ศูนย์ข่าวศรีราชา- อดีต ส.ส.ชลบุรี ยื่นมือช่วยเหลือครอบครัว ด.ช.วัย 3 ขวบใน อ.พานทอง ป่วยโรคหัวใจสีเขียวซ้ำ ฐานะยากจนทำไม่สามารถรักษากับแพทย์เฉพาะทางได้ ขณะผู้ใจบุญช่วยบริจาคเงินจนมียอดทะลุ 200,000 บาทในวันเดียว
วันนี้ ( 8 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพ่อของเด็กชายวัยเพียง 3 ขวบ 3 เดือนซึ่งป่วยด้วยโรคหัวใจสีเขียวได้โพสต์เฟซบุ๊กวอนผู้ใจบุญยื่นมือช่วยนำตัวลูกชายเข้ารักษากับแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้รอดชีวิต เนื่องจากครอบครัวมีฐานะอยากจนว่า ล่าสุดนายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีต สส.ชลบุรี พร้อมทีมงานได้เข้าให้การช่วยเหลือแล้ว
โดยได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 49 / 4 ม. 1 ต.บางหัก อ.พานทอง จ.ชลบุรี เพื่อนำข้าวสารอาหารแห้ง รวมทั้งแพมเพิส และนมผงทางการแพทย์มอบให้กับครอบครัวของ ด.ช.พฤตินันท์ ศรีสุข หรือ น้องบิ๊กจิ๋ว รวมทั้งเงินจำนวน 1 หมื่นบาทสำหรับใช้ในยามฉุกเฉิน
ขณะที่ นายซึม และนางลำพึง ศรีสุข พ่อและแม่ของน้องบิ๊กจิ๋ว บอกว่าตนเองทราบดีว่าเด็กที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าวมีจำนวนน้อยมากและการรักษาค่อนข้างลำบาก ขณะที่ครอบครัวมีฐานะยากจนจึงไม่มีทางที่จะพาลูกเดินทางไปรักษากับแพทย์เฉพาะทางได้ อีกทั้ง น้องบิ๊กจิ๋ว ยังต้องอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา
เนื่องจากต้องให้ออกซิเจน และเจาะหน้าท้องจึงไม่สามารถให้อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนได้เนื่องจากอาจเกิดอาการช็อค จนทำให้ต้องร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญเนื่องจากครอบครัวมีรายได้ต่อวันจากการขายปลาเค็มเพียง 300-400 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายต่อวันของลูกน้อยสูงถึง 800 บาท
“ ตั้งแต่มีข่าวออกไปก็มีผู้ใจบุญได้บริจาคเงินเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนทำให้ขณะนี้มียอดเงินกว่า 200,000 บาทแล้วซึ่งตัวเองและครอบครัวรู้สึกดีใจมากที่มีผู้ใจบุญเข้าช่วยเหลือและขอบคุณท่านอดีต สส.มานิตย์ ภาวสุทธิ์ ที่เข้าดูแลและติดต่อหมอเฉพาะทางให้รวมทั้งช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาให้”
นายซึม ยังบอกอีกว่าตนเองและครอบครัวพร้อมที่จะสู้ไปกับลูกน้อย และขณะนี้ได้บนบานต่อองค์หลวงพ่อโสธรและท้าวเวสสุวรรณ เพื่อให้ช่วยปกปักรักษา น้องบิ๊กจิ๋ว ให้หายเป็นปกติ
ด้าน นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีต สส.ชลบุรี เผยว่าเบื้องต้นได้ประสานงานไปยังโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อให้รับตัว ด.ช.คนดังกล่าวเข้าทำงานรักษาและให้อยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งหากโรงพยาบาลชลบุรี ไม่มีแพทย์เฉพาะทางก็จะประสานไปยังโรงพยาบาลศิริราช หรือโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ช่วยรักษาต่อไป
และหากเงินที่ได้รับบริจาคจากผู้ใจบุญอื่นๆ ไม่เพียงพอ ตนเองก็พร้อมจะช่วยเหลือดูแลค่าใช้จ่ายในส่วนที่เหลือเพราะให้ น้องบิ๊กจิ๋ว สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