นายโทนี่ หลิว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็มดี คอนซูเมอร์ แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ไมเดีย ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนผลักดันการเติบโตของเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ และขยายการขายเข้าโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบ อาทิ โรงแรม คอนโดมิเนียม บ้านพักอาศัย ซึ่งจะเติบโตตามทิศทางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและจากนโยบายการเปิดประเทศของภาครัฐ ทั้งนี้ บริษัทจะงบลงทุนในการทำการตลาดและการสร้างแบรนด์ปีละ 12% จากยอดขาย พร้อมสนับสนุนด้านการตลาด ทีมขาย ทางการขาย และจัดอบรมสินค้าให้สำหรับโครงการต่างๆ และวางเป้ายอดขายปีนี้โต 45% เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ ทั้งผ่านแผนการขยายฐานลูกค้า และตั้งเป้ามีเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สู่เป้าหมายครองอันดับ 3 ของตลาดเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ VRF, Chiller และเครื่องปรับอากาศภายในสำนักงานในไทย ภายใน 5 ปี
นายโทนี่ กล่าวต่อว่า สำหรับกลยุทธ์ที่ใช้ในการรุกตลาด บริษัทจะชูความเป็นแบรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่งไมเดียประเทศไทย มีสินค้าตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และเดินหน้าพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง และยืดหยุ่น โดยเฉพาะในแง่ของเทคโนโลยี และนวัตกรรมสินค้าที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานและความต้องการของคนรุ่นใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยี IOT (Internet of Things) สำหรับควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน ในส่วนของของเทคโนโลยี เน้น 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ได้แก่ 1.เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์แบบ VRF 2.เครื่องปรับอากาศแบบชิลเลอร์ โดยใช้ระบบทำน้ำเย็น คอมเพรสเซอร์ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า ให้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นที่สูง ซึ่งทำให้อายุการใช้งานยาวนานมากขึ้น พร้อมช่วยในด้านการลดต้นทุน ดีไซน์คอมเพรสเซอร์แบบ Back To Back ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อช่วยประหยัดในส่วนสารทำความเย็นได้ถึง 40% ซึ่งมีแผนลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปีๆละ 5%
นายโทนี่ กล่าวว่า ในไทย ลงทุนสร้างโรงงานผลิต Midea Thailand Smart Factory สำหรับเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัย เริ่มตั้งแต่ไตรมาสแรก2565 โดยตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง (โครงการ 5) อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ผลิตเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยของบริษัทใหญ่สุดในเอเชีย โดยอนาคตวางเป้าให้โรงงานแห่งนี้เป็นศูนย์กลางส่งออกเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัย ไปยังตลาดอาเซียน ซึ่งจะช่วยยกระดับการดำเนินงานให้แก่ประเทศต่างๆในกลุ่มอาเซียน เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และข้อได้เปรียบในด้านภาษี ทั้งนี้ การเปิดโรงงาน และการขยายธุรกิจเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ MBT จะช่วยให้ภาพรวมและเพิ่มสัดส่วนการตลาดให้แบรนด์ไมเดียโตอย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยสามารถสร้างยอดขายคิดเป็นสัดส่วน ถึง 47% ของภูมิภาคอาเซียน
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่