เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ศูนย์ข่าวศรีราชา - รวบเซลล์เงินกู้ดอกเบี้ยโหดร้อยละ 45 ต่อเดือนลูกหนี้หาเงินจ่ายรายวันไม่ทันเจอบุกพังร้านส้มตำ พัง จยย. แถมขู่ยิงให้ตายจนลูกหนี้ต้องร้องเพจสายไหมต้องรอดเข้าช่วยเหลือ ผู้ก่อเหตุอ้างทำไปเพราะกลัวไม่ได้เงินคืน
จากกรณี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอดพร้อมทีมงานได้เดินทางไปยัง อาคารพาณิชย์ เลขที่ 111/22 ม. 1 ซอยพระเนียดพัฒนา 3 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเย็น ของวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมาหลังได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก น.ส.เมษรา ปิติแสง อายุ 35 ปี เจ้าของร้านขายส้มตำ ว่าถูกเซลล์ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดร้อยละ 45 ต่อเดือน ควงปืนบุกพังร้านและยังทุบทำลายข้าวของจนได้รับความเสียหาย
โดยบอกว่าตนเองได้กู้เงินจากเจ้าหนี้จำนวน 15,000 บาท แต่ได้รับเงินเพียง 13,500 บาท โดยเจ้าหนี้ได้หักค่าสัญญาจำนวน 1,500 บาท และจะต้องจ่ายเงินวันละ 900 บาท เป็นเวลา 22 วัน รวมเป็นเงิน 19,800 บาท ในอัตราดอกเบี้ย 45% ต่อเดือน
แต่สามารถส่งเงินรายวันๆละ 900 บาท ได้เพียง 9 วัน เป็นเงินจำนวน 8,100 บาท และขาดส่งประมาณ 3 วันจึงถูกเซลล์เงินกู้บุกพังร้าน ทุบรถจักรยานยนต์และอุปกรณ์ทำมาหากิน รวมทั้งยังใช้ขวดเบียร์และก้อนหินปาเข้ามาภายในบ้าน พร้อมตะโกนขู่จะยิงให้ตายทั้งบ้านนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (15 ก.ค.) พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผู้กำกับการ สภ.เมืองชลบุรี ได้นำเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นายสพล หรือพล ผดุงพรรค์ อายุ 24 ปี ชาว จ.จันทบุรี ที่อาคารพาณิชย์ของลูกหนี้หลังวางแผนให้เข้ามาเก็บเงินต้นพร้อมดอกรายวัน ก่อนนำตัวไปตรวจค้นในห้องพักไม่พบอาวุธใดๆ
จึงแจ้งข้อหาประกอบกิจการให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้า โดยไม่ได้ขออนุญาต, เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และผิด พรบ.การทวงหนี้ ส่วนเรื่องทำให้เสียทรัพย์จะให้พนักงานสอบสวนแจ้งความเพิ่มอีกครั้ง
ด้าน นายสพล หรือพล ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าทำไปเพราะความโมโห และกลัวว่าจะไม่ได้เงินคืน ส่วนสาเหตุที่ขู่ว่าจะฆ่านั้นก็เป็นไปเพราะแรงโมโหเช่นกัน
อย่างไรก็ตามผู้กำกับการ สภ.เมืองชลบุรี ยังได้ฝากเตือนผู้ที่คิดจะกู้เงินควรกู้ตามระบบหรือกู้ตามดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น เพราะไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าวได้อีก