว่า น.ส.กนกวรรณป่วยเป็นโรคต่างๆ นานา และขอเงินนำไปให้รักษาตัว จึงหลงเชื่อให้ไปทั้งเป็นเงินสดและเป็นการโอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่นธนาคารต่างๆ เข้าบัญชีธนาคารชื่อบัญชีว่า น.ส.แสงรวี ฉิมมา รวมกว่า 30 ครั้ง รวมเป็นยอดเงินทั้งหมดกว่า 3 แสนบาท ซึ่งผู้เสียหายไม่เคยพบเห็นหน้า น.ส.กนกวรรณ เลยเพียงแต่โทรศัพท์พูดคุยกันเท่านั้น
ผบก.สส.ภ.2 กล่าวอีกว่า ต่อมาช่วงเดือนธันวาคม 2564 ผู้เสียหายเริ่มสงสัยในพฤติกรรมผู้ต้องหาและสงสัยว่า น.ส.กนกวรรณมีตัวตนจริงหรือไม่ จึงไปสอบถามที่ รพ.จนทราบข้อมูลว่าไม่เคยมีคนไข้ชื่อนี้มาใช้บริการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ต่อมาทราบข้อมูลภายหลังว่า น.ส.เก๋ ที่ถูกอ้างชื่อว่า น.ส.แสงรวี ฉิมมา ซึ่งเป็นชื่อเจ้าของบัญชีที่โอนเงินไปให้ทุกครั้ง จึงเชื่อว่าถูกหลอก จึงแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 หลังจากแจ้งความผู้ต้องหาย้ายออกจากหมู่บ้านไป และไปอาศัยอยู่กับสามีที่จังหวัดชลบุรี เป็นเวลากว่า 7 เดือน แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จึงออกมาร้องขอความเป็นธรรมเนื่องจากเงิน 3 แสนบาท ที่ถูกหลอกลวงไปเป็นเงินที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต จากการทำสวนทำไร่และยังเอารถกระบะไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ไม่มีตัวตนจริงอีกด้วย ต่อมา สภ.ปักธงชัย รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาไว้
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 และ สภ.ปักธงชัย ร่วมกันสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาซุกซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเลขที่ 27 ม.4 ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี จึงตรวจสอบพบตัวผู้ต้องหานี้ที่หน้าบ้านหลังดังกล่าวจึงจับกุมตัวดำเนินคดี โดยในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่