Chonburi Sponsored

หนุ่มช่างโฟร์แมนผันตัว เปิดร้านกาแฟสด ริมถนนยอดขายพุ่ง – TOPNEWS

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored
  • เผยแพร่ : 24/06/2022 17:58

หนุ่มช่างโฟร์แมนก่อสร้างพลิกชีวิตผันตัวเองมาเปิดร้านกาแฟสดริมถนน ถูกใจคอกาแฟใช้หม้อต้ม ” โมการ์พอท ” ลูกค้าแห่ชิมเผยยอดขายพุ่งกำไรดีในเศรษฐกิจแบบนี้

เวลา 15.30 น.วันที่ 24 มิถุนายน 65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังถนนสายพนัสนิคม – หนองชาก (ขาเข้าพนัสนิคม)หมู่ 5 ต.ทุ่งขวาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี หลังทราบว่ามีหนุ่มโฟร์แมนมาเปิดร้านขายร้านกาแฟสดตั้งอยู่ในสวนแสนร่มรื่น ภายในร้านตกแต่งจากวัสดุที่หาได้ง่าย  โต๊ะเก้าอี้ทำด้วยไม้ ถูกนำมาตั้งไว้ให้ลูกค้านั่งดื่มเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็น พร้อมกับป้ายไม้ที่มีข้อความอ่านเพลินๆ ร้านเปิดแบบโอเพ่น มีลมเย็นจากธรรมชาติ

จากการสอบถามเจ้าของร้านนายเชน กุมพิทักษ์ อายุ 39 ปี ได้ข้อมูลว่าเดิมทีมีอาชีพเป็นโฟร์แมนคุมงานก่อสร้าง แต่ระยะสองปีที่ผ่านมาประสบปัญหาการระบาดของโควิด 19 จึงผันตัวเองมาทำอาชีพเสริม ด้วยการเปิดร้านกาแฟสด ชาไทย ร้อน – เย็น อุปกรณ์ของทางร้านจะเป็นประเภทที่หาได้ง่ายๆ แต่ให้ความสำคัญกับรสชาติของเครื่องดื่มเป็นหลัก  ” ที่นี่เราใช้หม้อต้ม โมการ์ พอท ” หม้อต้มกาแฟ Moka Pot เป็นหม้อต้มที่ใช้วิธีการชงแบบไม่ต้องใช้ไฟฟ้า แต่สามารถใช้บนเตาแก๊ส วิธีการทำงานของหม้อต้มประเภทนี้คือการใช้แรงดันของน้ำผ่านกาแฟขึ้นมากลายเป็นน้ำกาแฟ ซึ่งส่วนประกอบของ Moka Pot ประกอบด้วยเหยือกสำหรับใส่น้ำเปล่าเป็นฐานด้านล่างเรียกว่าหม้อไอน้ำ ชั้นกรองที่ใส่กาแฟบดมีรูเล็กๆ และมีท่อตรงกลางยื่นลงไปในตัวหม้อเมื่อความร้อนทำให้น้ำเดือดก็จะดันน้ำกาแฟให้ไหลออกมา  รสชาติของกาแฟหรือเครื่องดื่มจะคงเอกลักษณ์ เอาไว้ได้ดี

สำหรับตนเป็นคนชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว จึงมีแนวคิดที่จะสร้างอาชีพเสริมจากสิ่งที่ชอบจึงเปิดร้านกาแฟสดต้นทุนต่ำด้วยการใช้หม้อต้ม Moka Pot แทนใช้เครื่องต้มกาแฟแบบชนิดแพงๆนอกจากนี้ รสชาติของกาแฟที่ต้มจาก Moka Pot ยังคงไว้ซึ่งรสชาติของกาแฟ ซึ่งตลอดระยะเวลา 2-3 เดือนก็ได้รับความสนใจ มีลูกค้าแวะเวียนอุดหนุนมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการทางร้านจะมีบัตรประทับตรา ครบ 10 แก้ว รับฟรี 1 แก้ว ราคาขาย ประเภทร้อน 30 บาท เย็น 40 บาท ราคาสบายกระเป๋าทานได้ทุกระดับ

วิศาล แสงเจริญ ผู้สื่อข่าวTOPNEWS ประจำ จ.ชลบุรี

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม