Chonburi Sponsored

ยังไร้วี่แวว! จระเข้ดอดกินเป็ดเลี้ยงชาวบ้านนาจอมเทียน ผ่าน 6 วันยังหาไม่เจอ

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เผยแพร่:   ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวศรีราชา – ยังไร้วี่แวว! จระเข้ดอดกินเป็ดเลี้ยงชาวบ้านนาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ระดมกำลังค้นหานาน 6 วันยังไม่เจอ ชาวบ้านวอนเร่งจับให้ได้ เหตุต้องอยู่อย่างหวาดผวา

จากกรณีที่มีชาวบ้านซึ่งพักอาศัยอยู่บริเวณริมทางรถไฟ ม.2 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบจระเข้ความยาวกว่า 1 เมตร บุกเข้ามากินเป็ดไข่ที่เลี้ยงไว้จนสร้างความหวาดกลัวให้คนในครอบครัวเป็นอย่างมาก และยังได้ถ่ายภาพจระเข้ที่มีพฤติกรรมดุร้ายที่อาศัยอยู่ในหนองบัว ที่อยู่ติดกับคลองตาโต ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามจับตัว

กระทั่ง นายชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ ไชยตะมาศ ประมงอำเภอสัตหีบ และเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลห้วยใหญ่ รวมทั้งเทศบาลเขาชีจรรย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสระบัว ที่ได้รับแจ้งซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งติดต่อกับ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง แต่ยังไม่สามารถหาตัวได้นั้น


ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (11 ก.ค.) นายธณพง โคตรมณี นายกเทศมนตรีตำบลเขาชีจรรย์ ได้สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ประมงสัตหีบ รวมกว่า 10 นาย ปูพรมค้นหาจระเข้ตัวดังกล่าวทั้งในพื้นที่ป่าบก และในหนองบัว เนื้อที่รวม 15 ไร่ แต่ยังคงไร่ร่องรอย จึงเชื่อว่าจระเข้น่ารจะหนีออกนอกพื้นที่แล้ว

“แต่การค้นหาจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าพบตัวจระเข้ เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดความสบายใจ และหากประชาชนท่านใดพบเห็น สามารถแจ้งมายังหน่วยงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

นายกเทศมนตรีตำบลเขาชีจรรย์ ยังกล่าวอีกว่า ก่อนเดินทางลงพื้นที่ยังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบจระเข้อยู่ในหนองน้ำหลังวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากบ่อบัวดังกล่าวประมาณ 1-2 กิโลเมตร แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นจระเข้ตัวเดียวกันหรือไม่ และยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเป็นจระเข้ที่หลุดมาจากที่ใด


ด้าน นายกัณฑ์ จันทรวิเชียร ซึ่งเป็นเจ้าของบ่อบัวที่พบจระเข้ บอกว่า หลังเหตุการณ์ผ่านไปนานถึง 6 วัน แต่ยังไม่สามารถหาตัวจระเข้ได้ทำให้ตนเองและครอบครัว รวมถึงชาวบ้านโดยรอบต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา และไม่กล้าทำมาหากินในพื้นที่ จึงขอวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจับตัวให้ได้โดยเร็ว

Chonburi Sponsored
อำเภอ สัตหีบ

ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 สัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หาของป่า และประมง การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยเรือเมล์หรือเรือใบ ส่วนทางบกมีแต่ทางเกวียน ถนนไปชลบุรียังไม่มี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นป่ารกทึบ การเดินทางระหว่างเมืองจึงใช้เรือเป็นหลัก ในหมู่บ้านสัตหีบ มีผู้ที่ชาวบ้านนับหน้าถือตามากอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ยายแจง" แกมีฐานะดีมี ที่ดิน เรือ สวน ไร่นามากมาย ตลาดสัตหีบ หนองตะเคียนและโรงเรียนสิงห์สมุทรรวมถึงบริเวณเขาแหลมเทียนอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบในปัจจุบันก็เคยเป็นของแก ต่อมา เมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงฝึกภาคทะเลกับกองเรือและทรงพักที่อ่าวสัตหีบ ทรงเห็นว่าอ่าวสัตหีบเหมาะเป็นที่ตั้งหน่วยเรือ เพราะมีเกาะใหญ่น้อยช่วยกำบังคลื่นลม พระองค์จึงได้บอกถึงพระประสงค์ที่จะใช้บริเวณเขาแหลมเทียนเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ยายแจงก็ยินดีที่จะถวายให้