วันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.22 น.
คดียิงถล่มรถ‘นายก อบต.บางสมบูรณ์’ 3 จำเลยสู้คดี อัยการใช้พยาน 65 ปากสืบมัด ส่วนแก๊งมือปืนมีพยาน 13 ปากแก้ต่าง นัดสืบพยานโจทก์ปากแรก 23 ก.พ.ปีหน้า
29 สิงหาคม 2565 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีลอบยิงนายก อบต. หมายเลขดำ อ 1165/2565ที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายธวัชชัย ศรีชาณ กับพวกรวม 3 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาอื่นๆเกี่ยวพันกัน
คดีนี้อัยการโจทก์ฟ้องสรุปว่า จำเลยที่ 1-3 กับพวก ซึ่งเป็นผู้ใช้จ้างวานที่หลบหนีได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2565 เวลากลางคืนจำเลยที่ 1-2 กับพวกที่หลบหนีได้ใช้อาวุธปืนเล็กกล และเครื่องกระสุนปืนมากกว่า 60 นัด ซึ่งเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่ใช้ในการสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครอง โดยพวกจำเลยได้พาอาวุธปืนดังกล่าวไปตามถนนสายน้ำตกสาริกา มุ่งหน้า อ.เมืองนครนายก ต่อเนื่องไปตามถนนสายปากท่อบางปรัง มุ่งหน้าเตยน้อย ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก โดยใช้รถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแอททราจ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับแล่นติดตามรถยนต์ตู้ยี่ห้อฮุนได สีดำ หมายเลขทะเบียน ฮย-9622 เพื่อเจตนาฆ่า นายญาณกร โต้ประยูร นายก อบต.บางสมบูรณ์ จ.นครนายก ได้รับบาดเจ็บสาหัส นายสมชาย ม่วงเทศ อายุ 63 ปี รองนายก อบต.บางสมบูรณ์ เสียชีวิต และนายวัชระ นุชแดง อายุ 52 ปี คนขับรถ เสียชีวิตและนายชาญ เจริญรุ่งเรือง ได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนี้เมื่อระหว่างวันที่ 15-18 ก.พ.2565 ต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 3 ได้ช่วยจำเลยที่ 1-2 กับพวก มิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง โดยร่วมกับจำเลยที่ 1 กับพวก นำรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตชูบิชิ รุ่นแอททราจ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่พวกจำเลยใช้เป็นยานพาหนะก่อเหตุ นำไปให้อู่ซ่อมรถทำลายทิ้ง โดยให้ค่าดำเนินการแก่อู่ซ่อมรถดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
เหตุเกิดที่ ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก และ ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เกี่ยวพันกัน ชั้นสอบสวน จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
คดีนี้จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลจังหวัดปราจีนบุรี ให้ลงโทษจำคุก 4 ปี 6 เดือน ปรับ 247,500 บาท ในความผิดฐานครอบครองยาเสพติดให้โทษเพื่อจำหน่าย พ้นโทษเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2562 จำเลยกลับมากระทำความผิดในคดีนี้ภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพันโทษในคดีดังกล่าว ขอศาลได้พิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และขอศาลเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามกฎหมาย
วันนี้ ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งสามฟังแล้ว จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ขณะที่จำเลยที่ 2-3 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
อัยการโจทก์แถลงประสงค์ขอสืบพยานบุคคล รวม 65 ปาก ส่วนทนายจำเลยที่ 1 แถลงขอสืบพยานทั้งหมด 7 ปาก ส่วนจำเลยที่ 2-3 ขอสืบพยานคนละ 6 ปาก
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นควรให้นัดสืบพยานโจทก์ 11 นัด นัดสืบพยานจำเลยทั้งสามรวมกัน 3 นัด และนัดสืบพยานโจทก์ปากแรกวันที่ 23 ก.พ.2566
-005