ข่าวดึก 7HD – ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. หาเสียงชูนโยบาย พัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองน่าอยู่ ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ขณะที่ กกต. เตือน พรุ่งนี้แจ้ง เพิ่ม-ถอนชื่อได้เป็นวันสุดท้าย
ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เร่งลงพื้นที่ อ้อนขอคะแนนเสียงจากคนกรุงเทพฯ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 22 พฤษภาคมนี้ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ลงพื้นที่หาเสียงตลาดสำเพ็ง และถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง ย้ำนโนบายทุกตลาดเปิดขายได้ทุกวัน รวมถึงพัฒนาคลองโอ่งอ่างให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง เพื่อเป็นแลนด์มาร์คของ กทม. กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ส่วนโค้งสุดท้ายมั่นใจเต็มร้อยว่าจะได้รับความไว้วางใจจากชาว กทม. และไม่กังวลแม้จะมีการดิสเครดิตทางการเมือง
พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ลงพื้นที่ย่านบางเขน ขอโอกาส กลับมาเป็น ผู้ว่าฯ กทม. อีกครั้ง เพื่อจะได้ทำงานที่ค้างอยู่ต่อได้ทันที โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมขัง ที่เคยแก้ไขไปแล้ว ด้วยการทำบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน หากได้กลับมาจะทำอุโมงค์ยักษ์ คลองเปรมประชากร ให้แล้วเสร็จ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การระบายน้ำได้ดีขึ้น รวมถึงการดูแลความสะอาดในตลาดสด ด้วยการเพิ่มรอบเก็บขยะ ไม่ให้ตกค้างจนเน่าเสีย
นายสกลธี ภัททิยกุล สำรวจเส้นทางเรือที่ผ่านทั้ง 4 เขตใน กทม. ได้แก่ เขตบางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ภาษีเจริญ และตลิ่งชัน พบว่า บางท่าเรือสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ เพราะมีความโดดเด่น เรื่องประวัติศาสตร์ รวมทั้งมีวิถีชุมชนบริเวณที่น่าสนใจ สามารถทำมาค้าขาย เป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อีกด้วย ขณะเดียวกัน ซึ่งได้รับเสียงสะท้อน เรื่องการจัดการขยะที่ต้องเร่งแก้ไข
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เตือนเจ้าบ้าน ทั้งกรุงเทพฯ และพัทยา จังหวัดชลบุรี เร่งตรวจสอบรายชื่อ หากพบความผิดปกติ มีรายชื่อคนอื่นที่ไม่รู้จักเกินเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านของตัวเอง หรือรายชื่อที่อาจจะตกหล่น ให้รีบดำเนินการ ยื่นคำร้องเพิ่ม หรือถอนชื่อ ได้ที่สำนักงานเขต และสำนักทะเบียนท้องถิ่นเมืองพัทยา เพราะพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่จะดำเนินการได้ โดยต้องนำบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน ไปยืนยันประกอบคำร้องดังกล่าวด้วย
ในส่วนของช่อง 7HD ได้ร่วมมือกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. ให้แสดงวิสัยทัศน์ นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน “ปราบโกง กทม. ผู้ว่าฯ ในอนาคต และอนาคตของผู้ว่าฯ” ดำเนินรายการโดย สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา และ ศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ ออกอากาศ ในวันอังคารที่ 17 พฤษภาคมนี้ ทางรายการเจาะประเด็นข่าว 7HD และ FACEBOOK LIVE องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย และ Ch7HD News ตั้งแต่เวลา 15.45-17.00 น.
