ปี 2565 “บางจากฯ” มีสถานีบริการน้ำมันกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศไทย และยึดตำแหน่งอันดับ 2 ของธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน โดยมีมาร์เก็ตแชร์ 16.1% ตัวเลขนี้มีการเติบโตขึ้นมาจากปี 2560 ที่เคยมีมาร์เก็ตแชร์ 15.4% เพราะบางจากฯ วางกลยุทธ์หลายส่วนร่วมกันเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
กลยุทธ์ดังกล่าวแบ่งเป็น 5 ส่วน ได้แก่
1.Greenovative Products – ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม “น้ำมันเชื้อเพลิง” ที่เหนือกว่าทั้งในด้านคุณภาพและสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการการันตีด้วยมาตรฐานยูโร 5 ทั้งในน้ำมัน Hi-Premium Diesel S และ น้ำมันบางจาก E20 S EVO ซึ่งได้รับเป็นรายแรกในเอเชียอีกด้วย
2.Bangchak Unique Design Station – สถานีบริการน้ำมันที่ออกแบบสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ปัจจุบันมีทั้งหมด 54 สาขาและมีแผนขยายเพิ่มเป็นกว่า 80 สาขา ในปี 65
3.Non-oil Offerings – บริการที่มากกว่าน้ำมัน เช่น ร้านกาแฟอินทนิล ร้านมินิมาร์ท ร้านอาหารในรูปแบบ ร้านค้า ซุ้มขายอาหารและ ฟู้ดทรัค รวมถึงบริการด้านสินค้าไลฟ์สไตล์อื่น ๆ เช่น ร้านอาหารและอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง บริการส่งสินค้าและพัสดุ นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ EV Charging Station และ Swapping Battery Station เป็นต้น
4.Digital Experience – นำเทคโนโลยีมาสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากขึ้น เช่น บางจากแอปพลิเคชัน ที่มีฟีเจอร์แจ้งเตือนราคาน้ำมันและค้นหาปั๊ม ทั้งยังเป็นช่องทางติดต่อ แลกและโอนคะแนนสะสม พร้อมนำเสนอโปรโมชันต่างๆ ให้กับสมาชิกบางจาก รวมไปถึงมีบริการที่รองรับการชำระเงินแบบ Digital Payment มากกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ
5.Green Sustainability – การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน ทั้งผลิตภัณฑ์น้ำมัน, สถานีบริการ รวมถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือชุมชนด้วยการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรมาสมนาคุณลูกค้าผู้เติมน้ำมันบางจาก
“ปั๊มจานบิน” สถานีบริการน้ำมันบางจากสาขาศรีนครินทร์ กม.14 ดีไซน์พิเศษในแบบ Modern
ทั้งหมดนี้เมื่อมารวมกันอยู่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก ทำให้ที่นี่เป็น “Greenovative Destination” จุดหมายปลายทางของลูกค้า ที่มีจุดเด่นด้านรักษ์สิ่งแวดล้อมและนวัตกรรมความทันสมัย เป้าหมายคือเป็นสถานีบริการน้ำมันในใจของทุกเจนเนอเรชัน ตั้งแต่รุ่นเบบี้บูมเมอร์จนถึง Gen Z
ในกลยุทธ์ทั้งหมดนั้น มีส่วนหนึ่งที่ถือเป็นกุญแจสำคัญของการพลิกโฉมสถานีบริการน้ำมันบางจาก นั่นคือการ “ออกแบบ” ให้โดดเด่นกว่าที่เคยเป็น ปัจจุบันมี 54 สาขาทั่วไทย และตั้งเป้าจะเพิ่มเป็นกว่า 80 สาขาภายในปี 2565
โจทย์ของการออกแบบนั้นเกิดจากการวิจัยพบว่า ยุคนี้คนรุ่นใหม่ต้องการสถานีบริการน้ำมันที่มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ออกแบบสวยงาม เพื่อให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้ เรียกได้ว่าเป็นดั่งคอมมูนิตี้ มอลล์ขนาดย่อมในชุมชน ตอบสนองทั้งด้าน “ฟังก์ชัน” ให้ประโยชน์ครบในการเดินทางมา พร้อมความสะดวกสบายจาก Digital Experience
ในการให้บริการ และยังให้ด้าน “อารมณ์ความรู้สึก” ผ่อนคลายจิตใจหรือสร้างความประทับใจจากบรรยากาศที่ดีโดยรอบสถานีน้ำมัน
สถานีบริการน้ำมันบรรยากาศใหม่สไตล์ “บ้านเอลฟ์” สาขาอินฟินิท เกษตร-นวมินทร์
นั่นทำให้บางจากฯ เริ่มพัฒนาดีไซน์สถานีบริการน้ำมันแห่งใหม่ๆ ทั้งที่บริษัทลงทุนเองและที่ร่วมกับพันธมิตร บางแห่งนับได้ว่ากลายเป็น “จุดหมายปลายทาง” ของการท่องเที่ยว มีกระแสนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาเพื่อเช็กอินระหว่างเดินทาง
หลังพัฒนามา 5 ปี ทำให้ขณะนี้สถานีบริการน้ำมันบางจากมีการแบ่งรูปแบบดีไซน์เป็น 6 สไตล์ พร้อมไฮไลท์เด่นๆ ดังนี้
Innovation – การออกแบบโดยใช้นวัตกรรมเพื่อแก้โจทย์ของที่ตั้ง เช่น สาขาสุขุมวิท 62 เป็นสถานีบริการน้ำมันแห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่ใช้ “ตู้จ่ายลอยฟ้า” เพราะเข้าออกได้จากถนน 2 ฝั่งทำให้ต้องออกแบบพิเศษให้รถสามารถเข้าถึงได้จากทุกทิศทาง และสาขาสุขุมวิท 101/2 ออกแบบสถานีเป็นวงกลมเพื่อจัดจราจรได้เร็วขึ้น มีต้นไม้ใหญ่ตรงกลางอาคารเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และอากาศบริสุทธิ์ให้สิ่งแวดล้อมและชุมชน
ตัวอย่าง 6 รูปแบบของปั๊มน้ำมันบางจากและอาคารภายใน
สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาสุขุมวิท 62 แห่งเดียวที่มีตู้จ่ายลอยฟ้า ตอบโจทย์การมีทางเข้าออกได้หลายทาง ประหยัดพื้นที่ ไม่ต้องกังวลว่าตู้จ่ายน้ำมันจะอยู่ฝั่งไหน
การพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน Bangchak Unique Design นั้น จะต้องมีการคัดเลือกทำเลที่มีที่ดินขนาดใหญ่อย่างน้อย 3-4 ไร่ ติดริมถนนใหญ่ และประเมินแล้วคาดว่าจะมีทราฟฟิกลูกค้าปริมาณมากพอที่จะลงทุน
เหตุที่ต้องเป็นที่ดินขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะสถานีบริการน้ำมันดีไซน์พิเศษจะมาพร้อมกับฟังก์ชัน Non-oil Offerings ที่ค่อนข้างครบครัน เช่น ร้านกาแฟอินทนิล ร้านสะดวกซื้อ อาทิ Mini BigC, Tops supermarket, FamilyMart ร้านอาหาร อาทิ ครัวต้นข้าว, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อซาหลักเก้า, โอซาว่าราเมน, บริการส่งพัสดุ, EV Charging Station, Swapping Battery Station สำหรับจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Winnonie) และปัจจุบันบางจากฯ ยังมีแบรนด์พาร์ทเนอร์ชื่อดังจำนวนมาก เช่น ชานมไข่มุก Dakasi, KFC, Subway, Gateaux House, Kanom, Milk Land, ผัดไทไฟทะลุ ที่พร้อมพิจารณาลงเช่าพื้นที่
การลงทุน Bangchak Unique Design Station นั้นจะสูงกว่าปกติประมาณ 15-20% ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนเหล่านี้คือ การได้ทราฟฟิกลูกค้ามากขึ้นถึงกว่า 15% และทำให้การคืนทุนรวดเร็วขึ้นกว่าปกติ รวมถึงแรงดึงดูดต่อพาร์ทเนอร์ร้านค้าที่จะเข้ามาจับจองพื้นที่ขายก็จะมีมากขึ้นด้วย
บางจากฯ ระบุว่า จากการทยอยพัฒนา Bangchak Unique Design Station มาตลอด 5 ปี ทำให้ดีลเลอร์พันธมิตรรายอื่นเห็นความสวยงาม และประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง การขยายสาขาแนวใหม่ร่วมกันจึงมีโอกาสมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ผู้บริโภคจะได้เห็นสถานีบริการน้ำมันบางจากดีไซน์พิเศษอีกหลายสาขาทั่วประเทศ โดยเฉพาะในโซนภาคเหนือและภาคใต้ที่กำลังจะเปิดให้บริการรออวดดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับลูกค้าได้แวะชม เร็วๆ นี้