โควิดไทยยังทรงตัวต่อเนื่อง รวมยอดป่วย-ATK 26,286 ราย เสียชีวิตพุ่งนิวไฮ 129 ศพ ป่วยหนักปอดอักเสบ 1,818 คน “รมว.คมนาคม” ตรวจสนามบินสุวรรณภูมิ ยืนยัน 6 สนามบินหลัก พร้อมแล้วรับเปิดประเทศ 1 พฤษภาคม มั่นใจผู้โดยสารเพิ่มขึ้นวันละกว่า1.5หมื่นคน หลายจังหวัดทั่วประเทศคึกคัก ตื่นตัว เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว มั่นใจฟื้นเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2565 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยประจำวัน ซึ่งยอดติดเชื้อและเสียชีวิตทรงตัวต่อเนื่อง
ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรวมATK26,286คน
ศบค.ระบุว่า ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 14,053 ราย จำแนกเป็นผู้ป่วยจากในประเทศ 13,979 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 74 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,014,626 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม และมีผู้ป่วยหายป่วยกลับบ้าน 16,782 ราย หายป่วยสะสม 1,885,257 รายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ผู้ป่วยกำลังรักษา 155,910 ราย รายงานผลตรวจด้วยชุด ATK พบผู้ติดเชื้อเข้าข่ายเพิ่ม 12,233 ราย รวมผู้ติดเชื้อทั้งสองระบบ 26,286 ราย
ปอดอักเสบขยับ1,818/ตายเพิ่ม129
ส่วนจำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 1,818 ราย เฉลี่ยจังหวัดละ 24 ราย อัตราการครองเตียง ร้อยละ 24.2 มีผู้ป่วยต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 815 คนและมีเสียชีวิตเพิ่ม 129 ราย ยอดผู้เสียชีวิตกลับมาแตะระดับสูงสุดอีกครั้ง และมียอดเสียชีวิตเกินกว่า 100 ราย ต่อเนื่องมา 20 วัน ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 28,400 ศพ ตั้งแต่ปี 2563 ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 4,238,061 ราย ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุในจำนวนผู้เสียชีวิต 129 ศพของวันนี้ เป็นการเสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 60 ศพ หรือคิดเป็น 47% ที่เหลืออีก 69 ราย หรือ 47% เป็นการเสียชีวิตจากโรคร่วมและตรวจพบเชื้อโควิด-19
กทม.แชมป์โคม่า-โคราชขึ้นที่2
ด้านจังหวัดที่มีผู้ป่วยปอดอักเสบกำลังรักษาในโรงพยาบาลมากที่สุด 5 อันดับคือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) 153 ราย รองลงมาคือ นครราชสีมา 100 ราย กาญจนบุรี 74 ราย ขอนแก่น 70 ราย และสมุทรปราการ 67 ราย สำหรับรายงาน 10 อันดับจังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายใหม่สูงสุด อันดับที่ 1 ยังคงเป็นกทม. 3,225 ราย อันดับ 2 ขอนแก่น 480 ราย อันดับ 3 ศรีสะเกษ 475 ราย ดันดับ 4 ชลบุรี 467 ราย อันดับ 5 บุรีรัมย์ 462 ราย อันดับ 6 สมุทรปราการ 407 ราย อันดับ 7 อุบลราชธานี 365 ราย อันดับ 8นครราชสีมา 343 ราย อันดับ 9 นครปฐม 327 ราย อันดับ 10 ฉะเชิงเทรา 325 ราย
สธ.ชี้ไทยเดินหน้า‘โรคประจำถิ่น’
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ปัจจุบันว่า ด้วยประเทศไทยกำลังเข้าสู่ระยะโรคประจำถิ่น ซึ่งอาจพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงร้อนสลับฝนตก และจะเข้าฤดูฝนที่เป็นฤดูกาลระบาดของไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกับโรคโควิด-19 และมีวัคซีนป้องกัน โดยจะฉีดป้องกันปีละ 1 ครั้ง นอกจากจะช่วยลดความรุนแรงการป่วยและการเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงเสียชีวิตที่เพิ่มจากการติดเชื้อของทั้ง 2 โรค และลดอัตรานอนโรงพยาบาล (รพ.) ของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ด้วย
รณรงค์ฉีดไข้หวัดใหญ่7กลุ่มเสี่ยง
สำหรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลปีนี้ กรมควบคุมโรคดำเนินการร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะเริ่มรณรงค์ฉีดระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม- 31 สิงหาคมในประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป (ให้บริการตลอดทั้งปี) 2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3.ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4.ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.ผู้เป็นโรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) 6.โรคอ้วนน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือมีดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และ7.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
ยันฉีดพร้อมวัคซีนโควิดได้
“การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ยังจำเป็น แม้จะฉีดวัคซีนโควิดไปแล้ว เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสคนละชนิดกัน ประชาชนควรได้รับวัคซีนทั้ง 2 ตัว โดยสามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่พร้อมวัคซีนโควิด ได้ แนะนำให้ฉีดแขนคนละข้าง โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดความรุนแรงของโรค และลดความเสี่ยงเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน ขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐใกล้บ้าน และสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม- 31 สิงหาคม”นพ.โอภาสกล่าว
เปิดวอล์กอินฉีดวัคซีนเด็กรับเปิดเทอม
พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ในฐานะผู้อำนวยศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ กล่าวถึงแผนให้บริการฉีดวัคซีนกลุ่มเด็ก เตรียมพร้อมรับเปิดภาคเรียนเดือนพฤษภาคมว่า แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มอายุ 5-11 ปีส่วนใหญ่อยู่ในช่วงฉีดเข็ม 2ซึ่งที่ศูนย์บางซื่อทยอยเรียกให้เด็กที่ฉีดเข็ม 1 ไว้ ประมาณ 2 หมื่นกว่าคนเข้ารับวัคซีนต่อเนื่อง ส่วนเข็มกระตุ้นหรือเข็ม 3 เป็นเด็กกลุ่มอายุ 12-18 ปี ซึ่งฉีดไปก่อนและได้เวลารับเข็มกระตุ้นแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน กระทรวงสาธารณสุขมีทางเลือกให้เข็มกระตุ้น ขอรับวัคซีนครึ่งโดสชั้นผิวหนังได้ โดยวิธีนี้ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากล คาดว่าต้นเดือนพฤษภาคมน่าจะมีกลุ่มเด็กโตเข้ารับวัคซีนเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมกลับไปเรียนที่โรงเรียน สำหรับเด็กที่ต้องการรับวัคซีนสามารถวอล์กอิน โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้ามาฉีดที่ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อได้เลย เนื่องจากบางโรงเรียนมีผู้ปกครองไม่ประสงค์ให้ฉีดเข็มกระตุ้นมากกว่า จึงมีเด็กฉีดน้อย การจัดให้ฉีดแบบ School Base จึงลดหน่วยลง แม้ปัจจุบันโควิดเป็นสายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งเด็กติดแล้วอาการน้อย แต่ก็ไม่อยากให้ติด เพราะห่วงอาการลองโควิด ที่น่ากังวลคือ กลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ที่ยังไม่มีวัคซีน ต้องดูแลพิเศษ และมีอัตราป่วยเสียชีวิต
นายกฯลั่นคุมได้สั่งเตรียมยารับเปิดปท.
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์ระบาดโรคโควิดในประเทศใกล้ชิด มั่นใจสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์ช่วงเฝ้าระวังหลังเทศกาลสงกรานต์มาแล้วประมาณสองสัปดาห์ เริ่มเห็นสัญญาณจากสถิติต่างๆที่ชี้ว่าโควิดไทยหลายพื้นที่จะเข้าสู่ช่วงขาลง ยอดผู้ติดเชื้อลดลงและยอดผู้เสียชีวิตค่อนข้างคงที่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี โดยนายกฯมอบให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมพร้อมประเมินรับมือสถานการณ์ทุกด้านทั้งยา เวชภัณฑ์ บุคลากรและสถานพยาบาล ดูแลทั้งผู้ป่วยในและเดินทางมาจากต่างประเทศรวมทั้งประชาชน ยังต้องปฏิบัติตนตามมาตรการควบคุมโรคที่ดี ยึดหลัก Universal Prevention และ Universal Vaccination รวมทั้งมาตรการป้องกันควบคุมโรคตามราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สามารถเปิดประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอยู่ร่วมกับโควิดได้อย่างปลอดภัย
6สนามบินพร้อมรับเปิดปท.1พค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ เพื่อรองรับการเปิดประเทศวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ที่คาดว่าจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศจะเพิ่มมากขึ้นตามมาตรการผ่อนคลายข้อกำหนดการเดินทางเข้าประเทศของรัฐบาล เพื่อให้สนามบินระหว่างประเทศหลัก ในกำกับของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เตรียมพร้อมจุดบริการสำคัญ เช่น ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ จุดตรวจหนังสือเดินทาง และจุดตรวจศุลกากร ก่อนเริ่ม 1 พฤษภาคม
โดยนายศักดิ์สยามยืนยันว่า สนามบินในกำกับดูแลของ AOT ทั้ง 6 แห่ง ทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่พร้อมแล้ว โดยกระทรวงคมนาคมซักซ้อมความเข้าใจขั้นตอนคัดกรองผู้โดยสารตามข้อกำหนดใหม่ เพื่อให้การบริการแต่ละขั้นตอนตั้งแต่วันที่ 1พ.ค.เป็นไปอย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพ
คาดผู้โดยสารเข้าไทยเพิ่ม15,954ต่อวัน
สำหรับแนวทางจัดการนั้น จะแบ่งผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศไทยเป็น 2 กลุ่มคือ ผู้โดยสารที่รับวัคซีนครบตามเกณฑ์และผู้โดยสารที่ไม่ได้รับวัคซีน แต่มีผลตรวจ RT-PCR ไม่เกิน 72 ชั่วโมงเข้าประเทศได้ตามกระบวนการผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศตามขั้นตอนปกติ ส่วนผู้โดยสารที่ไม่ได้รับวัคซีน/รับวัคซีนไม่ครบ และไม่มีผลตรวจ RT-PCR เมื่อลงจากอากาศยานแล้ว ต้องเข้าสู่ขั้นตอนเข้าประเทศตามระบบ Seal Route กำหนดช่องทางให้พบกับตัวแทนโรงแรม AQ Alternative State Quarantine เพื่อเข้ากระบวนการกักตัวต่อไป โดยนายศักดิ์ศยามคาดว่า หลังการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว จะส่งผลให้เดือนพฤษภาคม สนามบินสุวรรณภูมิจะมีผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศเฉลี่ยวันละ 15,954 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนที่มีเฉลี่ยวันละ 11,594 คน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 37.61 ในส่วนเที่ยวบินขาเข้าระหว่างประเทศมีเฉลี่ยวันละ 180 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนที่เฉลี่ยวันละ 140 เที่ยวบิน หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 28.57
สมุทรสาครถกพร้อมผ่อนคลายกิจการ
อีกด้านมีรายงานความพร้อมแต่ละจังหวัด เตรียมรับเปิดประเทศ 1 พฤษภาคม โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาครประชุมเพื่อผ่อนคลายกิจกรรมที่จะมีขึ้นเดือนพฤษภาคม มีนายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานพร้อมคณะกรรมการโรคติดต่อร่วมกันหารือประเด็นที่จะให้ผ่านคลายมาตรการต่างๆ ซึ่งจ.สมุทรสาครถูกปรับลดระดับสีลง ให้ทำกิจกรรมได้เพิ่มขึ้น ได้แก่ ร้านอาหารขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกินเหล้าได้ไม่เกิน 24.00 น. ส่วนสถานบันเทิง ผับบาร์ยังปิดต่อ แต่สามารถเปิดบริการในรูปแบบร้านอาหารได้โดยต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อน และการรวมกลุ่มคนจะเพิ่มจาก 500 เป็น 1,000 คน ถ้ามากกว่านี้ต้องขออนุญาต และเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ยังมีการเปิดเทอมอีกด้วย ที่ประชุมให้หน่วยงานสาธารณสุขเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน โดยให้เริ่มเตรียมการก่อนถึงวันเปิดเทอม เช่น วางระบบคัดกรองโรคก่อนปล่อยให้เด็กเข้าโรงเรียนช่วงเปิดเทอม
ระยองจัดระเบียบผู้ประกอบการ
นายโชติชัย บัวดิษ นายกสมาคมการค้าท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อสุขภาพโดยชุมชนจังหวัดระยอง เผยว่า การที่ไทยยกเลิกTest and Go ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว เป็นข้อดีมาก ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว การเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวน่าจะมากขึ้นแน่นอน เพราะมีจำนวนวันได้ท่องเที่ยวมากขึ้น การจับจ่ายใช้สอยก็มากขึ้น เม็ดเงินก็ตกในพื้นที่ เศรษฐกิจดีขึ้น ขณะเดียวกัน การเตรียมพร้อมสำหรับผู้ประกอบการ เมื่อยกเลิก Test and Go ก็ต้องเน้นด้านความปลอดภัย ไม่ประมาท เมื่อนักท่องเที่ยวจะเข้าในสถานที่ท่องเที่ยวให้ตรวจ ATK ก่อน เหมือนที่เกาะเสม็ดนำร่องมาแล้ว จากรายงานศูนย์ปฏิบัติการโควิดระยองถึงวันที่ 29 เมษายน มีนักท่องเที่ยวข้ามเกาะเสม็ด ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน2564 -28 เมษายน 39,139คน ตรวจพบเชื้อ 126 คน
ชาวสระแก้วเฮพร้อมเปิดด่านอรัญฯ
เช่นเดียวกับ ที่สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ด่าน ตม.อรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว สั่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันมาเก็บกวาดล้างทำความสะอาดถนนและด่านพรมแดนคลองลึก จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในโครงการบิ๊กคลีนนิ่งด่านพรมแดนคลองลึกฯเพื่อเตรียมเปิดด่านพรมแดนคลองลึก จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว วันที่ 1 พฤษภาคมตามมติของ ศบค.มท. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและความหวังของชาว จ.สระแก้ว และกัมพูชา ในกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา ที่จะเดินทางเข้ามาค้าขายในตลาดโรงเกลือฯและเดินทางผ่านแดนไปท่องเที่ยวในกัมพูชาและประเทศไทยได้ตามปกติ หลังด่านพรมแดนคลองลึก จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก จ.สระแก้วต้องปิดเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 มานานกว่า 2 ปี
นายบำรุง ล้อเจริญวัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว เผยว่านับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่รัฐบาล โดย ศบค.ได้อนุมัติเปิดด่านพรมแดนคลองลึก จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว วันที่ 1 พฤษภาคม คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจการค้าชายแดนจังหวัดสระแก้ว โดยเฉพาะการค้าขายในตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ ซึ่งซบเซามานากว่า 2 ปีกลับมามีชีวิตชีวา มีการสร้างงานสร้างอาชีพ และสร้างเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอีกครั้ง