และคุณผู้ชมสามารถร่วมโหวต “หมอชิตโพล” ในหัวข้อ “ใครคือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 1 เดียวในใจคุณ ซึ่งเป็นการสำรวจในหัวข้อนี้เป็นครั้งที่ 3”
เพียงเข้าไปที่ Facebook fanpage : Ch7HD News หมอชิตโพล ของเราจะเป็นโพสต์ปักหมุดอยู่ด้านบนสุด
กติกาการร่วมโหวต
1.เลือกคนที่คุณชอบ เพียง 1 คน
2.พิมพ์ # ตามด้วยหมายเลขคนที่เลือก ในช่องแสดงความคิดเห็น เช่น #77 เป็นต้น
ร่วมโหวตได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งในทุกช่วงข่าว ก็จะมี QR CODE ขึ้นให้ข้างจอ เพื่อให้คุณผู้ชมร่วมโหวตได้ตลอดเวลา
พรรคร่วมรัฐบาล ยังจับมือทำงานกันต่อไป แม้จะมีข่าวร่วมหารืออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า
เมื่อวาน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดประเด็นเตรียมนัดกินมื้อค่ำกับ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย และ นายพิเชษฐ สถิรชวาล สส.พรรคพลังประชารัฐ แกนนำกลุ่ม 16 ในวันที่ 23 พฤษาคมนี้
เรื่องนี้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า ร้อยเอก ธรรมนัส โทรศัพท์มาชี้แจงกับตนเองแล้ว และยืนยันว่าจะไม่ไปงานเลี้ยงกับกลุ่มดังกล่าว พร้อมย้ำว่า พรรคเศรษฐกิจไทย ยังคงทำงานร่วมกันได้กับทุกฝ่าย
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าจะไม่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล และจะยังคงจับมือกัน ทำงานแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ พรรคจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด เพราะหากทิ้งกันกลางคันเท่ากับว่า สร้างปัญหาเพิ่มขึ้น
ส่วน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันให้ตรวจสอบการทำงานหากพบการทุจริต หลัง นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน อ้างว่า ข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ประชาชนส่งมาให้ ส่วนใหญ่เป็นพรรคภูมิใจไทยนั้น ขออย่าพูดลอย ๆ ต้องมีหลักฐาน พร้อมย้ำยังสนับสนุนนายกรัฐมนตรี ต่อไป
ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมวันแรก ในวันที่ 25 พฤษภาคม หลังเปิดประชุมสมัยสามัญ พิจารณาร่างกฎหมายสำคัญ ซึ่งเป็นเรื่องที่กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว 9 ฉบับ และร่าง พ.ร.บ.ที่เป็นเรื่องด่วน 13 ฉบับ ขณะเดียวกัน เพิ่มวันประชุมตอบกระทู้และพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 วาระแรก
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งทางการเมือง วันนี้ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาคดีกลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เมื่อปี 2551 ซึ่งมีจำเลยที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด 5 คน โดยศาลได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งจำคุกคนละ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา
ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ คดีที่ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนกลุ่มนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก, นายภูวดล ทรงประเสริฐ, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที แนวร่วม และ นายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล น้องชายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุก มั่วสุม สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง อั้งยี่ซ่องโจรฯ กรณีร่วมกันบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ เอ็นบีที ในช่วงการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551
โดยวันนี้มีเพียงนางสาวอัญชะลี และนายยุทธิยง เดินทางมาฟังคำพิพากษา ส่วนนายสมเกียรติ เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา หลังป่วยด้วยภาวะเลือดออกในสมอง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมปีที่แล้ว ส่วนนายภูวดล มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง
สำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้ง 5 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาให้ลงโทษบทหนักสุด ฐานร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน ให้จำคุกนายสมเกียรติ จำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี จำคุกนางสาวอัญชะลี จำเลยที่ 2 นายภูวดล จำเลยที่ 3 นายยุทธิยง จำเลยที่ 4 และนายชิติพัทธ์ จำเลยที่ 5 คนละ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา จำเลยทั้งหมดประกันตัวต่อสู้คดีชั้นอุทธรณ์
ส่วนในชั้นอุทธรณ์ ศาลได้สั่งจำหน่ายจำเลยที่ 1 คือ นายสมเกียรติ ออกจากจากสารบบ เนื่องจากเสียชีวิต ส่วนจำเลยที่เหลือทั้ง 4 คน พิเคราะห์ว่าร่วมกันกระทำความผิดจริงตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จึงพิพากษายืนสั่งจำคุกคนละ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา
ทั้งนี้ หลังฟังคำพิพากษา จำเลยอยู่ระหว่างยื่นขอประกันตัว เพื่อขอยื่นฎีกาในคดีนี้ต่อไป
ติดตามทุกความเคลื่อนไหว เลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ : www.ch7.com/bangkokelection