Chonburi Sponsored

บรรทุก 6 ล้อลอบเข้าเมืองแปดริ้วช่วงเร่งด่วน เสียหลักพุ่งข้ามเลนชนกระบะ-เก๋งดับ 2 เจ็บ 4 ราย

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เผยแพร่:   ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ฉะเชิงเทรา – ร้องไห้ปริ่มขาดใจ! ภรรยาช่างรับเหมาก่อสร้างเมืองแปดริ้วโผกอดร่างไร้วิญญาณสามี หลังรถบรรทุก 6 ล้อเสียหลักพุ่งข้ามเลนจนพลิกคว่ำรถฟาดเข้ากับรถยนต์กระบะ และรถยนต์เก๋งที่จอดริมทางทำดับ 2 ราย เจ็บ 4 ราย

วันนี้ (20 ก.ค.) ได้เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ พุ่งข้ามเลนพลิกคว่ำเฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะที่วิ่งในทาง รวมทั้งรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ริมถนนจนได้รับความเสียหาย และยังทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดบนถนนมหาจักรพรรดิ ใกล้จุดกลับรถมัสยิดกลางฉะเชิงเทรา

หลังเกิดเหตุ ร.ต.ท.หญิง พิชามญช์ สะตะ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ แบบมีตู้ทึบขนาดใหญ่ หมายเลขทะเบียน 65-2088 กรุงเทพมหานคร สภาพล้มตะแคงกีดขวางถนนทั้ง 3 เลน โดยที่ด้านหน้ารถพุ่งชนกับด้านข้างของตัวรถยนต์กระบะตอนเดียว ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว หมายเลขทะเบียน บพ 319 ฉะเชิงเทรา จนตัวรถยุบเข้าไปด้านในเกือบครึ่งคัน

และจากแรงของการพุ่งชนยังทำให้รถยนต์กระบะกระแทกเข้าไปอัดก๊อบปี้กับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 7 กต 8196 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ริมทางจนได้รับความเสียหายเกือบทั้งคัน


นอกจากนั้น ในที่เกิดเหตุยังมีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายอดุลย์ เพียรพิทักษ์ อายุ 60 ปี ชาว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะที่ถูกพุ่งชน ส่วนผู้ที่นั่งมาบนเบาะหน้าและผู้ที่นั่งด้านท้ายกระบะรวม 5 รายได้รับบาดเจ็บ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธโสธร กระทั่งมีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มอีก 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บเข้าขั้นวิกฤต 2 ราย

จากการสอบถาม นายชูชาติ บุญวงศ์ อายุ 48 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกคันก่อเหตุที่ยังอยู่ในอาการมึนงงและพูดจาวกวน อ้างว่าตนเองไม่ทราบว่าขับรถเข้ามาในเขตตัวเมืองฉะเชิงเทราได้อย่างไร และยังไม่ทราบว่าตัวรถได้พุ่งเข้าชนเสาไฟส่องสว่างบนเกาะกลางถนน และข้ามฝั่งไปชนเข้ากับรถยนต์กระบะ และรถยนต์เก๋งฝั่งตรงข้าม

แต่ยอมรับว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ดื่มสุราและขับรถบรรทุกออกจากนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร อ.เมืองชลบุรี เพื่อจะนำชิ้นส่วน อะไหล่เบาะรถยนต์ไปส่งที่ จ.สระบุรี ก่อนที่จะมาประสบอุบัติเหตุดัง นายชูชาติ กล่าว


โดยผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุ นางปฏิภาณ ปรีชา อายุ 50 ปี ได้เดินทางพร้อมญาติจาก ต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา เข้ามาดูศพสามีที่เจ้าหน้าที่ได้นำร่างออกจากตัวรถเพื่อช่วยปั๊มหัวใจยื้อชีวิตแต่ไม่สำเร็จ ซึ่งนางปฏิภาณ ได้วิ่งเข้าสวมกอดศพ และร้องไห้ ร้องเรียกชื่ออย่างน่าเวทนา

จากการสอบถามหลานชายผู้เสียชีวิตทราบว่า นายอดุลย์ มีอาชีพรับเหมาต่อเติมและสร้างบ้าน ซึ่งขณะเกิดเหตุได้ขับรถพาคนงานไปทำงานใน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี 

ด้าน ร.ต.ท.หญิง พิชามญช์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวน 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ส่วนรายละเอียดของเหตุการณ์อยู่ระหว่างรอการสอบสวนผู้ก่อเหตุอีกครั้ง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ว่า รถบรรทุก 6 ล้อคันดังกล่าวพยายามที่จะขับหลบหนีตำรวจเนื่องจากลอบขับรถเข้าเมืองในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน จึงทำให้รถเสียหลักพุ่งข้ามเลนพลิกคว่ำพุ่งเข้าชนรถที่วิ่งมาตามทางจนเกิดเหตุสลดดังกล่าว

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม