- เผยแพร่ : 13/07/2022 21:37
หนุ่มวัย 37 ปี ออกอุบายจ้างรถกระบะไปขโมยเหล็กเก่า ชาวบ้านเห็นแจ้งเจ้าของที่ตะครุบตัวไว้ได้ทัน แต่ยังปากแข็งอ้างซื้อต่อจากคนอื่นสุดท้ายถูกรวบจับส่งตำรวจ
วันที่ 13 ก.ค. 2565 ร.ต.อ.วีรเทพ เทพจันทรดา รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านบึงได้รับแจ้งจากสายตรวจตำบลมาบไผ่ มีเหตุลักทรัพย์ เหตุเกิดที่โกดังเก่าพื้นที่ ม.1 ต.มาบไผ่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงได้ให้สายตรวจเข้าไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านและเจ้าของที่ได้ควบคุมตัวไว้ได้ และได้ถ่ายคลิปขณะที่คนร้ายเตรียมที่จะขนเหล็กขึ้นรถยนต์กระบะ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาและของกลางมาตรวจสอบที่ สภ.บ้านบึง โดยของกลางเป็นประตูเหล็กของเก่า แผ่นป้ายเหล็ก และเหล็กที่ใช้วางพาดฟุตบาต รองล้อรถ และรถยนต์กระบะโตโยต้าสีขาว ทะเบียน บธ 8547 พิจิตร ที่ใช้บรรทุก 1 คัน ส่วนผู้ต้องหาทราบชื่อคือนายสุรศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 37 ปี ในเบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ อ้างว่าตนเองได้รับการติดต่อจากชายคนหนึ่งว่ามีเหล็กเก่าและอยากขายต่อให้ตนเอง ในราคา 5000 บาท ตนเองจึงจ่ายเงินให้ไปตามจำนวน จากนั้นจึงได้ว่าจ้างรถยนต์กระบะของนายอ่อนศรี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ขับมาดูเหล็กเก่า ระหว่างทางได้จอดรถที่หน้าร้านของเก่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองซ้ำซาก เพื่อขอให้ร้านรับซื้อของเก่าไปช่วยบรรทุกเหล็ก ต่อมาระหว่างที่กำลังลำเลียงขนเหล็กที่อยู่ในโกดังเก่านำขึ้นรถ ได้มีพลเมืองดีและเจ้าของที่ เข้ามาควบคุมตัวและแจ้งตำรวจเข้ามาตรวจสอบ และนำตัวมาสอบสวนข้อเท็จจริงที่โรงพัก
โดย นายสมหวัง สังข์ทอง อายุ 60 ปี เจ้าของร้านรับซื้อของเก่าเล่าว่า นายสุรศักดิ์ เข้ามาที่ร้านของตนเองสองครั้ง มาครั้งแรกในช่วงบ่ายสอบถามราคารับซื้อเหล็กเก่าจากทางร้าน พร้อมขอให้ตนเองช่วยขับรถไปบรรทุกเหล็กเก่าแต่ตนเองปฏิเสธที่จะไปบรรทุกให้ นายสุรศักดิ์จึงกลับไป และครั้งที่สอง มาอีกตอนเวลาประมาณ 5 โมงเย็น มาขอให้ตนเองนำรถไปช่วยขนเหล็ก ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่เลิกงานตนเองจึงให้ไปสอบถามนายเอ ที่เป็นคนงานของตนเองว่าสามารถไปได้ไหม นายเอ เห็นว่านอกเวลางานแล้วจึงบอกว่าไปช่วยได้ จึงเอารถนายจ้างไปช่วยบรรทุก สุดท้ายก็มาถูกจับ เช่นเดียวกันกับนายบี ลูกชายของนายอ่อนศรี ที่ได้รับการว่าจ้างเช่ารถกระบะขับรถมาส่งนายสุรศักดิ์ เข้ามาก่อเหตุขโมยเหล็ก ที่พลอยติดร่างแหไปด้วยอีกคน ต่างก็ตกใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยนายอ่อนศรี ยังบอกอีกว่านายบี ลูกชายตนเองเพียงแค่รับจ้างขับรถแทนตน ที่สายตาไม่ดีในรอบที่สอง ได้ค่าจ้าง 500 บาท กับค่าน้ำมัน 300 บาทเป็นค่าจ้าง ทั้งนายเอ กับนายบี ต่างก็ยืนยันว่าไม่มีส่วนร่วมรู้เห็นกับนายสุรศักดิ์
แต่อย่างใด ด้านนายเชิดชาย คมคาย อายุ 37 ปี พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นเป็นสิ่งผิดปกติ ที่มีรถเข้ามาในโกดังเก่า และมีการขนเหล็กเก่าใส่รถ จึงได้แจ้งให้เจ้าของที่รับทราบว่าว่าสั่งให้ใครมาบรรทุกเหล็กเก่าในโกดังหรือไม่ แต่พอทราบข้อเท็จจริงว่าไม่มีใครสั่งให้มาขนเหล็กเก่า จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจสายตรวจให้เข้ามาตรวจสอบและควบคุมตัวทั้งหมดไว้ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติของนายสุรศักดิ์ พบว่าเคยถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ ในลักษณะเดียวกันมาแล้ว โดยจะชักชวนคนอื่นให้หลงเชื่อเพื่อนำพาไปก่อเหตุ การที่นายสุรศักดิ์ อ้างว่าได้ซื้อเหล็กเก่าต่อจากคนอื่นในราคา 5 พันบาท โดยอ้างว่ามีบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขายเหล็กเก่าไว้เป็นประกัน ซึ่งก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นใครมาจากไหน และมูลค่าเหล็กเก่าที่ขโมยมาใส่รถก็มีราคาไม่คุ้มทุน 5000 บาท ที่นายสุรศักดิ์ จ่ายไป ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่อุปโหลกโกหกขึ้นมา จึงรับแจ้งดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ ส่วนนายเอและบี ทางผู้เสียหายไม่ติดใจจึงปล่อยตัวไปไม่ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด
วิศาล แสงเจริญ ผู้สื่อข่าวTOPNEWS ประจำ จ.ชลบุรี