- เผยแพร่ : 03/05/2022 19:02
หนุ่มพาลูกเล็กขับเก๋งตะเวนขโมยของตามอู่ซ่อมรถตะเวนขายถูกเจ้าของอู่ซ้อแผนจับโดนล่อซื้อลูกเกียร์ที่เพิ่งขโมยไปจับได้พร้อมของกลางทำเอาลูกน้อยที่ไม่รู้ประสาร้องให้โฮหลังพ่อถูกจับ
เวลา 15.30 น.วันที่ 3 เมษายน 2565 ร.ต.อ.กิตติกุล อมตะตระกูล รอง สว.(สอบสวน)สภ.พานทอง ได้รับแจ้งจากนายกิตติศักดิ์ ไชยปลัด หรือเจ้าของอู่ซ่อมรถช่างบอย หมู่ 5 ต.หนองตำลึง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ว่าจับผู้ก่อเหตุขโมยของในอู่ซ่อมรถแล้วเอาไปขายต่อได้พร้อมของกลางเป็นกล่องไฟและเกียร์รถยนต์ หลังรับแจ้งรีบไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบเป็นลายกว้างของอู่ซ่อมรถช่างบอยและยังพบรถเก๋งยี่ห้อฟอร์ด เฟียสต้า สีขาว ทะเบียน 4 กณ 1765 กทม.จอดอยู่จากการตรวจค้นในรถพบกล่องควบคุมไฟรถยนต์บริเวณหลังรถพบเกียร์รถยนต์ขนาดใหญ่ 1 ลูกโดยสามารถจับกุมตัวนายต้น ฟุ่งพิทัก ผู้ก่อเหตุได้และยังมีลูกชายและลูกสาวมาด้วยวัยกำลังน่ารักยังไม่รู้ประสาเมื่อเห็นพ่อถูกตำรวจจับก็ได้แต่ร้องให้ให้ตำรวจปล่อยพ่อ
จากการสอบถามนายต้นผู้ก่อเหตุเปิดเผยว่าได้ขับรถเก๋งตะเวนขโมยของจรืงเพื่อเอามาขายนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตและครอบครัวส่วนลูกทั้ง2คนนั้นไม่รู้ว่าตนจะออกไปใหนและไปทำอะไรจึงอยากจะมาด้วยเพราะคิดว่ามาขี่รถเที่ยวตนจึงพามาด้วย
ต่อมานายวัชรพล แซ่กอ อายุ 25 ปีที่เป็นผู้เสียหายเจ้าของอู่ที่ อ.บ้านบึงที่ถูกขโมยเกียร์ลูกนี้มาได้ขับขับรถตามมาดูก็พบว่าเกียร์รถยนต์ที่อยู่หลังรถนั้นเป็นของตนที่จะติดตั้งให้ลูกค้าในอู้แต่นายต้นผู้ก่อเหตุได้ขับรถเข้าไปในอู่เมื่อวานแล้งได้ขโมยเกียร์ลูกนี้มาตนจึงได้แจ้งกับอู่ต่างๆหากพบเจอเกียร์ลูกนี้ให้แต้งด้วยก็ปรากฎว่าคนร้ายมาเสนอขายให้ช่างบอยที่ตนรู้จักจึงวางแผนซ้อนแผนจับตัวให้ตำรวจทันทีทางด้านนายกิตติศักดิ์
หรือช่างบอยได้เล่าว่านายต้นผู้ก่อเหตุได้เข้ามาที่อู่ของตนเมื่อวานและมา2รอบรอบแรกมาดูแล้วออกไปต่อมารอบที่2ได้เข้ามาโมยกล่องควบคุมไฟรถยนต์ของทางร้านไปตนก็เอะใจแล้วรอดูว่าจะกลับมาอีกใหมแต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อนายต่นได้เอาเกียร์มาขายเพื่อจะขายให้ตนซึ่งเกียร์ลูกนี้เป็นของอู่ทาง อ.บ้านบึงที่ลงไว้ว่าถูกขโมยจึงได้ติดต่อเจ้าของอู่เพื่อวางแผนว่าจะซื้อให้นำเกียร์เข้ามาที่อู่จากนั้นได้แจ้งให้ตำรวจมารอแล้วรวบตัวทันทีพร้อมของกลางด้านตำรวจจะได้สอบสวนนายต้นเพิ่มเติมและรอให้ผู้เสียหายมาแจ้งคงามเพิ่มว่าผู้ก่อเหตุได้ไปขโมยที่ใหนบ้างเพื่อจะได้ส่งตัวนายต้นผู้ก่อเหตุไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
วิศาล แสงเจริญ ผู้สื่อข่าวTOPNEWS ประจำ จ.ชลบุรี