Chonburi Sponsored

รวบเท้าแชร์หลอกตุ๋นเงิน 800 ล้านบาท

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

ตำรวจ บก.ป. รวบเท้าแชร์ตุ๋นเงินเหยื่อ หลอกให้ดอกเบี้ยสูง สุดท้ายหาเงินจ่ายไม่ทัน ตัดสินใจหลบหนี พบเงินหมุนเวียนกว่า 800 ล้านบาท 

วันที่ 28 เม.ย.2565 กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.1 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป., และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป.  ร่วมกันจับกุม นางกรองทอง (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสงขลา ที่ 311/2565 ลงวันที่ 30 มี.ค. 2565 ฐานความผิด “ฉ้อโกง, ฉ้อโกงประชาชน”

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือน ส.ค. 2563 ผู้ต้องหาได้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ชักชวนให้ร่วมออมเงิน  โดยจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าปกติ ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อ นำเงินมาร่วมออม เมื่อผู้ต้องหาได้รับเงินโอนเข้าบัญชี ในช่วงแรกผู้ต้องหาจ่ายเงินให้ผู้ร่วมออมจริง แต่ภายหลังผู้ต้องหาไม่สามารถหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยได้ จึงหลบหนีไป ทำให้มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก มีเงินหมุนเวียนกว่า 800 ล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้ เมื่อปลายปี 2564 และขณะที่คดีเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล ผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัวเพื่อสู้คดี แต่เมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหากลับหลบหนีไม่มาตามนัดพิจารณาในชั้นศาล

จนกระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมาอาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุม นำตัวผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดสงขลาเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ตำรวจสอบสวนกลางขอเตือนภัย โปรดอย่าหลงเชื่อบุคคลที่ชักชวนให้ร่วมลงทุนในแชร์ ที่มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากอาจถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้สูญเสียเงินได้

ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
facebook.com/thaich8

Chonburi Sponsored
อำเภอ บางละมุง

อำเภอบางละมุงแต่เดิมมีฐานะเป็นเมืองบางละมุง ตั้งอยู่ที่บ้านบางละมุง ตำบลบางละมุง จนถึง พ.ศ. 2444 ได้ยุบเมืองบางละมุงเป็นอำเภอขึ้นต่อจังหวัดชลบุรี โดยมีที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่บริเวณริมคลองนกยาง ซึ่งขณะนั้นบริเวณดังกล่าวเป็นท่าน้ำที่สำคัญทั้งทางด้านการคมนาคมและเป็นที่ชุมนุมของเรือสินค้าต่าง ๆ ต่อมาคลองนกยางตื้นเขินไม่สะดวกต่อเรือสินค้าต่าง ๆ จะล่องเข้าออก ทั้งสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมที่จะขยายชุมชนให้กว้างขวาง นายอำเภอสมัยนั้น คือ นายเจิม (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสัตยานุกูล) จึงย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งที่ใหม่บริเวณริมทะเลในตำบลนาเกลือ เมื่อ พ.ศ. 2452