‘บิ๊กตู่’ ไม่เกี่ยงซักฟอก-วันไหนก็ได้ ‘ป้อม’ ยัน ศท.-พรรคเล็กหนุนรบ. ‘ชวน’ โยนฝ่ายค้าน เคลียร์ญัตติเถื่อน ก้าวไกลปัดดีลรองพงษ์
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา รายงานข่าวจากแจ้งว่า ในที่ประชุม ครม. นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ประสานงานวิปรัฐบาล ได้รายงานต่อที่ประชุมว่า ฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยวิปรัฐบาลแจ้งว่า ฝ่ายค้านขอเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 18-21 กรกฎาคม และลงมติวันที่ 22 กรกฎาคม อย่างไรก็ดี หลังนายอนุชารายงานเสร็จ รัฐมนตรีคนอื่นๆ ไม่ได้มีใครติดใจ หรือแสดงความเห็นอะไร แม้แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้พูดขึ้นว่า รับทราบ วันไหนก็วันนั้น พร้อมชี้แจงทุกเรื่อง และผู้ที่เกี่ยวข้องไปเตรียมข้อมูลที่จะใช้ในการชี้แจงให้พร้อม ให้วิปไปคุยกันให้เรียบร้อยในเรื่องนี้ ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.ยังไม่ได้มีมติตอบรับในเรื่องดังกล่าว แต่ให้วิปรัฐบาลไปหารืออย่างไรก็ตาม ภายหลังเลิกประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์มีท่าทีอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากวันนี้มีการพิจารณาหลายวาระ พร้อมพูดกับคนใกล้ชิดว่า เหนื่อย
ป้อมยันศท.-พรรคเล็กหนุนรบ.
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงของพรรคขนาดเล็กที่จะสนับสนุน พล.อ.ประวิตร ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ว่า แล้วแต่เขา ไม่มีปัญหา ผู้สื่อข่าวถามว่าจะคุยกับพรรคเล็กเพื่อให้สนับสนุนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้งหมดเลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาอยู่กับพรรครัฐบาลอยู่แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามย้ำว่าพรรคเล็กเพ่งเล็งไปที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร.ได้พูดคุยให้กำลังใจอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนก็โดนเพ่งเล็ง และมีชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเหมือนกัน ไม่เป็นไร และไม่ได้เก็งข้อสอบว่าจะอภิปรายอะไร ไม่ได้ทำอะไรผิด จะต้องไปเก็งทำไม ถ้าถามมาก็ตอบไปเท่านั้น เมื่อถามว่าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) จะมาเป็นองครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประวิตร หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า พิทักษ์ทั้งหมดเพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่การลงพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ในภาคอีสาน ได้รับการตอบรับดี พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คิดว่าทุกพรรคไปที่ไหนประชาชนก็ต้อนรับทั้งนั้น เพราะทุกคนทำงานให้กับประชาชน คงไม่มีปัญหาอะไร
ไม่หวั่นเรตติ้งพท.ชิงลงพื้นที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค พปชร.ต้องเร่งลงพื้นที่เพื่อเตรียมการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส.ส.ทั้งพรรค พปชร.ลงพื้นที่อยู่แล้ว แต่ไม่มีใครไปถ่าย ไปทำข่าว เมื่อถามย้ำว่าเป็นการลงพื้นที่แบบเงียบๆ หรือไม่ เนื่องไม่มีการแจ้งกำหนดการ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ลงพื้นที่อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าพรรค พปชร.จะลงพื้นที่ครั้งใหญ่ เหมือนกับพรรค พท.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะทำทุกพื้นที่ ไม่ได้เลือกว่าพื้นที่ไหน เมื่อถามย้ำว่ามีโอกาสที่หัวหน้าพรรค พปชร.จะนำลงพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่ได้หาเสียง แต่ได้ลงไปดูแลประชาชนในทุกพื้นที่ให้อยู่ดีกินดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากลงพื้นที่ช้า เกรงจะเสียเปรียบต่อพรรค พท.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราก็เป็นรองทุกทีอยู่แล้ว เมื่อถามจะแก้ปัญหาอย่างไรให้มาเทียบคู่กับพรรค พท.อย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทำอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา
พปชร.จ่อเชิญหน่วยรัฐติวส.ส.
ที่พรรค พปชร. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ส.ส.พรรค ว่า จากนี้พรรคมีแนวคิดว่าการประชุม ส.ส.จะเชิญหัวหน้าส่วนราชการมาบรรยายให้ความรู้กับ ส.ส.ของพรรค เพราะอีกไม่นานจะมีการเลือกตั้ง ดังนั้น ต้องให้ ส.ส.มีทักษะความรู้ในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับนโยบายของพรรคเพิ่มขึ้นว่าพรรค พปชร.มีแนวทางที่จะช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่อย่างไร พร้อมกับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชนเพื่อนำไปส่งต่อให้ส่วนราชการแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ พรรคการเมืองต้องเตรียมการตลอดเวลาและการสร้างกระแสให้ประชาชนมีความหวังกับพรรค พปชร. วันนี้เน้นทำความเข้าใจ เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะประชาชนถามว่าเมื่อใดจะลงทะเบียน ระเบียบเป็นอย่างไร และจะลงทะเบียนได้ทั่วถึงหรือไม่ จึงต้องเชิญมาบรรยายเพื่อให้ ส.ส.กลับไปตอบประชาชนฐานรากให้รับทราบเงื่อนไขและได้เตรียมตัว เช่น ต้องมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท เป็นต้น ในการประชุมครั้งหน้าคาดว่าจะเชิญตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการมาให้ข้อมูล เพราะเมื่อใกล้จะเลือกตั้งประชาชนก็อยากรู้ข้อมูลต่างๆ มากขึ้น
โวคะแนนนิยมทิ้งห่างพท.
เมื่อถามว่า หลายพรรค เช่น พรรคเพื่อไทย (พท.) ลงพื้นที่หาเสียงแล้ว พรรค พปชร.จะมีกลยุทธ์หาเสียงสู้อย่างไร เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรค ระบุว่า ยังเป็นมวยรองอยู่ นายสันติกล่าวว่า ความหมายของมวยรองที่ พล.อ.ประวิตรพูด คงหมายถึงเลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรค พท.ได้ ส.ส.เป็นอันดับหนึ่ง พรรค พปชร.เป็นอันดับสอง แต่เวลา 3 ปีที่ผ่านมาพรรค พปชร.ไม่ได้เป็นรองและอยู่เหนือเขาแทบมองไม่เห็น ฉะนั้น ไม่ใช่มวยรอง และรัฐบาลมีผลงานมาก โดยเฉพาะพรรค พปชร.มีผลงานที่ดูแลประชาชนระดับฐานราก เช่น โครงการคนละครึ่ง ผลักดันบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรค พปชร.เคลื่อนไหวช้ากว่าพรรคอื่น จะซ้ำรอยเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า บางพรรคทำการหวือหวา โครมคราม เหมือนฝนตกครู่เดียวแล้วหยุด ต่างจากพรรค พปชร.ที่ทำมาตลอด มีโครงการสร้างงานสร้างอาชีพ และไม่ได้ออกตัวช้ากว่าคนอื่น เพราะ ส.ส.ของพรรคลงพื้นตลอด
สันติมั่นใจแจงไม่ไว้วางใจ
นายสันติให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป็นคนหนึ่งที่โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่มั่นใจว่าทำถูกต้องตามระเบียบและขั้นตอนกฎหมาย เพื่อประโยชน์ประชาชน และที่จริงไม่ได้มีอำนาจไปสั่งข้าราชการให้ไปซ้ายหรือขวาหรือไปสั่งกระทรวงอื่นได้ เนื่องจากมีคณะกรรมการพิจารณาให้ดำเนินการในเรื่องต่างๆ เมื่อตรงไปตรงมา ตอบได้ มีเหตุผล ทำงานเพื่อประโยชน์ จึงไม่กังวลเรื่องเสียงที่จะยกมือสนับสนุน ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเล็กอาจสนับสนุนแค่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร. ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นจะดูเป็นรายบุคคล นายสันติกล่าวว่า ไม่ขอไปพูดถึงคนอื่น
เฮ้งชี้ปมญัตติเทียบเสียบบัตร
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส.ส.ชลบุรี และผู้อำนวยการพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ายื่นตรวจสอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 11 คน ของฝ่ายค้านว่าเป็นญัตติเถื่อนหรือไม่ ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ และเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา นายเกรียงไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรค พปชร.ได้ยื่นต่อประธานสภา และจะไปยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบด้วย เพราะเรื่องนี้เทียบเคียงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีต กรณีดังกล่าวถือว่าไม่เหมาะสม จะมาอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่ขั้นตอนปฏิบัติไม่ถูกต้อง ยืนยันว่าไม่ได้กลัวการตรวจสอบ กรณีนี้คล้ายเรื่องเสียบบัตรแทนในการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญกันที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วหลายคน
“ผมไม่ได้กลัวการตรวจสอบ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อย่ามาพูด อย่ามายุ่งกับผม เพราะผมไม่เคยยุ่งกับคุณ เดี๋ยวรู้สึก เดี๋ยวเจอกัน จะตรวจสอบก็ตรวจสอบไป คนละประเด็นอย่าเบี่ยงประเด็น แต่ที่ผมให้ตรวจสอบคือญัตติของคุณมันชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่” นายสุชาติกล่าว
