วันที่ 21 ก.ค.65 ที่ บก.สส.ภ.2 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2 โดยมี พ.ต.อ.มาโนต หวังสู้สึก ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.กิตติพงศ์ พันธ์ศรี ผกก.สภ.หนองขาม จับกุมนายพิรุน ศรีหมาศ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/1 ม.12 ต.หนองเหียง อ.พนัสนิคม จว.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ. 364/2565 ลงวันที่ 21 ก.ค.2565
พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 เอส สีน้ำเงิน ทะเบียน งมย-190 ชลบุรี (คันที่ใช้ก่อเหตุ).,สร้อยคอลักษณะคล้ายทองคำ 1 เส้น (ได้มาจากการก่อเหตุ),หมวกกันน๊อค สีดำ 1 ใบ (ใส่ก่อเหตุ),เสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีเหลือง-กรมท่า 1 ตัว (ใส่ก่อเหตุ),กางเกงยีนส์ขายาวสีกรมท่า 1 ตัว (ใส่ก่อเหตุ) ,รองเท้าแตะแบบสวมสีดำ (ใส่ก่อเหตุ)
โดยจับกุมได้ที่ริมถนนหน้าเคหะแหลมฉบัง หมู่ 8 ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวกล่าวหา“วิ่งราวทรัพย์ผู้อื่น”
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวถึงพฤติการณ์จับกุม ว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16:30 น. มีคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนสุขาภิบาล 8 แล้วมาจอดรออยู่บริเวณหน้าร้านฟรีฟอร์ม เฟอร์นิเจอร์ ม.11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ขณะที่ น.ส.จี ปา อู อายุ 36 ปี สัญชาติเมียมาร์ ผู้เสียหาย เดินผ่านมาบริเวณถนนดังกล่าว ถูกคนร้ายวิ่งเข้าไปกระชากสร้อยคอจนเสียผู้เสียหายหลักล้มลง แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 สั่งการให้ พ.ต.อ.มาโนต หวังสู้สึก ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.2 พ.ต.ท.ประจักษ์พงษ์ สุริยา รอง ผกก.ฯ กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 ได้ร่วมกับ สภ.หนองขาม สืบสวนหาตัวคนร้ายเนื่องจากก่อเหตุอุกอาจท้าทายกฏหมายในเวลากลางวัน กลางถนนสาธารณะ ชุดสืบสวนพบพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด จนกระทั่งพบว่าคนร้ายได้นำทองไปจำนำที่ร้านทองแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยได้ใช้บัตรประชาชนชื่อ นายพิรุณ ศรีหมาศ ให้กับร้านทองเอาไว้ จึงได้สืบสวนเปรียบเทียบนายพิรุธกับภาพจากกล้องวงจรปิด โดยวิเคราะห์จากรอยสักที่แขนขวาแล้วตรงกันกับคนร้าย รูปหน้าปีศาจในวันเกิดเหตุติดตามจนพบตัว นายพิรุณฯ พร้อมของกลางที่ใช้และได้มาจากการก่อเหตุ
จากการสอบสวน นายพิรุณ ตอนแรกไม่ยอมรับ แต่จำนนต่อหลักฐานรอยสักที่แขนข้างขวา จึงให้การรับสารภาพว่าตนเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ในคดีนี้จริง โดยขับรถ จยย. เพื่อหาเหยื่อ เมื่อสบโอกาสจึงก่อเหตุดังกล่าวหลังก่อเหตุได้นำสร้อยคอพร้อมจี้รูปหัวใจ ไปจำนำที่ร้านทองดังกล่าว โดยร้านทองรับจำนำไว้เฉพาะจี้รูปหัวใจทองคำเท่านั้น ส่วนสร้อยคอไม่รับจำนำ ได้เงินมา จำนวน 6,860 บาท ได้นำเงินมาจ่ายหนี้ค่าห้องเช่าและเสพยาบ้าจนหมด การก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากตนติดหนี้ค่าเช่าห้อง และเพื่อหาเงินมาซื้อยาเสพติดไว้เสพ เนื่องจาก ต้องเสพอย่างน้อยสัปดาห์ละประมาณ 2 ครั้ง ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติก็พบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติถูกจับกุมเมื่อปี พ.ศ. 2549 เคยก่อเหตุร่วมกันวิ่งราวทรัพย์
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ผลการปฏิบัติร่วมกันของสืบ ภ.2 กับ สืบ สภ.หนองขาม และสภ.บางละมุง จว. ชลบุรี จนสามารถจับกุมตัวบอล พนัสนิคมคนร้าย พร้อมด้วยของกลาง โดยใช้เวลาเพียง 7 วัน โดยได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ตามโครงการ Smart Safety Zone 4.0 ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 ในการสืบสวนหาตัวคนร้ายและเป็นการร่วมกันทำงานของฝ่ายสืบสวนจนสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว