เช้านี้ที่หมอชิต – ตำรวจ สภ.พานทอง พร้อมด้วยพลเมืองดี ช่วยกันล้อมจับโจรดอดเข้ามาขโมยของภายในโกดังร้าง เป็นแผ่นเมทัลชีท หวังนำไปขายต่อ แต่ปรากฏว่ามีคนเห็นจึงแจ้งตำรวจ ทั้งจุดประทัดข่มขู่และพายเรือไล่จับในหนองน้ำอย่างชุลมุน สุดท้ายไปไม่รอด ถูกจับแต่โดยดี ในสภาพเนื้อตัวหนาวสั่น หลังจากลงไปซ่อนตัวอยู่ในหนองน้ำนานกว่า 2 ชั่วโมง
เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงสายของวานนี้ ภายในโกดังร้างแห่งหนึ่งซอยหนองตำลึง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ภายหลังตำรวจ สภ.พานทอง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างผอมสูง มีลายสักตามร่างกาย ได้แอบปีนเข้ามาในโกดังร้างที่เกิดเหตุ พร้อมกับงัดแงะแผ่นเมทัลซีทมุงหลังคาที่ติดตั้งอยู่ โดยจังหวะนั้นตำรวจสายตรวจได้แสดงตัวเข้าจับกุม
ปรากฏว่าคนร้ายตกใจได้วิ่งหนีออกมาไกลกว่า 300 เมตร พร้อมกับกระโดดลงหนองน้ำที่อยู่ใกล้กัน โดยว่ายน้ำไปหลบซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้านานกว่า 2 ชั่วโมง ท่ามกลางการปิดล้อมของตำรวจและพลเมืองดีที่เข้ามาช่วยเหลือ พร้อมกับพยายามเกลี้ยกล่อมให้คนร้ายขึ้นมาจากหนองน้ำ แต่ก็ไม่สำเร็จ จึงใช้วิธีการจุดประทัดเสียงดังกว่า 10 นัด โยนลงน้ำเพื่อให้เกิดความหวาดกลัว
แต่ก็ไม่เป็นผล จึงประสานอาสากู้ภัยนำเรือมา แล้วพายเรือ 2 ลำ พายเข้าไปในจุดที่คนร้ายซ่อนตัวอยู่ พร้อมจับกุมเอาไว้ได้ในที่สุด ในสภาพเจ้าตัวอยู่ในอาการหนาวสั่น ทราบชื่อต่อมาคือ นายจักรรินทร์ จินลี้ อายุ 36 ปี
จากการสอบปากคำเจ้าตัวยืนกรานปฏิเสธว่า ไม่ได้เข้ามาขโมยของ เพียงแต่เข้าไปนั่งเล่นในโรงงานร้างเท่านั้น แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพบหลักฐานเป็นน็อตยึดหลังคาเมทัลชีทของโกดัง อยู่ในกระเป๋าที่เตรียมมา และเมื่อไปตรวจที่เกิดเหตุ ก็พบว่าหลังคาเมทัลชีทถูกรื้อลงมาเตรียมไว้ เพื่อจะนำไปขายต่อหรือรอคนมารับซื้อ ล่าสุดได้คุมตัวผู้ต้องหารายนี้ไปสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการที่รับซื้อของกลางต่อไป