เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
“เอสซีจี” ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และมูลนิธิ Earth Agenda พร้อมภาคีสนับสนุน กองทัพเรือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดตัวโครงการ “รักษ์ทะเล” รวมพลังฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลด้วยบ้านปะการัง นำเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ จาก CPAC 3D Printing Solution ขึ้นรูปเป็นวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง สร้างต้นแบบ นำร่องการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศ ที่มีรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติโดยเปิดรับสนับสนุนผ่านการระดมทุนผ่านมูลนิธิ Earth Agenda
โครงการ “รักษ์ทะเล” รวมพลังฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลด้วยบ้านปะการัง เป็นโครงการความร่วมมือมุ่งฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์กลับสู่ท้องทะเลไทยที่สร้างความมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม และชุมชนคนรุ่นใหม่ ด้วยแนวคิดในการพัฒนาออกแบบวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการังหรือบ้านปะการัง ภายใต้ความร่วมมือและร่วมบูรณาการองค์ความรู้ วิทยาการและชีววิทยาทางทะเล จากทั้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการขึ้นรูปปูนซีเมนต์จาก CPAC 3D Printing Solution ที่สามารถพิมพ์ขึ้นรูปวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง หรือบ้านปะการังได้ใกล้เคียงเสมือนจริง เน้นการออกแบบพัฒนาโครงสร้างจากวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล สามารถปรับแต่งรูปแบบลักษณะ รวมทั้งความซับซ้อนของช่องว่าง แสงและเงาให้เข้ากับสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในบริเวณนั้นๆ
ด้วยการพัฒนาคุณสมบัติโดยเฉพาะของหินปูนในเนื้อปูนซีเมนต์ให้มีค่าความเป็นกรดด่างใกล้เคียงกับค่าของน้ำทะเล อันเป็นการช่วยย่นระยะเวลาที่ตัวอ่อนปะการังลงเกาะ เพิ่มประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตสำหรับการปลูกถ่ายปะการัง และใช้ฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น สามารถติดตั้ง ขนย้ายได้สะดวก ง่าย โดยสามารถเพิ่มลูกเล่นการถอดประกอบชิ้นส่วนได้ ด้วยรางวัลชนะเลิศนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 2563 ผลงาน “นวัตปะการัง” ภายใต้ความร่วมมือโครงการ “รักษ์ทะเล” นี้ ยังได้ดำเนินการเก็บข้อมูลในด้านอุทกกลศาสตร์ ทดสอบการตกตะกอนจากทิศทางของกระแสน้ำบริเวณรอบชิ้นงาน และศึกษาติดตามประสิทธิภาพการลงเกาะและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนปะการัง โดยได้มีแผนดำเนินงานนำร่องในพื้นที่เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เขาหลัก จังหวัดพังงา เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี ตามลำดับ
น.ส.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และประเด็นการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การจัดการขยะซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงเรื่องผลกระทบของขยะทะเล และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ปีนี้ยังคงสานต่อนโยบายให้สอดคล้องกับแผนงานในปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้มีเป้าหมายที่จะฟื้นฟูพื้นที่ปะการังให้สมบูรณ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 พร้อมเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงพื้นที่คุ้มครองทางทะเลเพิ่มขึ้นปีละ 1,000 ตารางกิโลเมตร และเพิ่มดัชนีคุณภาพมหาสมุทร (Ocean Health Index) ให้มีค่ามากกว่าร้อยละ 75 ในปีนี้
รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรเอกชน มูลนิธิ สมาคม หรือชมรม เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อการจัดการทรัพยากรทางทะเลชายฝั่ง ซึ่งนี่เป็นเหตุผลให้ ทช. ได้ร่วมมือกับทุกภาคพันธมิตรในวันนี้ จากการศึกษาและติดตามผลการดำเนินการจัดทำวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการังนั้นเป็นผลสำเร็จอย่างน่ายินดี โดยพบปะการังลงเกาะเฉลี่ยมากกว่า 40 โคโลนีต่อฐาน และยังมีสัตว์ทะเลและปลาเข้ามาอยู่อาศัยกว่า 70 ชนิด ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศทางทะเล ทั้งยังช่วยเพิ่มทัศนียภาพที่ดีให้กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวดำน้ำอีกด้วย
นายชนะ ภูมี Vice President – Cement and Green Solution Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า “โครงการรักษ์ทะเล” เป็นโครงการที่เอสซีจี มุ่งมั่นในการยกระดับพัฒนานวัตกรรมมาปรับใช้ นอกจากมาตรฐานการอยู่อาศัย ได้ต่อยอดการใช้นวัตกรรมจาก CPAC 3D Printing Solution มาใช้ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรของประเทศ อันเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ ให้ความเคารพต่อธรรมชาติและทุกชีวิตในท้องทะเลด้วยบ้านปะการัง ชูจุดเด่น ร่วมออกแบบพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลกในการขึ้นแบบจำลอง 3 มิติ รวมถึงพัฒนาสูตรปูน (Powder Extrusion) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการลงเกาะและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนปะการัง จากความร่วมมือในโครงการรักษ์ทะเลนี้ มุ่งหวังสร้างความมีส่วนร่วมจากพันธมิตรทางธุรกิจ เครือข่ายภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการและสังคม ในการร่วมสนับสนุนอนุรักษ์เป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือกันในอนาคตและสามารถขยายผลอย่างเป็นรูปธรรมได้จริง อันจะก่อให้เกิดความยั่งยืนถึงคนรุ่นต่อๆ ไป
ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ รองอธิการบดี ด้านการวางและกำหนดยุทธศาสตร์ นวัตกรรม และพันธกิจสากล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ผลงานนวัตปะการัง เป็นการใช้เทคโนโลยีการขึ้นรูปด้วยเครื่องพิมพ์ซีเมนต์แบบ 3 มิติ และพ่นเคลือบผิวภายนอกด้วยสารประกอบ Nano Calcium Phosphate Particles ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของสารอาหารตัวอ่อนปะการัง มีช่องสำหรับการติดตั้งต้นอ่อน หรือกิ่งปะการังธรรมชาติ เพื่อเพิ่มอัตราการขยายพันธุ์ให้เร็วขึ้น
ศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ประธานมูลนิธิ Earth Agenda กล่าวว่า โครงการรักษ์ทะเล ที่มูลนิธิเป็นตัวกลางในการเปิดขอรับการสนับสนุนระดมทุน เพื่อผลิตและจัดวางบ้านปะการัง ได้ที่ www.lovethesea.net แน่นอนว่า นี่คือนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนโลกนี้ให้เป็นโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโลกใต้ทะเล ซึ่งเป็นระบบนิเวศหลักและเป็นแหล่งกำเนิดของหลากหลายชีวิต เราจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างความตระหนักรู้เพื่อฟื้นฟูอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยความร่วมมือรวมพลังขับเคลื่อนไปด้วยกัน