Chonburi Sponsored

จ้วงแทงเพื่อนรักตัดขั้วหัวใจดับอนาถ มือแทงสารภาพถูกขู่ยิง

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

วันนี้ (2 ส.ค.65) ช่วงค่ำวานนี้ (1 ส.ค.) ร.ต.ท.หญิง สิริยาภรณ์ คงเพชรศักดิ์ รอง.สว.สอบสวน สภ.หนองปรือ ได้รับแจ้งเหตุคนใช้อาวุธมีดแทงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส บริเวณถนนภายในซอยทุ่งกลม-ตาลหมัน หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบร่างของ นายผล จันทร์ทรา อายุ 45 ปี ชาวไทใหญ่ นอนแน่นิ่ง ไม่มีชีพจร เลือดไหลทะลักนองพื้น ตรวจสอบพบถูกอาวุธมีดแทงใต้ลิ้นปรี่ 1 แผล กลางหน้าอก 2 แผล และ ใต้ชายโครงด้านซ้าย 1 แผล เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิต และรีบเคลื่อนย้ายส่ง รพ.เมืองพัทยา แต่คมมีดตัดขั้วหัวใจประกอบกับเสียเลือดมาก ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายมงคล เพื่อนผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายทำอาชีพขายน้ำมันให้กับเรือนำเที่ยวบนเกาะล้าน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายบอกเพียงว่าจะมาทวงเงินประมาณ 5-6 หมื่นบาทกับนายวีระ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนรักกับผู้ตายและเป็นชาวไทใหญ่ด้วยกัน ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งผู้ตายที่อู่ซ่อมเรือสปีดโบ๊ท และกลับไปทำงานต่อ กระทั่งเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ผู้ตายได้โทรตามให้ตนไปรับ เมื่อขี่รถจักรยานยนต์มาถึง ผู้ตายก็วิ่งหนีตายมานั่งซ่อนท้ายรถตน แล้วบอกว่า “ไปเลย ไปเลย กูถูกแทง” ตนจึงเร่งเครื่องออกจากอู่ซ่อมเรือ เพื่อไปส่งโรงพยาบาล ระหว่างทางคนเจ็บหมดสติไป ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ฟื้น จึงตัดสินใจจอดรถจักรยานยนต์ แล้วโทรแจ้งตำรวจ

ด้าน หุ้นส่วนอู่ซ่อมเรือสปีดโบ๊ท เพื่อนของนายวีระ เล่าว่า ได้โทรศัพท์สอบถามนายวีระยอมรับว่าแทงเพื่อนจริง เพราะโกรธที่ผู้ตายขู่จะยิงให้ตาย เมื่อเห็นว่าผู้ตายคิดไม่ดีก่อนจึงลงมือก่อเหตุและหลบหนีเอาตัวรอด

ขณะที่ พ.ต.อ. ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สภ.หนองปรือ เผยว่า เบื้องต้นจากการจับสัญญาณโทรศัพท์มือถือสามารถจับสัญญาณได้ บริเวณซอยชัยพฤกษ์ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 4 กม. อย่างไรก็ตาม ตำรวจมีหลักฐานครบถ้วน หากผู้ก่อเหตุไม่มามอบตัว ก็จะขออนุมัติขอหมายจับ และ เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Chonburi Sponsored
อำเภอ บางละมุง

อำเภอบางละมุงแต่เดิมมีฐานะเป็นเมืองบางละมุง ตั้งอยู่ที่บ้านบางละมุง ตำบลบางละมุง จนถึง พ.ศ. 2444 ได้ยุบเมืองบางละมุงเป็นอำเภอขึ้นต่อจังหวัดชลบุรี โดยมีที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่บริเวณริมคลองนกยาง ซึ่งขณะนั้นบริเวณดังกล่าวเป็นท่าน้ำที่สำคัญทั้งทางด้านการคมนาคมและเป็นที่ชุมนุมของเรือสินค้าต่าง ๆ ต่อมาคลองนกยางตื้นเขินไม่สะดวกต่อเรือสินค้าต่าง ๆ จะล่องเข้าออก ทั้งสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมที่จะขยายชุมชนให้กว้างขวาง นายอำเภอสมัยนั้น คือ นายเจิม (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสัตยานุกูล) จึงย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งที่ใหม่บริเวณริมทะเลในตำบลนาเกลือ เมื่อ พ.ศ. 2452