วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.26 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 10 มิ.ย.65 นางสาวพัชาพลอย แก่นจันทร์ อายุ 52 ปี พร้อมด้วยแม่เด็กอายุ 15-20 ปี จำนวนกว่า10 คน ได้เดินทางมาที่มูลธินิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีลูกถูกหลอกผ่านเฟสบุ๊คให้ไปทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งบางคนก็ถูกทำร้ายร่างกายซึ่งขณะนี้ยังกลับประเทศไทยไม่ได้
จากการสอบถามนางสาวพัชาพลอย แก่นจันทร์ อายุ 52 ปี บอกว่าลูกชายตนเองอายุ 17 ปี ซึ่งอยู่ที่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี แก็งคนร้ายหลอกผ่านทางเฟสบุ๊คว่ามีงานทำและมีรายได้ดีซึ่งลูกชายตนเองก็นั่งรถตู้จาก อ.พานทองไปลงหมอชิต และขึ้นรถจากหมอชิตไปลงที่ท่ารถรังสิต จากนั้นก็ขึ้นรถจากรังสิตไปลงที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากนั้นก็เดินข้ามไปที่ประเทศกัมฬูชา และจะมีคนมารับ ซึ่งลูกชายถูกหลอกไปที่วันที่ 14 พ.ค.65 และติดต่อมาวันที่ 18 พ.ค.65 ซึ่งลูกชายบอกว่าไปทำงานบริดคอยส์ที่สีหนุ และทำงานสองทุ่มถึงตีห้า ซึ่งลูกชายก็ถูกทำร้ายด้วยและจะติดต่อได้เป็นครั้งคราว ส่วนแม่ของเด็กคนอื่นๆก็เหมือนกันก็จะถูกหลอกผ่านทางเฟสบุ๊คเหมือนกันว่าให้ไปทำงานเพราะมีรายได้ดี
ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่าทางมูลนิธิปวีณาได้รับการร้องทุกข์จากแม่เด็กจำนวนหลายคนว่าลูกของตนเองถูกหลอกให้ไปทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งทางเราก็มองว่าปัญหาการถูกหลอกของเด็กๆนั้นเป็นปัญหาระดับประเทศ การที่มีคนถูกหลอกไปทำงานนั้นซึ่งเราต้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือโดยเฉพาะเด็กๆและเยาวชนซึ่งเด็กพวกนี้เป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ และต้องการเงิน ซึ่งเมื่อถูกหลอกไปที่นั้นแล้ว และนึกว่าจะได้ไปทำงานแต่จริงๆแล้วไม่ใช่แต่ไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อเด็กๆทำไม่ได้ก็จะถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งตรงนี้เราจะต้องคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งเข้าช่วยเหลือ ซึ่งอยากฝากประชาสัมพันธ์ประชาชนหรือพ่อแม่เด็กให้ช่วยกันดูแลบุตรหลานเพราะการที่จะไปทำงานที่ต่างประเทศและได้เงินเยอะๆนั้นไม่มีหรอก และเมื่อถูกหลอกไปแล้วจะกลับมาที่ประเทศไทยนั้นทำได้ยาก ไม่ใช่ช่วยได้เสมอไปซึ่งก็ขอฝากประชาสัมพันธ์ด้วย และเมื่อไปแล้วก็จะถูกหลอกให้ทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาหลอกคนอื่นอีกครั้งหนึ่ง และปัญหาอื่นๆจะตามมาด้วย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่