Chonburi Sponsored

8 กู้ภัยสัตหีบสร้างชื่อเสียงจับคนร้าย ลักเงินบริจาค 3 ครั้ง

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

ภูมิภาค

8 กู้ภัยสัตหีบสร้างชื่อเสียงจับคนร้าย ลักเงินบริจาค 3 ครั้ง

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.13 น.

ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

จากกรณี กลุ่มคนร้าย ลักษณะเป็นชาย ไม่ทราบจำนวนแน่ชัด เข้าไปก่อเหตุงัดประตูกรงเหล็กสแตนเลส ลักขโมยเงินบริจาคจากพุ่มถึง 3 ครั้ง ได้เงินสดไปเกือบหมื่นบาท ช่วงคืนวันที่ 22 , 24 , 25 ก.ค.65 ภายในศาลาลาย วัดนาจอมเทียน ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยคนร้ายได้เข้ามาก่อเหตุซ้ำซ้อนในเวลาไล่เลี่ย ชนิดไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และบาปกรรม หลังก่อเหตุทุกครั้ง คนร้ายสามารถหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล

ล่าสุด เวลา 23.00 น.วันที่ 25 ก.ค.65 นายนำพล โฉมวิไลย อายุ 47 ปี หัวหน้า หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ จุดนาจอมเทียน ได้นำกำลังกู้ภัยชายหญิงรวม 8 คน ทำการซุ่มโปร่งอยู่โดยรอบศาลาลาย กระทั่ง คนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 125 สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดบริเวณหน้าประตูวัด ก่อนเดินเท้าเข้ามาบริเวณศาลาลาย กู้ภัยจึงแสดงตัวเข้าจับกุม ขณะคนร้ายซุกซ่อนตัวอยู่ในกอไผ่

เบื้องต้น ได้ประสาน สร.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ มอมุงคุณ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน เจ้าของคดี และชุดสืบสวน มารับตัวทำไปการสอบสวนขยายผล ทราบชื่อคือ นายเอ (นามสมมุติ) (เสื้อขาว) อายุ 17 ปี อาศัยในชุมชนทุ่งละหาร ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับสารภาพเป็นคนลงมือลักขโมยเงินบริจาค เพื่อต้องการหาเงินซื้อนมให้ลูกที่ยังเล็ก ส่วนอีกราย คือ นายเกียรติศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี มีหน้าที่ดูลาดลาว นอกจากนี้ ยังสืบทราบว่า มีผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย อยู่ในระหว่างติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พระครูสมศักดิ์ ตาณโร เจ้าอาวาสวัดนาจอมเทียน ได้ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ที่เสียสละเวลา และกล้าเสี่ยงภัยอันตราย มาช่วยทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองและทางวัด จับกุมคนร้ายลักทรัพย์ ซึ่งหากปล่อยไว้ จะเป็นภัยต่อสังคมอย่างมาก

ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

Chonburi Sponsored
อำเภอ สัตหีบ

ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 สัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หาของป่า และประมง การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยเรือเมล์หรือเรือใบ ส่วนทางบกมีแต่ทางเกวียน ถนนไปชลบุรียังไม่มี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นป่ารกทึบ การเดินทางระหว่างเมืองจึงใช้เรือเป็นหลัก ในหมู่บ้านสัตหีบ มีผู้ที่ชาวบ้านนับหน้าถือตามากอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ยายแจง" แกมีฐานะดีมี ที่ดิน เรือ สวน ไร่นามากมาย ตลาดสัตหีบ หนองตะเคียนและโรงเรียนสิงห์สมุทรรวมถึงบริเวณเขาแหลมเทียนอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบในปัจจุบันก็เคยเป็นของแก ต่อมา เมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงฝึกภาคทะเลกับกองเรือและทรงพักที่อ่าวสัตหีบ ทรงเห็นว่าอ่าวสัตหีบเหมาะเป็นที่ตั้งหน่วยเรือ เพราะมีเกาะใหญ่น้อยช่วยกำบังคลื่นลม พระองค์จึงได้บอกถึงพระประสงค์ที่จะใช้บริเวณเขาแหลมเทียนเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ยายแจงก็ยินดีที่จะถวายให้