ตร.กองปราบเร่งสาวตัวผู้บงการสั่งยิง นายก อบต.บางสมบูรณ์ เชื่อ ปมถูกเปิดโปงทุจริตแพริมน้ำ ตำรวจยันยังไม่ออกหมายจับเพิ่ม
เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เปิกเผยความคืบหน้าคดีกลุ่มคนร้ายขับรถตามประกบก่อนใช้อาวุธสงครามยิงถล่มรถตู้ ของ นายญาณกร โท้ประยูร นายก อบต.สมบูรณ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเป็นเหตุให้ นายสมชายม่วงกาศ อายุ 63 ปี รองนายก อบต.บางสมบูรณ์ และ นายวัชระ นุชแดง อายุ 52 ปี คนขับรถ ที่นั่งมาด้วยกัน ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริเวณถนนปากท่อบางปรัง-เตยน้อย ม.2 ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก ว่า แม้จะมีการจับกุมตัวผู้ต้องหาคนสำคัญของคดีเพิ่มเติมได้อีก 1 ราย คือ นายนพดล อานทอง หรือ สจ.เอี้ยง อายุ 52 ปี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก แต่การสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าวก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป เพื่อสาวไปให้ถึงตัวผู้บงการ หรือ ผู้อยู่เบื้องหลัง รวมไปถึงการเร่งติดตามตัว นายรัฐพล ตันสุวรรณรัตน์ หรือ “บิ๊ก” หรือ “กุมารขาว” อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาคนสำคัญอีกรายที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่งขณะนี้ทางชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการแกะรอยติดตามตัว ส่วนหลังจากนี้จะมีการออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และ มีความละเอียดอ่อน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ชัดและครอบคลุมทุกมิติ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวมีการทำหนังสือเตรียมขออำนาจศาลออกหมายจับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีเพิ่มเติมอีกนั้น ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการดังกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีนักการเมืองท้องถิ่นอีกรายหนึ่ง มีตำแหน่งเป็น ส.จ. อักษรย่อ พ. พาน เข้ามามีส่วนพัวพันกับคดีดังกล่าวด้วยหรือไม่นั้น เบื้องต้น มีการตรวจสอบเป็นที่แน่ชัดแล้วตั้งแต่ช่วงที่มีการตรวจยึดรถยนต์คันที่ก่อเหตุได้ภายในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า บุคคลดังกล่าวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีแต่อย่างใด และตัวของบุคคลนั้นไม่ได้เป็น สจ. เป็นเพียงแค่สมาชิกเทศบาลคนหนึ่งในพื้นที่ จ.ชลบุรี หรือ ที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ สท.พัฒน์ เหตุที่มีการโทรศัพท์ติดต่อหากันในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะ สท.พัฒน์ รู้จักกันกับ นายนพดล หรือ สจ.เอี้ยง หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา แต่เป็นการติดต่อกันเกี่ยวกับเรื่องการซื้อขายรถ เนื่องจาก นายนพดล หรือ สจ.เอี้ยง ได้โทรศัพท์ไปหา สท.พัฒน์ เพื่อให้ช่วยขายรถให้ โดยที่ สท.พัฒน์ เองก็ไม่ทราบว่ารถคันดังกล่าวคือรถคันที่มือปืนใช้ก่อเหตุ จึงแนะนำให้ไปติดต่อกับอู่รถในพื้นที่ อ.บางละมุง ซึ่งหลังจากมีการตรวจยึดรถคันที่ใช้ก่อนเหตุได้ที่อู่รถ อ.บางละมุง เจ้าหน้าที่ก็ได้เชิญตัว สท.พัฒน์ มาสอบปากคำจนทราบแน่ขัดแล้วว่า สท.พัฒน์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีแต่อย่างใด
ข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับแนวทางสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าว ล่าสุดได้มีการวางแนวทางการทำงานมุ่งเน้นไปที่การสืบหาพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดตัวผู้จ้างวาน หรือ ผู้บงการ ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พอทราบข้อมูลอยู่บ้างแล้วว่าเป็นบุคคลใด เพียงแต่พยานหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถเอาผิดได้ จึงต้องหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับมูลเหตุ หรือแรงจูงใจ มาประกอบเพิ่มเพื่อให้พยานหลักฐานที่มีอยู่มีน้ำหนักมากเพียงพอที่จะเอาผิดผู้จ้างวานได้ โดยมูลเหตุคดีดังกล่าว จากพยานหลักฐานที่มีอยู่เชื่อว่า น่าจะมาจากเรื่องความขัดแย้ง กับบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดโปงทุจริตแพริมน้ำ เพราะก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายเตรียมจะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อขอตรวจสอบโครงการแพริมน้ำ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ แต่มาถูกดักยิงเสียก่อน
ข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกรณีที่ นายญาณกร โท้ประยูร นายก อบต.สมบูรณ์ ได้เข้าร้องทุกข์กับ ทาง บก.ปปป. เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบการทุจริตโครงการแพริมน้ำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวนั้น เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบพบหลักฐานหลายอย่างที่ส่อเค้าว่ามีการทุจริตจริง ซึ่งมีการรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น ส่งเรื่องต่อให้กับทาง ป.ป.ช. ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 61 ไปแล้วเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา และ ทางตำรวจ บก.ปปป. เองก็ได้ทำเรื่องขอรับสำนวนกลับคืนมาดำเนินการต่อ เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ซึ่งล่าสุดขณะนี้ทราบว่า สำนวนดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องกล่าวหาเรื่องเรียนปปช.ภาค 2 ซึ่งหากมีการส่งสำนวนกลับมา ทางตำรวจ บก.ปปป. ก็จะสามารถเดินหน้าดำเนินการต่อได้ในทันที
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่