Chonburi Sponsored

คลั่งสยองกราดยิงร้านชำ 2 ศพ แม่รับเพ้อเมียถูกฉุดขืนใจ ญาติเหยื่อแค้นฮือทืบวุ่น (คลิป)

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

จากกรณีเมื่อช่วง 22.00 น. คืนที่ผ่านมา 28 พ.ค. 65 ได้มีคนร้ายก่อเหตุใช้ปืนขนาด 11 มม. กระหน่ำยิงวงเหล้า หน้าร้านขายของชำ พื้นที่หมู่ 3 ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ที่เป็นเครือญาติและคนคุ้นเคย

เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือนายนิพนธ์ ยิ้มแย้ม หรือ พล อายุ 56 ปี ถูกยิงรวม 5 นัด เข้าที่คิ้วขวา 1 นัด, คิ้วซ้าย 1 นัด, หน้าท้อง 1 นัด, ใต้ท้องน้อย 1 นัด และหัวไหล่ขวาอีก 1 นัด และนายวิชาญ ธนูแก้ว หรือ อู๊ด อายุ 55 ปี ถูกยิงเข้าที่ชายโครงขวา 1 นัด และใต้ราวนมขวา 1 นัดกระสุนฝังใน

ส่วนนายอุดร สุขเลิศ อายุ 50 ปี ถูกยิงเข้าที่หัวเข่าทั้ง 2 ข้าง และหน้าอกขวา 1 นัด และนิ้วมือขวา 1 นัด บาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านบึง ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุได้ได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปในความมืด ต่อมาทราบชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นายศุภกรณ์ เจริญงามทรัพย์ วัย 38 ปี

หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง ได้ติดตามไล่ล่านายศุภกรณ์ ซึ่งได้หลบหนีเข้าเขตรับผิดชอบ สภ.พนัสนิคม มุ่งหน้ามายังบ้านในหมู่ 2 ต.ทุ่งขวาง อ.พนัสนิคม ซึ่งเป็นบ้านของพ่อตา เชื่อว่านายศุภรณ์ตั้งใจจะตามมายิงภรรยาตัวเองและคนในครอบครัวทิ้งเพราะเคยขู่เอาไว้ก่อนก่อเหตุ จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ช่วยทำการปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว

ต่อมา พบว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีเข้าไปบริเวณสวนผักหลังบ้านของพ่อตาจริง เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีปืน และอยู่ในที่มืด โดยพบว่านายศุภกรณ์มีอาการระแวง และใช้ปืนจ่อศีรษะตัวเองตลอดเวลา พร้อมตะโกนบอกไม่ให้ใครเข้าใกล้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้โล่เหล็กบังและคุมเชิง และให้แม่ของนายศุภกรณ์ พูดเกลี่ยกล่อมให้วางอาวุธ ใช้เวลานานประมาณ 4 ชั่วโมง จนกระทั่งยอมวางอาวุธและให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว จากนั้นนำตัวมาที่สอบสวนต่อที่ สภ.บ้านบึง

ภาพจากกล้องวงจรปิดช่วงที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 21.40 น. ในวงเหล้า มีนายชาตรี เจ้าของร้านขายของชำ เสื้อสีเทา นายนิพนธ์ นายวิชาญ และนายอุดร กำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่หน้าร้านขายของชำ จากนั้นนายศุภกรณ์ได้เดินเข้ามาภายในร้านขายของชำ ที่ผู้ตายกำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่ และได้สั่งเบียร์ 1 ขวด และนั่งกินอยู่โต๊ะม้าหินอีกโต๊ะใกล้กันประมาณ 5 นาที จนเบียร์เกือบหมดขวด

จากนั้นเวลาประมาณ 21.45 น. นายศุภรณ์ได้นั่งดื่มเบียร์เสร็จ ได้ถืออาวุธปืนเข้ามาและกระหน่ำยิงคนในวงเหล้าทันที ซึ่งจากภาพจะเห็นว่านายศุภกรณ์กระหน่ำยิงทุกคนไม่เลือกหน้า และกระสุนไปถูกสุนัขอีกตัวที่นั่งอยู่ในร้าน จนร้องเสียงดัง

ซึ่งจากคลิปจะเห็นว่ากระสุนชุดแรกไปถูกนายอุดรจนนอนล้มลงก่อน ส่วนนายนิพนธ์ถูกกระสุนเจ็บ และพยายามวิ่งหนีไปทางหน้าบ้านติดถนน ส่วนนายวิชาญถูกยิงเข้าราวนมขวาก่อน และพยายามเรียกร้องให้คนช่วย จากนั้นนายศุภกรณ์ได้ยิงนายวิชาญซ้ำอีก 2 นัด โดย 1 นัดเข้าชายโครงขวา อีกนัดพลาดเป้า และทำให้นายวิชาญเสียชีวิต

หลังจากนั้นเป็นคิวของนายนิพนธ์ กล้องวงจรปิดตัวที่ 2 นาที่ที่ 21.47 น. จับภาพได้ จะเห็นว่า นายนิพนธ์ที่ถูกยิงเจ็บคลานหนีไปอยู่บริเวณหน้าบ้านติดถนน จากนั้นนายศุภกรณ์ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากร้าน โดยก่อนจะขี่หนี นายศุภรกรณ์เห็นนายนิพนธ์ กำลังคลานหนีเอาชีวิตรอด แต่นายศุภกรณ์ด้วยความแค้น จึงคล่อมรถจักรยานยนต์และได้ยิงซ้ำอีก 1 นัดเข้าที่หัวจนนายนิพนธ์เสียชีวิตคาที่ ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยระหว่างเกิดเหตุ ยังเห็นว่านายชาตรีและครอบครัวที่อยู่ในบ้านได้รีบอุ้มหลานสาว วิ่งหนีออกทางหลังบ้านอีกด้วย

ต่อมาหลังยิงเสร็จแล้ว เวลา 21.55 น. ลูกชายและเมียของนายวิชาญ ซึ่งอยู่บ้านใกล้กันได้รีบมาที่เกิดเหตุ และเข้าไปร้องเรียกพ่อให้ตื่นแต่ขณะนั้น นายชาตรีนอนหายใจรวยริน นอนจมกองเลือดไม่รู้สึกตัวแล้ว ซึ่งทุกคนพยายามตะโกนแจ้งตำรวจและรถพยาบาล หวังจะยื้อชีวิตทั้ง 3 คนเอาไว้ กระทั่งเวลา 22.2น. ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเดินทางมาถึง

ต่อมาเวลา 16.30 น. พลตำรวจตรีอรรถสิทธิ์ กิจจาหาร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง ควบคุมตัว นายศุภกร เจริญงามทรัพย์ ผู้ก่อเหตุยิง 2 ศพ เดินทางมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยกว่า 30 นาย

แต่ยังทำไม่ทันเสร็จ ตำรวจต้องยกเลิกการทำแผนฯ เพราะญาติฝั่งคนตายนำโดยลูกชายของนายวิชาญ ที่พ่อถูกยิงเสียชีวิตได้เข้าไปกระชากคอนายศุภกรณ์จากตำรวจบนรถ และเอาตัวมารุมกระทืบจนน่วม จากนั้นญาติฝั่งคนตายและชาวบ้านอีกจำนวนมากก็กรูกันเข้ามารุมประชาทัณฑ์ ทั้งศอก ทั้งหมัด จนตำรวจต้องยกเลิกการทำแผน

เช่นเดียวกับนางมยุรี ภรรยาของนายนิพนธ์ผู้ตาย ซึ่งได้ตะโกนด่านายศุภรกรว่าทำกับสามีของเธอได้อย่างไร และร้องไห้ บอกว่า “ป๊าไม่อยู่แล้ว ฉันจะอยู่กับใคร” ก่อนจะเป็นลมไปทันที ญาติต้องช่วยกันหามเข้าบ้าน

ย้อนกลับไปก่อนที่นายศุภกรจะถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ ตำรวจได้คุมตัวพาไปชี้จุดที่เกิดเหตุ ตั้งแต่ลงจากรถก็มีชาวบ้านต่างตะโกนด่าสาปแช่งก่อนหน้านี้แล้ว ทีมข่าวสอบถามนายศุภกรถึงเหตุผลที่ทำไป เจ้าตัวอ้างว่า นายนิพนธ์และพวกวางแผนรุมข่มขืนเมียตนเองนานกว่า 6 ปีแล้ว โดยวันเกิดเหตุตนเองไม่ได้เมา และบอกว่า ผมเครียดมาหลายวันแล้ว และที่จริงแล้วตนเองไม่ได้ตั้งใจยิงนายอุดร แต่กระสุนไปถูกนายอุดรเอง แต่ตนเองตั้งใจจะยิงนายนิพนธ์ “ผมตั้งใจจะยิงให้ตาย ถ้าไม่ตายเขาก็ไปทำกับเมียผมอีก เขากับพวกรุมข่มขืนเมียผมมา 6 ปีแล้ว ไม่สงสารเมียผมบ้างหรือ” ซึ่งทั้งหมดเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้หลอนยา

นางมยุรี ไชยวุฒิ อายุ 57 ปี ภรรยาของนายนิพนธ์ ผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตัวเองหัวใจแทบสลายเมื่อได้ข่าวว่าสามีถูกยิงเสียชีวิต เพราะปกติแล้วสามีเป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และเอ็นดูนายศุภกรณ์ ผู้ก่อเหตุมาตลอด ทุกครั้งที่สามีไปที่ร้านขายของชำ เจอหน้าผู้ก่อเหตุก็มักจะเลี้ยงเหล้าเลี้ยงเบียร์เป็นประจำ เพราะเอ็นดูเหมือนลูกหลาน ไม่คิดว่านายศุภกรณ์จะกล้ายิงสามี ส่วนที่นายศุภกรณ์ อ้างว่าโกรธแค้นที่ถูกสามีตนเองตบหน้ากลางวงเหล้า เพราะเอาปืนมาเล่น ตนเองไม่เคยได้ยินสามีเล่าให้ฟัง แต่ก็คิดว่าไม่ควรทำกันถึงขนาดนี้

ลางสังหรณ์ก่อนจะเกิดเหตุ 1 วัน ตนเองได้ฝันร้าย เห็นว่าตนเองและสามีกำลังวิ่งหนีคนร้ายที่กำลังไล่ยิงในฝันสามีถูกคนร้ายกระหน่ำยิงไปทั้งตัวเสียชีวิต เมื่อตื่นขึ้นมาตนเองเอาเรื่องไปบอกให้ญาติฟังว่าฝันไม่ดี ซึ่งญาติก็ฝันว่านายนิพนธ์ถูกยิงเสียชีวิตเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าสามีจะถูกยิงตายจริง

นายปัญญา ธนูแก้ว ลูกชายของนายวิชาญ ผู้เสียชีวิต ที่อยู่ในกล้องวงจรปิดซึ่งได้เข้าไปกอดร่างของพ่อตัวเอง หลังถูกยิงเสียชีวิต เปิดใจว่า ขณะตนเองไปที่เกิดเหตุเห็นพ่อนอนหายใจรวยริน นอนจมกองเลือด ตนเองตกใจมาก พยายามเรียกพ่อให้ตื่น แต่อาการพ่อตอนนั้นไม่ตอบสนองแล้ว ตนเองช็อก ทำอะไรไม่ถูก พูดไม่ออก อยากถามนายศุภกรว่าทำไมต้องฆ่าพ่อตนเอง

ส่วนที่ตนเองต้องเข้าไปกระชากตัวนายศุภกรถึงบนรถ ตนเองทำไปเพราะความโกรธแค้นที่นายศุภกรได้ฆ่าพ่อตนเอง ซึ่งพ่อไม่ไปมีปัญหาหรือทะเลาะอะไรกับใคร และตนเองขอให้ลงโทษนายศุภกรให้ถึงที่สุด

นางจอย (นามสมมติ) แม่ของผู้ก่อเหตุ เปิดใจว่า ตัวเองรู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าลูกชายจะเอาปืนไปยิงคนเสียชีวิตแบบนี้ เพราะทุกคนต่างก็เป็นเครือญาติกัน จริง ๆ แล้วลูกชายตัวเองเป็นคนรักเพื่อนอัธยาศัยดี ถ้าใครทำเขา เขาก็จะไม่ยอมธรรมดาเขาจะไม่เป็นแบบนี้ แต่ตอนนี้เขามีอาการป่วยทางจิตและเป็นมา 10 กว่าปีแล้ว ไม่ให้ความร่วมมือในการรักษา ไม่ยอมไปหาหมอ ไม่ยอมกินยา แต่ก็ยังสามารถทำงานได้ ซึ่งเรื่องเดียวที่ไม่เข้าใจก็คือเรื่องเมียเขา ส่วนเรื่องอื่นไม่มีปัญหา เพราะเขามักจะคิดไปเองว่าเมียเขาถูกข่มขืน

เมื่อวานนี้ก็ไม่ได้มีท่าทีผิดปกติ จนกระทั่งลูกชายอาบน้ำแต่งตัวออกไป ตัวเองก็คิดว่าคงไม่ไปไกล คงคิดว่าไปแถวนี้จนกระทั่งมีคนโทรศัพท์มาบอกว่าลูกชายตัวเองไปยิงคนที่ร้านค้า ตัวเองก็ถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น บอกว่าลูกชายตัวเองไปกินเบียร์ที่ร้านแล้วบ่นเรื่องเมียของตัวเองที่ถูกข่มขืนให้ฟัง ซึ่งลูกชายนั้นคิดไปเองเนื่องจากมีอาการเสียสติและคนที่อยู่ในร้านก็ห้ามไม่ให้พูด อาจจะทำให้เค้าโมโห

ซึ่งก่อนหน้านี้ ตัวเองได้ยินมาว่าคนที่เสียชีวิตที่ชื่อนายพลนั้นได้ตบหน้าลูกชายตัวเองจนปากแตกเมื่อ 2-3 วันที่แล้ว อาจจะทำให้เขาเกิดความแค้นหรือไม่ เพราะถ้าหากเค้ากินเบียร์ลงไปเพียงขวดเดียวก็จะเสียสติทันที และมักจะตรอมใจเรื่องเมียมาโดยตลอด เพราะคิดไปเอง

ตลอดเวลาที่ผ่านมาตัวเองไม่ค่อยได้อยู่ที่บ้านหลังนี้เพราะน้องสาวเป็นห่วงกลัวว่าจะได้รับอันตราย เพราะลูกชายสติไม่ดีก็เลยไปนอนบ้านของน้องสาวแทน ตอนนี้ตัวเองเครียดมากเพราะไม่อยากให้ใครสูญเสียเลย ที่สำคัญคนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกันหมด เป็นญาติพี่น้องกันทั้งนั้น ซึ่งตัวเองไม่ได้ส่งเสริมและไม่ได้ปล่อยปะละเลยลูกชายให้เป็นแบบนี้ แต่ลูกชายไม่ยอมให้ความร่วมมือ พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นตัวเองก็โมโห เพราะลูกชายไปทำเขาแบบขาดสติ พอลูกชายก่อเหตุไปแล้ว ตัวเองก็อยากขอโทษทุกคนที่สูญเสีย และเข้าใจคนที่เขาเสียชีวิต

Chonburi Sponsored
อำเภอ บ้านบึง

“บ้านบึง” มีการตั้งถิ่นฐาน ลักษณะพื้นที่อำเภอบ้านบึง โดยทั่วไปเป็นป่าทึบนานาพรรณ มีต้นไม้ต่างๆ และสัตว์ป่านานาชนิดได้อาศัย มีชุมชนที่เป็นหมู่บ้านตั้งเรียงรายกันเป็นระยะๆ ห่างไกลกันพอสมควร และมีอาชีพทางการเกษตรกรรม เช่น ปลูกพืชไร่ จับสัตว์ป่ายังชีพ พื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองบ้านบึงในปัจจุบัน เป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง โดยทั่วไปมีชาวบ้านเรียกกันว่า “มาบ” เป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่ชุมชนดังเดิมได้ใช้สอยมาตลอด และสายน้ำไหลมาจากภูเขานั้นก็ไหลไปยังอำเภอพานทองอีกสายหนึ่ง