กรณีมีภาพวงจรปิดจากกล้องหน้ารถคันหนึ่ง ที่ทางพลเมืองดีท่านนี้ขับขี่ตามหลังรถจักรยานยนต์ของสามแม่ลูกบนถนนสายสุวรรณภูมิสาย 3 เลียบรันเวย์ ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 19 ม.ค. 65 ที่ผ่านมา และจับภาพนาทีเกิดอุบัติเหตุของ นางสาวนิภา อายุ 32 ปี ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์มาพร้อมกับลูกชาย คือน้องบูม วัย 6 ขวบจากจังหวัดชลบุรีมุ่งหน้าตาม GPS ไปที่จังหวัดปทุมธานี โดยจากกล้องหน้ารถจะเห็นช่วงจังหวะถึงทางโค้งปรากฏว่ารถจักรยานยนต์ของสามแม่ลูกนั้นไม่เข้าตามโค้งและพุ่งตรงชนขอบปูนกั้นเกาะกลางถนนจนร่างแม่ลูกกระเด็นตกลงไปในร่องกลางจนเสียชีวิต ซึ่งจากอุบัติเหตุดังกล่าว กลายเป็นความเศร้าให้ใครหลายๆ คน โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ต่างพากันแสดงความเสียใจ
ทั้งนี้เมื่อทราบข่าวว่านอกจากสองแม่ลูกที่ประสบอุบัติเหตุแล้ว ยังทราบภายหลังอีกว่านางสาวนิภา ผู้เสียชีวิตได้ตั้งครรภ์ 4 เดือนแล้ว จนทำให้ตายทั้งกลมพร้อมทารกในครรภ์ โดยเพื่อนสนิทของนางสาวนิภา ที่ระบุว่า เด็กชายที่เสียชีวิตนั้น ก่อนจะมาเกิดเหตุ ได้ร้องขอแม่ว่าอยากเล่นน้ำทะเลสักครั้งในชีวิต ก่อนจะกลับไปอยู่กับคุณยายที่ลำพูน ผู้เป็นแม่ไม่มีเงินพาลูกมาทะเล ฝ่ายเพื่อนสนิทจึงโอนเงินค่าเดินทางมาให้ ทำให้สามแม่ลูกขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจากห้องพักย่านนนทบุรี พาลูกชายมาเล่นน้ำที่บางแสนจังหวัดชลบุรี จากนั้นช่วงเช้าวันเกิดเหตุกำลังจะไปหาเพื่อนที่ปทุมธานี แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจกับความรักที่แม่มีต่อลูก ยอมขี่ จยย.มาไกลเพื่อเติมฝันให้ลูกชายแต่ก็มาพบจุดจบที่น่าเศร้า
ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 ม.ค. 2565 มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปรับศพสามแม่ลูกจาก รพ.รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ สมุทรปราการ มาตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดบางพลีใหญ่กลาง โดยมี พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ให้ความอนุเคราะห์รับศพทั้ง 3 สวดบำเพ็ญกุศลและทำการฌาปนกิจในวันเดียวกันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งมีทางด้านครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาร่วมงานท่ามกลางคราบน้ำตาของบุตรสาวคนโต และมารดาของนางสาวนิภา โดยทางวัดร่วมกับ สภ.บางพลีและมูลนิธิร่วมกตัญญูจัดงานให้อย่างดี พร้อมทั้งให้ที่พักคอยนำอัฐิกลับสู่บ้านเกิดในจังหวัดลำพูน
ด้าน นางจันทร์หอม บำรุงแจ่ม อายุ 53 ปี มารดาของนางสาวนิภา เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า บุตรสาวยึดอาชีพเป็นกรรมกรก่อสร้างย่านจังหวัดนนทบุรี โดยมีบุตรทั้งหมด 4 คนรวมในท้องที่ตั้งครรภ์ได้เพียง 4 เดือน ซึ่งปัจจุบันบุตรสาวคนโตอาศัยอยู่กับตนเองที่บ้านในจังหวัดลำพูน ส่วนบุตรชายคนกลางไปอยู่บ้านญาติที่อำเภอแม่แจ่ม ส่วนน้องบูม คือคนที่เสียชีวิตพร้อมแม่ นั้นอยู่กับมารดาเขา ที่ผ่านมาด้วยค่าแรงไม่เยอะทำให้มีปัญหาทางการเงินตลอด จึงทำให้บุตรสาวและหลานชายไม่มีโอกาสกลับบ้านที่ลำพูน แต่ก็จะคอยส่งเงินบ้างให้ลูกสาวคนโตได้ไปเรียน ที่ผ่านมาได้เพียงคุยกันทางโทรศัพท์เท่านั้น
มารดาและยายของผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยว่า ส่วนน้องบูมจะเป็นคนที่มีนิสัยดีไม่ดื้อและจะพูดจาไพเราะคอยเรียกยายครับตาครับตลอด ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ลูกสาวโทรไปหาบอกว่า ฝันไม่ดี ฝันว่าฟันหน้าหัก 2 ซี่ บอกเตือนให้ตนเองคอยระวังตัว เพราะหากฝันเช่นนี้โบราณจะถือว่าจะสูญเสียคนรัก และยังบอกอีกว่าจะกลับบ้านพร้อมน้องบูม ซึ่งตนเองก็ไม่คิดว่าการจะบอกการกลับบ้านนั้นได้กลับเพียงแค่เถ้ากระดูกของลูกและหลานเท่านั้น.