ข่าววันนี้ รวม เสียงแห่งความเจ็บปวด จากเหตุ “ไฟไหม้ผับชลบุรี” เหตุทะเลเพลิงที่ชวนให้นึกถึงโศกนาฎกรรม “ซานติก้าผับ” เพลิงไหม้ที่คร่าชีวิตเหล่านักท่องเที่ยวยามราตรีมากมายในคืนวันแห่งเค้าดาวน์ บทเรียนราคาแพงที่กลายเป็นบทเรียนจำเจให้ต้องพบเห็น หดหู่ใจไม่รู้อีกกี่ครั้ง เมื่อ “ข่าวไฟไหม้ผับชลบุรี” กระหน่ำซ้ำรอยเพิ่มความเจ็บปวดซ้ำ ๆ ของครอบครัวเหยื่อเหตุไฟไหม้ผับไม่รู้จบ
จากกรณีเหตุการณ์ไฟไหม้ผับดังเมืองสัตหีบ “เมาท์เทนบีช” ริมถนนสายสุขุมวิท บางนา-ตราด ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในยามค่ำคืนนั้น มีนักท่องเที่ยวราตรีใช้บริการ 100 กว่าชีวิต โดยต้นเพลิงเริ่มไหม้บริเวณหลังคา ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วบริเวณ พรากชีวิตมากถึง 14 ราย บาดเจ็บ 36 รายแล้ว
คำถามต่อมา ไฟไหม้ผับชลบุรี ใครจะรับผิดชอบ? ความเจ็บปวดของ “ครอบครัวเหยื่อ” แล้ว “เสียงความเจ็บปวด” จะสั่นสะเทือนเขย่าใครได้บ้าง ผู้ประกอบการผับ สถานบันเทิง ภาครัฐที่ต้องเข้มงวดกฎหมายการเปิดผับหรือไม่? จะป้องกันเหตุอย่างไรไม่ให้เกิดซ้ำวนเป็นวงกลมไม่รู้จบ
ข่าวไฟไหม้ผับชลบุรี คร่าชีวิตแล้วกว่า 14 ราย 1 ในนั้นคือ “นักร้อง” และเขาคือเสาหลักของครอบครัว
โดย นางเปรมใจ แซ่อึ้ง มารดาของนายฉัตรชัย ชื่นค้า อายุ 30 ปี นักร้องที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุไฟไหม้ผับดังกล่าว สะท้อนเสียงความเจ็บปวดของเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ปกติลูกชายจะเดินสายร้องเพลงตามสถานที่ต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่เปิดโล่ง แต่ที่เกิดเหตุมีลักษณะปิดทึบ
แม่ของฉัตรชัย เล่าต่อว่า ทราบจากเพื่อนผู้ตายเล่าว่า ผู้ตายกำลังร้องเพลงอยู่ก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้นบริเวณด้านหลังเวที เป็นเหตุให้ออกมาไม่ทัน ส่วนขณะนี้ศพของลูกชายจะมีการนำส่งสถาบันนิติเวช และลูกชายถือเป็นกำลังหลักของครอบครัว ดังนั้นจะต้องมีคนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้
สังคมโซเชียลได้ร่วมส่งเสียง อาลัย แสดงความเสียใจ ในเฟซบุ๊กส่วนของ ฉัตรชัย ชื่นค้า นักร้องที่ต้องจบชีวิตจากเหตุไฟไหม้ผับชลบุรี จำนวนมาก อาทิ
สะท้อนให้เห็นถึงเสียงความเจ็บปวดที่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำซากอีก
ขณะที่แวดวงคนดังอย่าง “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” อีกหนึ่งเสียงสะท้อนชวนให้นึกถึง ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย “ซานติก้าผับ” โดยเขาระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อคืนเกิดเหตุสลด ไฟไหม้ผับ Mountain B ที่สัตหีบ ชลบุรี มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ราย ผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกท่านครับ
ไม่อยากจะซ้ำเติม แต่ขั้นตอนป้องกันต้องมี
ขั้นตอนง่าย ๆ ไม่ทำ ปล่อยปละละเลย ข้างในนอกจากมืดแล้วยังเสียงดัง มีทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย
ชักสงสัยเหมือนกันว่าใน กทม. บรรดาผับดังของทุนจีนทั้ง เอกมัย ทองหล่อ อาร์ซีเอ มีทางออกกี่ทาง มีใบอนุญาต
ก่อสร้าง ใบอนุญาตผับ-บาร์ ถูกต้องไหม?
อยากให้ กทม. ยุคของท่านชัชชาติวิ่งไปดูหน่อยครับ ผับซานติก้าเมื่อ 10 กว่าปีก่อนยังหลอกหลอนไม่หาย
คนเข้าเป็นพัน แต่มีทางออกทางเดียว เพราะไม่ได้ขอเป็นผับแต่ต้น
ไหนจะใบอนุญาตตำรวจ คงให้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เปิดกันมั่วเนียนๆ เป็นผับทุกที่
คงไม่ต้องร้อง Traffy Fondue เพราะตอนนี้ กทม. เฉพาะตอบข้อร้องเรียน ก็ไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว
ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุไฟใหม้ผับชลบุรี ประเด็นร้อนที่สร้างความสูญเสียมากมายว่า
“รัฐบาลเสียใจ โดยเฉพาะในส่วนของผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ ต้องดูแลเพราะภาพเหล่านี้สื่อออกไปต่างประเทศ ส่งผลเรื่องการท่องเที่ยว มากพอสมควร และวันนี้ได้สั่งการไปแล้วกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาคนรับผิดชอบมาให้ได้ และดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด”
โดย นายกรัฐมนตรี ยังยอมรับว่า เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วอย่างซานติก้าผับ ในพื้นที่ กทม. เป็นเหตุการณ์ที่คล้ายกัน ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องร่วมมือ ปฎิบัติตามระเบียบและข้อกฎหมายทุกประการในการที่จะ ตกแต่ง ประดับอาคาร ประตุหนีไฟ เข้าออก มีระเบียบอยู่แล้ว แต่ทำไมจึงเกิดเหตุขึ้น ซึ่งตนเองให้ความสำคัญเรื่องนี้
และยังได้เน้นยำไปยังกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก และกำลังตรวจสอบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นโซนที่สามารถเปิดผับได้หรือไม่ โดยกระทรวงมหาดไทย พร้อมตรวจสอบทั่วประเทศ
เสียงความเจ็บปวดจากเหตุ “ไฟไหม้ผับชลบุรี” หวังว่าจะเป็น “บทเรียน” ที่ได้นำใช้จริง ๆ จัง สักที เพราะหากยังมีบทเรียนที่ไม่ได้ใช้ “ครอบครัวเหยื่อ” เกิดขึ้นเพิ่มไม่รู้จบ
ข้อมูล : มติชน, TNN
ภาพ : มติชน
ข่าวเกี่ยวข้อง :
กดเลย >> community แห่งความบันเทิง
ทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี