ข่าวดึก 7HD – กองกำลังสุรสีห์ เข้มงวดตรวจสอบพัสดุรถขนส่งสินค้าเอกชน ชายแดนด้านจังหวัดกาญจนบุรี ป้องกันการลักลอบส่งอาวุธปืนเถื่อน ให้ชนกลุ่มน้อยในเมียนมา หลังก่อนหน้านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทลายเครือข่ายค้าอาวุธ เบล 1,000 กระบอก ได้ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เชื่อมโยงการออกใบ ป.3 โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูง ในอำเภอไทรโยค
หลังจากเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการจับกุมเครือข่ายค้าอาวุธ เบลล์ 1,000 กระบอก โดยจับกุม นายดนุพล ยงพงศ์ หรือฉายา เบลล์ 1,000 กระบอก อายุ 32 ปี ในพื้นที่ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี, อดีตนายอำเภอไทรโยค์, เจ้าหน้าที่อำเภอไทรโยค และเจ้าหน้าที่ อส.อำเภอไทรโยค ต่อมา ทางจังหวัดกาญจนบุรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง พบว่าคดีมีมูลเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตปืน ป.3 จำนวน 35 กระบอก ที่ออกโดยอำเภอไทรโยค ซึ่งทางอำเภอได้มอบหลักฐานเอกสารดังกล่าวให้กับเจ้าหน้าที่กองปราบปรามแล้ว
และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ยังได้ตรวจพบขบวนการค้าอาวุธใช้บริการรถขนส่งสินค้าบริษัทเอกชน ในการลำเลียงอาวุธปืนและกระสุนปืนขายให้ชนกลุ่มน้อยในประเทศเมียนมาด้วย สามารถยึดกระสุนปืน M16 ได้จำนวนกว่า 1,000 นัด พร้อมจับกุมชายชาวเมียนมา 2 คน ในพื้นที่บ้านพระเจดีย์สามองค์ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ สั่งการให้ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ประจำด่านตรวจความมั่นคงน้ำเกิ๊ก ชายแดนไทย-เมียนมา เพิ่มมาตรการตรวจสอบรถขนส่งสินค้าของบริษัทเอกชน โดยเน้นกล่องที่มีผู้รับเป็นชาวเมียนมา และมีน้ำหนักผิดปกติ โดยใช้สุนัขตรวจหาวัตถุระเบิดดมกลิ่น ควบคู่กับการใช้เครื่องตรวจโลหะ เพื่อตรวจหาสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอาวุธปืนหรือกระสุนปืน โดยมีการบันทึกภาพวิดีโอทุกขั้นตอน
ขณะที่พนักงานส่งพัสดุ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาเคยพบการจัดส่งอาวุธปืน และกระสุนปืนมาในกล่องพัสดุ แต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบสินค้าที่อยู่ภายในกล่องพัสดุได้ กว่าครึ่งผู้สั่งสินค้าจะเป็นชาวเมียนมา
ปัจจุบันชาวเมียนมา ในเมืองพญาตองซู มักจะใช้ชื่อที่อยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ ชายแดนติดกับบ้านพระเจดีย์สามองค์ โดยจะสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ ที่ขนส่งโดยบริษัทเอกชน เนื่องจากสะดวก รวดเร็ว และไม่มีการตรวจสอบ เข้มงวดเหมือนการขนส่งทางไปรษณีย์ไทย