Chonburi Sponsored

สลดหนุ่มวัย 27 ปี ปาดคอเมียแล้วพาลูกวัย 6 ขวบ หลบหนีกลับบ้านต่างจังหวัด – TOPNEWS

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เวลา 09.30 น.วันที่ 11 พ.ค.65 พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผกก.สภ.พนัสนิคม พร้อมด้วยพ.ต.ท.ธีรเชษฐ์ ธิชาญ สว.(สอบสวน)สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งมีเหตุฆาตรกรรมปาดคอหญิงสาวภายในปั้มน้ำมันห้างหุ้นส่วนจำจัดวงศ์ทรัพย์อนันต์ ปิโตเลียม เลขที่ 105 หมู่ 5 ต.หนองปรือ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งรีบไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียงพนัสนิคมในที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านพักชั้นเดียวภายในห้องนอนพบร่างนางสาวมิญฑิชา งบกระโทก อายุ 31 ปีอยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 10 ต.เฉลียง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนสภาพศพนอนหงายมีบาดแผลถูกปาดคอเกือบขาดจากการตรวจสอบมีร่องรอยการต่อสู้ห่างจากศพ1เมตรพบมีดขอตัดหญ้ายาวประมาณ 1.20 เมตรวางอยู่มีคราบเลือดติดอยู่ที่คมมีด

จากการสอบถามนายพรเทพ อ้อนกระโทก อายุ 48 ปีญาติเจ้าของปั้มเผยว่าเมื่อคืนเวลาประมาน ตี3 ทางผู้ก่อเหตุคือนายณัฐวุฒิ ใจดี อายุ 27 ปีผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นสามีของผู้ตายได้ส่งแชทมาบอกว่าจะกลับต่างจังหวัดให้มาเปิดปั้มด้วยในช่วงเช้าต่อมาเช้านี้จึงได้มาดูก็เรียกหาผู้ตายแต่ไม่มีใครตอบและประตูปิดทุกบานจนกระทั้งเอากุญแจสำรองมาเปิดดูก็พบว่าเห็นผู้ตายนอนอยู่ในสภาพสยองตนจึงตกใจแล้วปิดประตูจากนั้นรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบส่วนสาเหตุไม่มีใครรู้ว่าทะเลาะอะไรกันเพราะ2อยู่กัน2ผัวเมียจึงไม่รู้ทางปัญหาครอบครัว

ทางด้านป้าอ้วน พูนสกุล อายุ 64 ปี แม่ค้าที่ขายของอยู่ข้างปั้มเล่าว่า2ผัวเมียคู่นี้เป็นคนนิสัยดีแต่ตนก็ไม่เคยเห็นทะเลากันให้เห็นบางทีมาซื้อข้าวซื้อของกินก็นั่งกินกัน3พ่อแม่ลูกรักกันดีและเมื่อคืนก็ยังเห็นคุยกันดีๆอยู่เลยจนกระทั่งเช้านี้มีคนมาเรียกเพราะเหมือนไม่มีใครอยู่ตนก็เดินไปดูหลังจากที่เปิดประตูก็พบว่าฝ่ายหญิงเสียชีวิตแล้วตนก็ยังตกใจเพราะเพิ่งคุยกันไปเมื่อคืน
ทางด้าน พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผกก.สภ.พนัสนิคมได้เปิดเผยว่าหลังจากที่ได้รับแจ้งมีเหตุฆาตรกรรมก็รีบมาตรวจสอบในที่เกิดทันทีและจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบมีร่องรอยของการต่อสู้เกิดขึ้นและสภาพศพถูกมีดฟันที่คอหลายครั้งเกือบขาดและรู้ตัวผู้ก่อเหตุคือนายณัฐวุฒิ ใจดี อายุ 27 ปี

ซึ่งเป็นสามีของผู้ตายสาเหตุหลักๆน่าจะมาจากการทะเลาะกันจนทำให้มีเรื่องทำร้ายกันพอหลังจากก่อเหตุเสร็จผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์ ยี่ห้อโยต้า รีโว่ สีดำ ทะเบียน ยต 97 นครราชสีมาหลบหนีกลับที่จังหวัดนครราชสีมาไปกับลูกสาววัย6ขวบซึ่งได้ขับรถออกจากที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 23.00 น.หลังจากที่ได้ทำการประสานไปยังตำรวจท้องที่ ให้ไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 352 หมู่ 1 ต.เฉลียง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านของผู้ก่อเหตุก็พบว่านายณัฐวุฒิ ใจดี ได้ผูกคอเสียชีวิตแล้วสภาพศพแข็งนอนเสียชีวิตบนที่นอน ส่วนลูกก็มีญาติดูแล ส่วนเรื่องคดีก็จะให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

วิศาล แสงเจริญ ผู้สื่อข่าวTOPNEWS ประจำ จ.ชลบุรี

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม