
คาดผันผวน +/- แม้ตลาดฯ ผ่อนคลายลงบ้าง หลังอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐ (US Bond Yield) อายุ 10 ปี ล่าสุด อยู่ที่ 1.747% (-4.69%) จากขึ้นไปแตะระดับ 1.90% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลต่อดัชนีเกือบทุกตลาดปรับลดลง ทั้ง DJIA –4.6%, S&P500 -5.7% และ Nasdaq –7.6% ขณะที่ SET Index –1.2% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
แต่คาดตลาดส่วนใหญ่อยู่ระหว่างรอผลการประชุมเฟด (25-26 ม.ค.) โดยเฉพาะส่งสัญญาณการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งก่อนหน้าคาดหมายว่าจะมีการพิจารณาปรับขึ้น 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค. (15-16) ซึ่งเป็นเดือนที่เฟดยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ และจะเริ่มปรับลดขนาดงบดุลในเดือนก.ค. หรือเร็วกว่านั้น จากปัจจุบันที่สูงกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้คาดยังมีความกังวลต่อต่อ Fund Flow ส่วนเกินเข้าภูมิภาค ลดลงในระยะถัดไป
ทางด้านราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ส่งมอบเดือน มี.ค. ปิดที่ 85.14 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 0.41 ดอลลาร์ หรือ 0.5% หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาด อย่างไรก็ตามแนะติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้าผู้นำสหรัฐ ขู่ รัสเซียจะเผชิญกับการคว่ำบาตรทางการเงิน เศรษฐกิจ และมาตรการอื่น ๆ รวมถึงการห้ามไม่ให้ใช้สกุลเงินดอลลาร์ หากรัสเซียบุกโจมตียูเครน คาดยังเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน
ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศ อยู่ในช่วงของการประกาศผลการดำเนินงาน (SCC 26/1/65 ช่วงเย็น คาดเงินปันผล 2H/64 ไม่ต่ำกว่า 8.50 บาท) แนะระวังแรงขายทำกำไรหุ้นในกลุ่มธนาคาร (Sell on Fact) หลังประกาศผลการดำเนินงาน อย่างไรก็ตามเรายังชอบหุ้นในกลุ่มธนาคาร (KBANK, SCB และ TTB) ที่คาดการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะช่วยให้สินเชื่อกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในปีนี้ รวมทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกเริ่มปรับเปลี่ยนเป็นขาขึ้น พร้อมการตั้ง ECL ที่คาดเริ่มปรับลดลงตั้งแต่ช่วง 1Q’65
ขณะที่มาตรการผ่อนคลายต่างๆ เช่น เปิดลงทะเบียน Test&Go อีกครั้ง ตั้งแต่ 1 ก.พ. 65 โดยปรับเป็นการตรวจ RT-PCR 2 ครั้ง และขยาย Sandbox ชลบุรี (อ.บางละมุง เมืองพัทยา อ.ศรีราชา อ.เกาะสีชัง อ.สัตหีบ เฉพาะ ต.นาจอมเทียน ต.บางเสร่) และตราด พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยง Sandbox เดิม คาดยังเป็นปัจจัยหนุนในกลุ่ม Re-Opening รวมถึงกลุ่มนิคมฯ พร้อมกลุ่มโรงแรม ที่คาดได้รับ Sentiment บวกเพิ่มจาก “โครงการเราเที่ยวด้วยกัน Phase IV” คาดจะมีการนำเข้า ครม. เร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตามยังแนะติดตามประเด็นการเมือง หลัง 21 สส. พปชร. ลาออกจากพรรค ที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะถัดไป
ธีมการลงทุน “Selective Play”
หุ้นแนะนำวันนี้ “AMATA” คาดเป็น 1 ผู้ประกอบการกลุ่มนิคมฯ ที่ได้รับ Sentiment บวกจากมาตรการ
ผ่อนคลาย “Test&Go” คาดช่วยให้นักลงทุนเดินทางกลับเข้าไทย ส่งผลดีต่อทั้งยอดขายและยอดโอนที่ดิน นอกจากนี้ AMATA ยังมีการกระจายพื้นที่นิคมฯ ไปยัง สปป.ลาว ล่าสุดได้รับสัมปทานการพัฒนาที่ดิน จำนวน 410 เฮกตาร์ (2,562.5 ไร่) จากรัฐบาล สปป.ลาว คาดเริ่มพัฒนาภายในปี’65 โดยเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Zero Waste Discharge) สอดคล้องเป้าหมายในอนาคตสำหรับการลงทุนแบบยั่งยืน คาดในระยะยาวได้รับการตอบรับที่ดี จากกลุ่มลูกค้าของ AMATA ทั้งญี่ปุ่น จีน และยุโรป เป็นต้น และคาดช่วยให้ผลการดำเนินงาน AMATA เติบโตต่อเนื่องในอนาคต ราคาเป้าหมาย (IAA Consensus 24/1/65) 24.03 บาท