“บิ๊กตู่”เดินสายชลบุรี ลั่นสู้ไม่ถอย “ลุงป้อม”โยน”กก.บห.”ตัดสินขับ”พิเชษฐ”พ้นพปชร.หรือไม่ เมินตอบ”ธรรมนัส”นัดหม่ำข้าว“เพื่อไทย” ด้าน”ชัยวุฒิ”ให้”พิเชษฐ”แจงพรรคปมท่อส่งน้ำ ขณะที่“ยุทธพงศ์’ยัน“ธรรมนัส”รับนัดร่วมดินเนอร์ก๊วนขับนายกฯ ล้านเปอร์เซ็นต์ “บิ๊กน้อย” ย้ำ“ธรรมนัส” พบฝ่ายค้านแค่ไปพบเพื่อนเก่า เชื่อไม่มีบิ๊กเซอร์ไพรส์ก่อนซักฟอก
ที่สนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม.2 รอ. เวลา 07.45 น. วันที่ 9 พ.ค.65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปเยี่ยมชมคูโบต้าฟาร์ม ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ,นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ,ศ.นพ สิริฤกษ์ ทรงวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมคณะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายกฯ เดินทางถึงคูโบต้าฟาร์ม ได้มี ส.ส.ภาคตะวันออกพรรคพลังประชารัฐ มารอต้อนรับ อาทิ นายจองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี ,นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี ,นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง ,นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ,นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ส.ส.สระแก้ว ,พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี ,น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. ,นายสุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร พรรคพลังประชารัฐ รวมถึงผู้นำท้องถิ่นร่วมให้การต้อนรับ และเป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มนักการเมืองฝั่งตระกูลคุณปลื้มไม่ได้มาให้การต้อนรับแต่อย่างใด
ทั้งนี้ นายกฯได้กล่าวกับส.ส.ที่มาต้อนรับว่า ดีใจที่ได้มาพบปะกับทุกคน ก่อนเดินทักทายประชาชน กลุ่มอาสาสมัครแรงงานและเครือข่ายด้านแรงงานจังหวัดชลบุรี ที่มาต้อนรับตะโกนให้กำลังใจนายกฯ สู้ๆ โดยนายกฯกล่าวตอบว่า “สู้อยู่แล้วๆ ถ้าไม่สู้ไม่อยู่มาถึงวันนี้หรอก ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ วันนี้เอาความคิดถึงมาให้ทุกคน นายกฯทำงานทุกอย่าง ซึ่งบางอย่างค่อยๆเดินค่อยๆแก้” ขณะที่ประชาชน กล่าวว่า รักลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวย้ำว่า “รักจริงอย่าทิ้งกันนะ”
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันจะไม่เข้าชี้แจงตามที่ออกหนังสือเชิญกรณีการเคลื่อนไหวตรวจสอบร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน โครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่า เรื่องของเขา เมื่อถามว่า นายพิเชษฐถึงขั้นระบุว่าจะไม่กลับพรรค พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ก็แล้วแต่เขา ส่วนจะถึงขั้นขับออกจากพรรคหรือไม่นั้น เป็นเรื่องคณะกรรมการบริหารพรรค เมื่อถามถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย นัดกินข้าวกับพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตร นิ่งไม่ตอบคำถามก่อนขึ้นรถยนต์เดินทางออกไป
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึง นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อพปชร. ยืนยันจะไม่เข้าชี้แจงตามที่พรรคออกหนังสือเชิญกรณีการเคลื่อนไหวตรวจสอบโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก(อีอีซี) ว่า เท่าที่ตนทราบในพรรคคุยกันว่าเมื่อนายพิเชษฐมีข้อมูลว่ามีสิ่งที่ไม่ถูกต้องในการทำงานของรัฐมนตรี ของผู้บริหารพรรค จึงอยากให้นำข้อเท็จจริงมาชี้แจงให้คณะกรรมการบริหารพรรคฟัง ก็เลยตั้งคณะทำงานเพื่อมาดูเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นการลงโทษอะไร เป็นเรื่องปกติถ้าใครมีปัญหามาร้องเรียนว่ามีอะไรผิดปกติก็ต้องมาชี้แจง เพราะถ้าถูกหรือผิดอย่างไร ก็ต้องดำเนินการต่อไป
“แต่เมื่อไม่มาชี้แจงข้อเท็จจริงเราก็ไม่รู้ ก็ได้เห็นแต่ในสื่อ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด จึงอยากให้นายพิเชษฐมาให้ข้อเท็จจริง ส่วนมันจะผิดจะถูกอย่างไร เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที ยังไม่ได้คิดว่าจะลงโทษหรือขับออกจากพรรค แต่ถ้านายพิเชษฐไม่มาชี้แจง ทางคณะกรรมการบริหารพรรคก็ต้องไปคิดเอาอีกทีว่าจะเอาอย่างไรกันต่อไป” นายชัยวุฒิ กล่าว
