เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 มิ.ย.65 นางสาวพัชาพลอย แก่นจันทร์ อายุ 52 ปี พร้อมด้วยแม่เด็กอายุ 15-20 ปี จำนวนกว่า 10 คน ได้เดินทางมาที่มูลธินิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถนนรังสิต-นครนายก ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีลูกถูกหลอกผ่านเฟซบุ๊กให้ไปทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งบางคนก็ถูกทำร้ายร่างกายซึ่งขณะนี้ยังกลับประเทศไทยไม่ได้
โดยนางสาวพัชาพลอย แก่นจันทร์ อายุ 52 ปี ได้บอกว่าลูกชายตนเองอายุ 17 ปี ซึ่งอยู่ที่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี ถูกแก๊งคนร้ายหลอกผ่านทางเฟซบุ๊กว่ามีงานทำและมีรายได้ดีซึ่งลูกชายตนเองก็นั่งรถตู้จาก อ.พานทองไปลงหมอชิต และขึ้นรถจากหมอชิตไปลงที่ท่ารถรังสิต และก็ขึ้นรถจากรังสิตไปลงที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนเดินข้ามไปที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งจะมีคนมารับ โดยลูกชายถูกหลอกไปวันที่ 14 พ.ค.65 และติดต่อกลับมาวันที่ 18 พ.ค.65 ซึ่งลูกชายบอกว่าไปทำงานบิดคอยส์ที่สีหนุ โดยจะทำงานสองทุ่มถึงตีห้า ซึ่งลูกชายก็ถูกทำร้ายด้วย จะมีการติดต่อได้เป็นครั้งคราว ส่วนแม่ของเด็กคนอื่นๆก็เช่นเดียวกัน จะถูกหลอกผ่านทางเฟซบุ๊กเหมือนกันว่าให้ไปทำงานเพราะมีรายได้ดี
ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่าทางมูลนิธิปวีณาได้รับการร้องทุกข์จากแม่เด็กจำนวนหลายคนว่าลูกของตนเองถูกหลอกให้ไปทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งทางเราก็มองว่าปัญหาการถูกหลอกของเด็กๆนั้นเป็นปัญหาระดับประเทศ การที่มีคนถูกหลอกไปทำงานนั้นซึ่งเราต้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะเด็กๆ และเยาวชนซึ่งเด็กๆ เหล่านี้เป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ และต้องการเงิน เมื่อถูกหลอกไปที่นั้นแล้ว และนึกว่าจะได้ไปทำงานแต่จริงๆแล้วไม่ใช่ แต่ไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เมื่อเด็กๆทำไม่ได้ก็จะถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งตรงนี้เราจะต้องคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งเข้าช่วยเหลือ อยากฝากประชาสัมพันธ์ประชาชนหรือพ่อแม่เด็กให้ช่วยกันดูแลบุตรหลานเพราะการที่จะไปทำงานที่ต่างประเทศและได้เงินเยอะๆนั้นไม่มีหรอก และเมื่อถูกหลอกไปแล้วจะกลับมาที่ประเทศไทยนั้นทำได้ยาก ไม่ใช่ช่วยได้เสมอไปซึ่งก็ขอฝากประชาสัมพันธ์ด้วย และเมื่อไปแล้วก็จะถูกหลอกให้ทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาหลอกคนอื่นอีกครั้งหนึ่ง และปัญหาอื่นๆจะตามมาอีกมากมาย