ชวนโยนฝ่ายค้านรับรองญัตติ
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ ส.ส.ชลบุรี และผู้อำนวยการพรรค พปชร. เรียกร้องให้ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านถอนรายชื่อออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เช่นนั้นจะส่งเรื่องไปให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า มองเจตนาดีของนายสุชาติ ที่เชื่ออย่างนั้น แต่วันนี้ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกคนไม่มีใครวิตกกังวลในเรื่องนี้ มองข้ามไปว่าจะเตรียมการอภิปรายอย่างไร ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้พรรค พท.จะประชุมเพื่อวางตัวผู้อภิปรายแล้ว และเดินหน้าต่อไป ไม่กังวล และมองไปไกลแล้ว ถึงขั้นตอนการแบ่งเวลาการอภิปรายกันแล้ว เรื่องนี้จะมีปัญหาก็ต่อเมื่อมี ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นเจ้าทุกข์ พูดขึ้นมา เดินเรื่องหรือโวยวายขึ้นมา แต่เมื่อ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านยังนิ่ง เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร และล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ถือว่าครบ 7 วันหลังจากยื่นญัตติ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ได้ส่งหนังสือขอให้ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลไว้ มาลงนามยืนยันความถูกต้องของญัตติที่เสนอมาอีกครั้ง ก่อนส่งกลับให้นายชวนภายในวันนี้ จะประสานไปให้หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคให้ลงนาม และส่งทันที เชื่อว่าเป็นการหาข้อเท็จจริง และแก้ปัญหาที่ถูกร้องเรียนเรื่องญัตติเถื่อนเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้
ย้ำชื่อเฮ้งมีตั้งแต่แรก
เมื่อถามว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกปีแต่ทำไมครั้งนี้ถึงมีปัญหา นายสุทินกล่าวว่า ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกปี ที่ผ่านมามีการพูดลวงพูดหลอกเรื่องจำนวนผู้ถูกอภิปราย ก็ทำเหมือนปกติ แต่ที่เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นไม่เข้าใจว่ารัฐบาลอาจจะได้ข้อมูลที่ผิดพลาด หรือมีเจตนาที่จะทำลายจังหวะและสมาธิของฝ่ายค้านก็เป็นไปได้ ไม่ได้มองอย่างอื่น ความจริงมีชื่อนายสุชาติตั้งแต่วันแรกแล้ว และช่วงแรกมีรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายถึง 15 คนด้วยซ้ำ แต่ฝ่ายค้านก็คัดและมีคนที่รอข้อมูลยืนยันอยู่ 2 คน พอถึงวันสุดท้ายมาตรวจสอบกันอีกครั้งพบว่าข้อมูลเพียงพอจึงเพิ่มเข้ามา ทุกอย่างอยู่ที่ข้อมูลและ ส.ส.ที่ลงชื่อในญัตติ มีความเข้าใจทุกคน
ชี้ขั้นตอนปกติยืนยันถูกต้อง
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคพท. และประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งหนังสือขอให้ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลไว้ มาลงนามยืนยันความถูกต้องของญัตติที่เสนอมาอีกครั้งว่า เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ที่ต้องให้พรรคฝ่ายค้านทุกพรรคที่ร่วมลงชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรับรองว่ารายชื่อทั้งหมดถูกต้องทุกอย่าง แต่ละพรรคยังยืนยันรายชื่ออยู่หรือไม่ เพราะนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรค พปชร.ร้องมาเกี่ยวกับญัตติดังกล่าว จึงต้องให้แต่ละพรรคยืนยันและเป็นการตรวจสอบอีกครั้ง ถ้ามีใครไม่ยินยอมพร้อมใจ หรือไม่เต็มใจ ก็ว่ากันไป แต่รายชื่อที่สนับสนุนญัตติ ต้องได้ 1 ใน 5 ของส.ส.เท่าที่มีอยู่หรือ 96 คน
เป็นการตรวจสอบ รายชื่อเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เช่น มีกรณีลายเซ็นไม่ตรงกับที่ผ่านมาต้องถามกลับไปว่าเซ็นเองหรือไม่จะให้ถาม ส.ส.แต่ละคนก็จะเสียเวลา จึงถามไปยังพรรคการเมืองนั้นๆ แล้วให้แต่ละพรรคยืนยันมา หากรายชื่อทุกอย่างถูกต้องถือว่าญัตติถูกต้อง แต่ละพรรคฝ่ายค้านต้องตอบกลับมาให้เร็วที่สุด ถ้าตอบช้าญัตติจะช้าออกไปอีก นพ.สุกิจกล่าว
ปัดดีลตัดรองพงษ์-ลั่นจัดหนัก
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ก.ก. ให้สัมภาษณ์กรณีไม่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อยู่ในรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งๆ ที่ขณะนี้ชาวบ้านกำลังเดือดร้อนเรื่องราคาพลังงาน อย่างหนักว่า ตอบตรงๆ ว่า มีเรื่องพลังงาน ในการอภิปรายครั้งนี้ด้วยเเน่นอน แต่ไม่ได้อภิปรายนาย