ด้าน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยร่วมรับประทานอาหารค่ำกับนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ นายดล เหตระกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ว่า เราได้มีการนัดหมายรับประทานอาหารร่วมกันมาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 28 เม.ย. และวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้หารือกันว่าการรับประทานอาหารเย็นร่วมกันครั้งต่อไปจะเชิญร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ร่วมรับประทานอาหาร ซึ่งตนได้ต่อสายพูดคุยเชิญชวนร.อ.ธรรมนัสโดยตรงด้วย เพื่อร่วมพูดคุยเรื่องบ้านเมือง โดยเฉพาะการบริหารงานล้มเหลวของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม
“ขอเรียนเชิญผู้กองธรรมนัสมาร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกันในวันที่ 23 พ.ค.นี้ เวลา 18.00 น. เพราะเป็นวันราชการวันแรกที่มีเปิดสมัยประชุมสภา ครั้งที่ 1/2565 ผมถามผู้กองธรรมนัสว่าจะมาหรือไม่ ผู้กองธรรมนัส บอกว่ามา 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ ส่วนสถานที่กำลังหากันอยู่ แต่ได้นัดหมายกันไว้แล้ว เที่ยวนี้จะเชิญสื่อมวลชนไปด้วย จะได้เห็นจะได้รู้ว่าใครบ้างไล่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่จำเป็นต้องปกปิด” นายยุทธพงศ์ กล่าว
ขณะที่ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค จะไปร่วมกินข้าวกับฝ่ายค้าน ว่า ไม่มีอะไร สามารถกินข้าวกันได้ ส่วนที่มีการระบุว่าจะมีการพูดคุยถึงเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น พล.อ.วิชญ์ กล่าวว่า การที่จะพูดเรื่องอะไร เขาคงไม่มาบอก แต่อย่างไรก็ตามตนคิดว่าเป็นเพียงการพบปะสังสรรค์กันเท่านั้น ซึ่งร.อ.ธรรมนัส เคยอยู่พรรคเพื่อไทยมาก่อน ก็มีสิทธิ์ที่จะกลับไปพูดคุยหาเพื่อนฝูงได้ ไม่มีอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้คนสับสนเพราะนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย คาดหวังว่าร.อ.ธรรมนัสจะช่วยฝ่ายค้านล้มพล.อ.ประยุทธ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวว่าไม่มี เขาทำอะไร ก็ต้องไม่ขัดกับมติของพรรค มติพรรคมีอยู่แล้วว่าสมาชิกพรรคจะต้องทำอย่างไรกันบ้าง
เมื่อถามว่า มติของพรรคคือการ สนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ ใช่หรือไม่ พล.อ.วิชญ์ กล่าวว่า พูดง่ายๆคือเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นหลัก พรรคก็เอาตามนั้น ซึ่งสิ่งที่เราได้รับฟังในวันนี้ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก เพราะกูรูด้านเศรษฐกิจจริงๆมาให้คำแนะนำ ซึ่งเป็นประโยชน์มาก ตนก็จะนำแนวทางนี้มาเป็นประโยชน์ และนำมาเป็นยุทธศาสตร์และนโยบายออกมา ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะเข้าไปผลักดันให้รัฐบาลว่ารัฐบาลควรจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบนี้ ต้องให้ประชาชนอยู่ได้ ในอนาคตจะทำอย่างไร ให้อาชีพเขายั่งยืนต่อไป
เมื่อถามว่า จะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ พล.อ.วิชญ์ หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ไม่ถึงขนาดมีบิ๊กเซอร์ไพรส์อะไรหรอก อย่า ไปคิดอะไรมากมาย การเมืองเราบอกไม่ได้ว่าตอนนี้จะเป็นยังไง ถึงเวลาแล้วมันอาจจะไปยิ่งกว่าที่เราคิดก็ได้ หรืออาจจะไม่เป็นก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดมากทุกอย่างเป็นไปตามครรลอง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ดีที่สุด อย่าไปคิดอย่างอื่น
พล.อ.วิชญ์ ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าว นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ จะเข้าร่วมพรรคเศรษฐกิจไทย ว่า นายธีระชัยได้ตอบรับและสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทยเรียบร้อยแล้ว และตนจะไปพูดคุยถึงแนวทางการทำงานกับนายธีรชัยในวันนี้ ทั้งนี้นายธีรชัยมีความสามารถด้านเศรษฐกิจ ขณะที่นายมิ่งขวัญยังไม่ได้ตอบรับเข้ามา แต่คงจะเร็วๆ นี้ ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่นั้นก็ต้องแล้วแต่นายมิ่งขวัญสะดวก
เมื่อถามว่า จะมีบุคคลอื่นเข้ามาเซอร์ไพรส์อีกหรือไม่ พล.อ.วิชญ์ กล่าวว่า ย่อมมีแน่นอน โดยจะเป็นทีมงานด้านเศรษฐกิจที่ดี เพราะวันนี้พรรคเศรษฐกิจไทยก็ต้องเตรียมตัวของเราเองก่อน ขณะเดียวกัน ตอนนี้ปัญหาอยู่ที่เศรษฐกิจ เราก็ต้องทำเรื่องนี้ให้เด่นชัดก่อนแล้วอย่างอื่นค่อยตามมา ความชัดเจนจึงจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุพล.อ.ประยุทธ์ทำใจดีสู้เสือน่าจะกังวลเสียงในสภา เพราะพรรคเศรษฐกิจไทยและพรรคการเมืองเล็กอึดอัดใจในการยกมือให้รัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ยืนยันรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯไม่มีความกังวลใดๆ ต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงไม่จำเป็นต้องทำใจดีสู้เสือ ที่สำคัญเสือที่ว่าก็น่าจะเป็นแค่เสือกระดาษ วาดออกมาให้ดูน่ากลัว แต่พอถึงเวลาเข้าจริง ก็รีบม้วนเก็บกลับบ้านแบบไม่เป็นท่า เพราะขายหน้าที่ไม่เคยทำได้อย่างที่โม้เอาไว้สักครั้ง
นายธนกร กล่าวว่า การอภิปรายในหลายๆครั้งที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าฝ่ายค้านไม่ได้เน้นเนื้อหา ไม่ได้เน้นการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนเลย แต่เน้นวาทกรรม สาดโคลน บิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิดในรัฐบาลมากกว่า ซึ่งประชาชนแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แต่กลับอยากจะได้เวลาอภิปรายหลายๆวัน สู้เอาเวลาหลายวันดังกล่าวไปแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนยังดีกว่า
“ถ้าฝ่ายค้านหลอกตัวเองว่าเสียงในสภา ขณะนี้ก้ำกึ่งมาก เพราะมีเสียงโหวตที่บางพรรคการเมืองยังไม่รู้ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนแล้วสบายใจนั้น ก็ไม่ว่ากัน แต่ไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายค้านเองหรือเปล่าที่กำลังทำใจดีสู้เสือ เพราะต้องอภิปรายทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีข้อมูลอะไรในมือ ดีไม่ดี เสียงที่อยู่ในมือของฝ่ายค้านอาจจะทนเสียหน้าไม่ไหว หันมายกมือโหวตให้กับรัฐบาลแทนก็เป็นได้ หากจะฝันก็ฝันได้ แต่ควรเผื่อใจไว้ด้วย”
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า กรณีที่รัฐบาลออกมาสร้าง กระแสข่าวเรื่องอายุการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์เป็นเรื่องของรัฐบาล ฝ่ายค้านไม่จับมาเป็นประเด็น จะทำกันอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล จะอยู่ต่อก็หาทางออกกันเอง ทั้งนี้เชื่อว่าฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลจะหาช่องทางเอาตัวรอดประเด็น 8 ปี ได้แน่ๆ รัฐบาลคงใช้ทุกช่องทางที่คิดว่าจะเป็นทางออก การตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเอง เพื่อครองอำนาจต่อไป แต่การครองอำนาจต่อจะตามมาด้วยคำถามว่าชอบธรรมหรือไม่ เพราะเพื่อครองอำนาจต่อ รัฐบาลถึงกับยอม ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรมหรือไม่
นายสมคิด กล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทยคงไม่เอามาเป็นสาระ เพราะไม่จำเป็น อยากให้ประชาชนจับตามอง เพราะขบวนการกฎหมายในประเทศไทยหมดความน่าเชื่อถือไปแล้ว หลายประเด็นตัดสินเพื่อช่วยเหลือพล.อ.ประยุทธ์ จนค้านสายตาประชาชน ขัดกับหลักรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ การไม่ยอมแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของพล.อ.ประยุทธ์ แสดงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสของผู้มีอำนาจ หากพล.อ.ประยุทธ์บริสุทธิ์ใจจริงก็ต้องกล้าเปิดเผย กลัวอะไรจึงไม่กล้าเปิดเผย ส่วนการจะอยู่เกินกว่า 8 ปี ไม่มีใครว่าจะอยู่บนเก้าอี้นายกรัฐมตรีไปจนตาย ก็ไม่ว่าถ้าอยู่แล้วประชาชนได้ประโยชน์ แต่หากอยู่แล้วไม่มีประโยชน์ วันเดียวก็ไม่อยากให้อยู่ ถึงเวลาเลือกตั้งเชื่อว่าประชาชนจะพิพากษาความผิดของพล.อ.ประยุทธ์เอง
นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวยอมรับว่า กังวลจะมีการสร้างเงื่อนไขให้เกิดทางตันทางการเมือง ทั้งการยุบสภาก่อนที่กฎหมายลูกจะแล้วเสร็จ หรือกระบวนการทำให้กฎหมายลูกออกมาไม่ทันบังคับใช้ โดยหวังว่ารัฐบาลจะได้อยู่รักษาการณ์ต่อ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนไม่พอใจและอาจเกิดความวุ่นวายขึ้น และเป็นไปได้ที่จะมีการสร้างสถานการณ์โดยมือที่สาม เพื่อปูทางให้มีการยึดอำนาจอีกครั้ง ส่วนที่เคยระบุว่าพล.อ.ประยุทธ์จะลาออกในเดือนมิ.ย.นั้น ตนได้ข่าวมาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือจริงๆ ซึ่งต้องจับตาดูกันต่อไป