
แม้ภาพรวมยังไม่ปัจจัยชี้นำใหม่ๆ แต่คาดตลาดฯ ยังให้น้ำหนักประเด็นต่างประเทศ โดยเฉพาะความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค. (15-16) ซึ่งเป็นเดือนที่เฟดยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และอยู่ระหว่างติดตามการส่งสัญญาณในการประชุมเฟดสัปดาห์หน้า (25-26 ม.ค.) ขณะที่โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ และจะเริ่มปรับลดขนาดงบดุลในเดือนก.ค. หรือเร็วกว่านั้น จากปัจจุบันที่สูงกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์ คาดส่งผลต่อ Fund Flow ส่วนเกินเข้าภูมิภาค ลดลงในระยะถัดไป
โดยอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐ (US Bond Yield) อายุ 10 ปี ล่าสุดทรงตัว อยู่ที่ 1.833% (+0.33%) ซึ่งการปรับตัวขึ้นของ US Bond Yield ทั้งระยะสั้น-ยาว ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนของสินทรัพย์เสี่ยงเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ปลอดภัย (Earning Yield Gap) ปรับตัวแคบลง คาดในระยะสั้นยังกดดันทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยง
พร้อมปัจจัยลบจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ล่าสุด ทั้งจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงาน เพิ่มขึ้น 286,000 ราย สูงสุดนับแต่ต.ค.’64 และยอดขายบ้านมือสอง – ธ.ค. ลดลง 4.6%MoM และ 7.1%YoY อยู่ที่ 6.18 ล้านยูนิต
ทางด้านราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI. ส่งมอบเดือน ก.พ. ทรงตัวในระดับสูง ปิดที่ 86.90 ดอลลาร์/บาร์เรล -0.06 ดอลลาร์ หรือ -0.1% หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ เพิ่มขึ้น 500,000 บาร์เรล สวนทางกับที่คาดว่าจะลดลง 700,000 บาร์เรล อย่างไรก็ตามยังได้รับปัจจัยหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซีย โดยผู้นำสหรัฐ ขู่ รัสเซียจะเผชิญกับการคว่ำบาตรทางการเงิน เศรษฐกิจ และมาตรการอื่น ๆ รวมถึงการห้ามไม่ให้ใช้สกุลเงินดอลลาร์ หากรัสเซียบุกโจมตียูเครน หลังส่งทหาร 100,000 นาย ประชิดชายแดนยูเครน คาดยังเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน คาดช่วยประคองตลาดหุ้นไทยได้บ้าง
ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศ คาดอาจมีแรงขายทำกำไรหุ้นในกลุ่มธนาคาร (Sell on Fact) หลังประกาศผลการดำเนินงาน อย่างไรก็ตามเรายังชอบหุ้นในกลุ่มธนาคาร (KBANK, SCB และ TTB) ที่คาดการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะช่วยให้สินเชื่อกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในปีนี้ รวมทั้งทิศทางดอกเบี้ยโลกเริ่มปรับเปลี่ยนเป็นขาขึ้น พร้อมการตั้ง ECL ที่คาดเริ่มปรับลดลงตั้งแต่ช่วง 1Q’65
ขณะที่การประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เช่น เปิดลงทะเบียน Test&Go อีกครั้ง ตั้งแต่ 1 ก.พ. 65 โดยปรับเป็นการตรวจ RT-PCR 2 ครั้ง และขยาย Sandbox ชลบุรี (อ.บางละมุง เมืองพัทยา อ.ศรีราชา อ.เกาะสีชัง อ.สัตหีบ เฉพาะ ต.นาจอมเทียน ต.บางเสร่) และตราด พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยง Sandbox เดิม คาดเป็นปัจจัยหนุนในกลุ่ม Re-Opening รวมถึงกลุ่มนิคมฯ อย่างไรก็ตามยังแนะติดตามประเด็นการเมือง หลัง 21 สส. พปชร. ลาออกจากพรรค ที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะถัดไป
ธีมการลงทุน “Selective Play”
หุ้นแนะนำวันนี้ “EA” คาดได้ประโยชน์จากภาครัฐซึ่งมีนโยบายชัดเจนที่จะสนับสนุนการใช้งานรถ EV เช่น การลดภาษี ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลง COP26 ที่ไทยร่วมให้สัญญาในการลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อลดภาวะโลกร้อน โดย EA มีแผนขยายกำลังการผลิตจากปัจจุบัน 1 GWh เป็น 4 GWh ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ขณะที่โครงการรถบัสโดยสารไฟฟ้า ปัจจุบันโรงงานผลิตที่ฉะเชิงเทรา ใกล้แล้วเสร็จ คาดจะเปิดการผลิตอย่างเต็มรูปแบบในช่วง 1Q/65 มีกำลังการผลิตรถโดยสารไฟฟ้า 3,000 คันต่อปี ขณะที่ล่าสุดมีคำสั่งซื้อรถบัสไฟฟ้าเข้ามาจำนวน 500 คัน ราคาเป้าหมาย (พื้นฐาน) 105.00 บาท
https://www.aira.co.th/upload/Market_1642729591_71539.pdf