เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 พร้อมกลุ่มเอ็นจีโอ และนักสิทธิมนุษยชน ลงพื้นสะพานปลาวราสินธิ์ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อสอบสวนนายออง ซอ วิน ลูกเรือประมงสัญชาติเมียนมา ซึ่งถูกแจ้งว่าตกน้ำสูญหายระหว่างทำประมงในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยพบว่าไปสมัครงานเป็นลูกเรือของเรือประมงอีกนายจ้างแทน โดยนายออง ซอ วิน ยืนยันว่าสาเหตุที่ตกเรือไม่ใช่การถูกทำร้ายร่างกายหรือทารุณกรรมระหว่างทำประมง แต่เป็นเพราะอุบัติเหตุและความประมาทเนื่องจากไปทำธุระท้ายเรือจนทำให้ตกน้ำแต่มีเรือที่อยู่ใกล้กันช่วยเหลือมาได้
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การสืบสวนพบลูกเรือที่สูญหายโดยไม่ได้ถูกทำร้ายหรือทารุณกรรมเป็นเครื่องยืนยันว่าการทำการประมงในประเทศไทยปัจจุบันไม่ได้มีการทำผิดเงื่อนไขหรือทารุณกรรมแรงงานเกิดขึ้นอีก หลังมีทีมสหวิชาชีพลงตรวจสอบอย่างเข้มงวด จากการตรวจสอบฐานข้อมูลพบว่า ปี 2563-64 มีลูกเรือประมงแจ้งตกน้ำ 231 ราย ในจำนวนนี้ 54 ราย เสียชีวิต จากการตกน้ำเพราะอุบัติเหตุ ส่วนอีก 53 ราย ยังมีชีวิต โดยมีเรือลำอื่นช่วยไว้ได้ ขณะเดียวกันมีผู้สูญหาย 3 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นการสูญหายจากขั้นตอนการลงทะเบียนที่เกิดข้อผิดพลาด หลังจากมีการติดตามสอบสวนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางแล้ว พบว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมประมงในพื้นที่แสมสาร กำลังเผชิญกับปัญหาเรือจำนวนมากไม่กล้าออกไปทำประมง เนื่องจากหลังตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของบริษัทเรือ ที่รับจ้างทำสมุดคนประจำเรือ ปลอมขึ้นมา เจ้าของเรือจึงเกรงจะถูกดำเนินคดีหากออกไปทำประมง ซึ่งตามกฎหมายหากยังฝืนออกไปทำประมง และถูกจับอาจจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตการทำประมง และปรับเป็นเงินสูงสุด 4 แสนบาท หรือ 4 เท่า ของมูลค่าที่จับสัตว์น้ำมาได้ จึงทำให้ราคาอาหารทะเลในพื้นที่จังหวัดชลบุรีเพิ่มสูงขึ้นและเริ่มหายากหากยังไม่รีบแก้ไขก็ยังไม่มีเรือลำใดกล้าออกไปทำประมง
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่