Chonburi Sponsored

เจอคนจริง ชายอ้างเป็น จนท.การไฟฟ้า แจ้งตัดมิเตอร์ ถูกเจ้าของบ้านแจ้ง ตร.จับ

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ – ข่าวนี้นำมาเตือนภัย ชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า แจ้งเจ้าของบ้านว่าจะมาตัดมิเตอร์ไฟฟ้า แต่เจ้าของบ้านไหวพริบดี สังเกตพิรุธอย่างหลาย จึงถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ก่อนแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

เป็นคลิปวิดีโอที่หญิงเจ้าของบ้านถ่ายไว้ ขณะที่ชายคนหนึ่ง สวมเสื้อคลุมแขนยาว ด้านหลังเขียนว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน แล้วแจ้งว่า บ้านนี้ค้างชำระค่าไฟฟ้า จะมีการตัดหม้อมิเตอร์ แต่ทางเจ้าของบ้านไหวตัวทัน จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายไว้ เหตุเกิดที่บ้านพักหลังหนึ่ง ในตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

นางสุคนธรส สิงหาพรหม เจ้าของบ้านเล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ชายคนนี้มาแจ้งกับเด็กที่บ้านว่า มิเตอร์ไฟฟ้าจะถูกตัด เด็กที่บ้านจึงไปบอกพ่อ จากนั้นเธอจึงออกมาดู พร้อมกับสอบถามชื่อของเจ้าหน้าที่ ตอนแรกชายคนนี้บอกว่าชื่อ เอกวัฒน์ แต่เมื่อขอดูบัตรประชาชนกลับเป็นคนชื่อ นั่นก็แสดงในเห็นถึงความไม่บริสุทธิ์ใจแล้ว ประกอบกับทางบ้านก็จ่ายชำระค่าไฟอยู่ตลอด เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกตัดหม้อมิเตอร์ หรือหากจะมีการตัดไฟจริง โดยปกติการไฟฟ้าก็จะตัดเลย ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เธอจึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สภ.พนัสนิคม มาตรวจสอบทันที

เมื่อตำรวจมาถึง ได้สอบถามชายคนดังกล่าว ทราบชื่อจริง คือ นายมลเทียน รัตนตาดาษ อายุ 39 ปี เจ้าตัวยังคงอ้างต่อว่าเป็นพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต้องการมาเตือนบ้านหลังดังกล่าวว่าค้างชำระค่าไฟฟ้าเท่านั้น แต่เมื่อถูกเค้นสอบหนัก สุดท้ายยอมรับว่า เป็นลูกจ้างของบริษัทหนึ่งที่รับเหมาติดตั้งและเดินสายไฟ ต้องการมาแจ้งเตือน ไม่ได้มีเจตนาจะเรียกเก็บเงิน ตำรวจจึงติดต่อไปยังนายจ้างทำให้ทราบว่าทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดหม้อมิเตอร์แต่อย่างใด

ชายคนนี้ถึงกับยกมือไหว้ขอโทษกับเจ้าของบ้าน ขอร้องไม่ให้ดำเนินคดี แต่ทางเจ้าของบ้านยืนยันว่าจะต้องดำเนินคดีตามกฏหมาย เพื่อจะไม่ได้เป็นเยี่ยงอย่าง ให้ใครฉวยโอกาสมาก่อเหตุแบบนี้อีก ครั้งนี้ถือว่ายังเคราะห์ดีที่มาเจอพวกตนเอง หากไปก่อเหตุที่อื่นแล้วมีผู้สูงอายุอยู่ในบ้านลำพังอาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้ ตำรวจจึงควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม