ชลบุรี ฝนตกหนักลมกรรโชก มะขามยักษ์ อายุ 50 ปี ล้มทับบ้านพัง 3 หลัง นายอำเภอสัตหีบ บูรณาการหน่วยงานเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน
เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด
สืบเนื่องจาก ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำ ที่ปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งนั้น
โดยในพื้นที่ชุมชนชาวเล ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้เกิดเหตุต้นมะขามยักษ์ ขนาด 2 คนโอบ อายุ 40-50 ปี ได้ล้มทับบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 3 หลังคาเรือน
โดยมี จนท.เทศบาลตำบลนาจอมเทียน ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน ได้มาช่วยกันตัดกิ่งต้นมะขามยักษ์ออกไปบางส่วนแล้วก่อนหน้านี้ นับเป็นความโชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ว่าที่พันตรี ชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน นายอำเภอสัตหีบ นำคณะกิ่งกาชาดอำเภอสัตหีบ นางพิกุล โสภา ปลัดอำเภอสัตหีบ นางสาว ระพีพรรณ รัตนะเหลี่ยม นายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียน พ.ต.อ.สันติ ชูเชิด ผกก.สภ.นาจอมเทียน นาย อุดม สุวรรณฆะนะ ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.นาจอมเทียน
ชุดจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เดินทางมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจแก่ครอบครัวที่บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหาย จากเหตุการณ์ฝนตกหนักลมกรรโชกแรงทำให้ต้นมะขามยักษ์ ขนาด 2 คนโอบ อายุ 40-50 ปี โค่นล้มทับบ้านเรือนประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าว ได้รับความเสียหาย จำนวน 3 ครอบครัว
ซึ่งมอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้น รายละ 2,000 บาท พร้อมมอบถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้งแล้ว ยังได้กำชับให้ทางเทศบาลตำบลนาจอมเทียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาทางช่วยเหลือให้กับ 3 ครอบครัว ที่ได้รับความเสียหายและได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้ ตามระเบียบของทางราชการต่อไป
ประกอบด้วย น.ส.สมทรง จั่นทอง อายุ 61 ปี มีผู้พักอาศัยอยู่ในบ้านรวม 3 คน นายสนธยา จั่นทอง อายุ 35 ปี มีผู้พักอาศัยอยู่ในบ้าน รวม 3 คน และนายคม พุ่มกรุด อายุ 40 ปี ที่ป่วยเป็นโรคเท้าแสนปม เป็นตุ่มเป็นก้อนทั่วทั้งตัว และไม่สามารถประกอบอาชีพได้ พักอยู่คนเดียว
น.ส.แขวนพลอย โพธิ์ไพโรจน์ ที่อาศัยอยู่ในบ้านใกล้เคียง ได้เล่าถึงเหตุการณ์ ในวันเกิดเหตุว่า ได้มีลมกรรโชกพัดรุนแรงจนต้นมะขามต้นขนาดใหญ่สองคนโอบล้มครืนลงมาทับบ้านพักอาศัย ได้รับความเสียหาย จำนวน 3 หลังดังกล่าว ซึ่งนับว่ายังโชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด