Chonburi Sponsored

ตำรวจ สภ.บ้านบึง รวบแล้ว! มือปืนโหด หลังยิงชาวบ้านคาวงเหล้า เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บสาหัส 1 คน หน้าร้านของชำ

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

วันนี้ (29 พ.ค.65) เหตุเกิดช่วงเวลา  21.00 น. วานนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง  ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันที่บริเวณร้านขายของชำ  จึงรุดไปที่เกิดเหตุบ้านหลังหนึ่ง หมู่ที่  3 ตำบลหนองบัวแดง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี  เป็นร้านขายของชำชั้นเดียว  พอไปถึงที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย นอนอยู่หน้าบ้าน ทราบชื่อคือนิพนธ์  (สงวนนามสกุล)  อายุ  56   ปี  ถูกยิงเข้าที่ชายโครงด้านขวา  5  นัด  คนที่  2  นายวิชาญ (สงวนนามสกุล) อายุ  55 ปี  ส่วนอีกรายคือ นายอุดร  (สงวนนามสกุล) อายุประมาณ  51  ปี  ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส   

ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิรีบนำส่งโรงพยาบาลบ้านบึง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกันที่เกิดเหตุไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไป เกรงว่าจะไปทำลายหลักฐานในจุดเกิดเหตุ  พร้อมกับพบปลอกกระสุนปืนที่คนร้ายก่อเหตุเป็นอาวุธปืนขนาด  9 มม.  ทั้งหมด  8  ปลอก จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายศุภกร หรือก้าน  อายุ  39  ปี  หลังจากที่ใช้อาวุธปืนกาดยิง ก็ขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว 

จากการสอบถามผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า  ก่อนเกิดเหตุผู้ถูกยิงเสียชีวิตและผู้รับบาดเจ็บทั้ง  3 คน  นั่งดื่มสุรากันอยู่หน้าร้านขายของชำ  หลังจากนั้นนายก้านมือยิงก็เดินถือเบียร์มาขอร่วมวงด้วย  พอดื่มไปได้สักพัก นายก้านเริ่มมึนเมา เอาปืนออกมาโชว์ในวงเหล้า   ทางคนที่อยู่ในวงเหล้าไม่พอใจจึงลุกขึ้นตบนายก้าน  ห้ามไม่ให้เอาปืนออกมาเล่นเดี่ยวจะลั่น  จนทำให้นายก้านไม่พอใจ เลยชักปืนกระหน่ำยิงใส่วงเหล้า จนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ล่าสุด ตำรวจสภ.บ้านบึงตามรวบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว ใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมง  ทาง พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผู้กำกับการ สภ.บ้านบึง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนสอบสวน ได้ติดตามไล่ล่านายศุภกรณ์ ที่หลบหนีเข้าเขตรับผิดชอบ สภ.พนัสนิคม โดยมุ่งหน้ามายัง หมู่ 2 ตำบลทุ่งขวาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านของพ่อตา เพื่อมาหาแฟนสาว   โดยได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ทำการปิดล้อมสวนผักหลังบ้าน ผู้ต้องหามีอาวุธปืนและอยู่ในที่มืด มีอาการระแวงใช้ปืนจ่อศีรษะตัวเองตลอดเวลา พร้อมตะโกนบอกไม่ให้ใครๆเข้าใกล้  เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช่โล่ห์เหล็กบังคุมเชิงและเกลี้ยกล่อมให้วางอาวุธ ใช้เวลานาน 5 ชั่วโมงจนกระทั่งยอมวางอาวุธ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว จากนั้นนำตัวมาที่สอบสวนต่อ ที่ สภ.บ้านบึง

จากการสอบถาม นายศุภกรณ์ ผู้ต้องหา ยังอยู่ในอาการเมา จับใจความได้ว่า ตนเองได้ซื้ออาวุธปืนมาได้เพียงแค่ 4 วัน    ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถ จยย.มายังร้านค้าที่มีกลุ่มผู้ตายนั่งดื่มกินกันที่โต๊ะม้าหินอ่อน 4 คน  ส่วนตนเองดื่มเบียร์อยู่ที่โต๊ะข้างๆ หลังจากดื่มเบียร์ไปจนหมดจึงกลับเข้าบ้านที่อยู่ด้านหลังร้านค้าเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า และนำปืนพร้อมแม็กบรรจุกระสุนสำรอง มาเพิ่มอีก 2 แม็ก รวมเป็น 3 แม็ก  และกลับมาที่ร้านค้าก่อนที่จะลงมือยิงนายนิพนธ์เป็นคนแรก

จากนั้นจึงยิงใส่นายอุดร  ส่วนนายวิชาญ วิ่งตามพยายามจึงแย่งปืนจึงยิงสวนจนล้มฟุบล้มลงริมถนน ก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์มาหาภรรยาที่บ้านพ่อตา  เพื่อมายิงภรรยาและทุกคนที่ขวางหน้า กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ตามจึงวิ่งมาหลบที่สวนหลังบ้าน  ส่วนสาเหตุเกิดความแค้นดสะสม เคยถูกกลุ่มผู้ตายตักเตือนเรื่องนิสัยส่วนตัวและถูกตบหน้า จึงขู่ว่าจะเอาปืนมายิงทิ้งให้หมด พอมาเจอกลุ่มผู้ตายที่นั่งดื่มกินที่หน้าร้านที่เกิดเหตุ  จึงกลับไปเอาแม็กกาซีนบรรจุกระสุนเพิ่ม ก่อนลงมือยกมือไหว้ผู้ตาย จากนั้นจึงรัวยิงใส่คาวงเหล้า

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นตั้งข้อหาฆ่า พยายามฆ่า พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนในที่สาธารณะ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านบึง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม