Chonburi Sponsored

'จาตุรนต์' เรียกร้องให้เลือกฝ่ายค้านเข้าสภาให้มาก คานอำนาจวุฒิสภา

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

‘จาตุรนต์’ เรียกร้องให้เลือกฝ่ายค้านเข้าสภาให้มาก คานอำนาจวุฒิสภา ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรีเพื่อไทยเตรียมติวเข้มผู้ลงสมัคร 10 เขตเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมแสนสุข แกรนด์ ฮอลล์ โรงแรมบางแสน เฮอริเทจ ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้มีการเปิดการประชุมสัมมนาโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 “ฝ่ายค้านรับฟังปัญหาทั่วไทยเพื่อประชาชน” ครั้งที่ 3 จัดโดย กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีตัวแทนของพรรคฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุมประมาณ 300 คน

ในช่วงของการอภิปรายได้มีการสอบถามนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับกระแสว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะมีโอกาสนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งสมัยต่อไปหรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า ไม่ไหวแล้วรัฐบาลลุงตู่ บ้านเมืองยิ่งพัง หากมองแล้ว 2 คนที่มีอำนาจก็เนื่องมาจากได้มีการสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา ดังนั้นในการเลือกตั้งสมัยหน้า อยากให้ประชาชนเลือกฝ่ายค้านเข้ามาในสภาเยอะๆ เชื่อได้ว่าทั้ง 2 คน ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน จะได้หยุดสร้างความเสียหายเสียที

ทางด้าน น.ส.รินทิรา วัฒนวงษ์ภิญโญ อดีตผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี เขต 3 เดิม (อ.พนัสนิคม-อ.เกาะจันทร์) กล่าวถึงการเตรียมส่งผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยใน จ.ชลบุรีว่า ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้วางตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้ง 10 เขต เนื่องจากต้องรอความชัดเจนของการแบ่งเขตของคณะกรรมการการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง ส่วนที่มีกระแสว่าจะมีผู้ลงสมัครพรรคเพื่อไทยเขตนั้นเขตนี้นั้น ก็เป็นเพียงกระแสเท่านั้น เพราะพรรคเพื่อไทยมีระบบการจัดสรรผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาว่า ผู้ใดจะเป็นว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยที่แท้จริง ซึ่งทางคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจะได้มีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับการส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย จ.ชลบุรี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม