Chonburi Sponsored

หนุ่มนอร์เวย์ สุดช้ำถูกหญิงสาวหลอกให้รักโอนเงินให้กว่า 2 แสนบาท สุดท้ายเชิดหนี

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เช้านี้ที่หมอชิต – หนุ่มนอร์เวย์ สุดช้ำ ถูกสาวชาวกัมพูชา หลอกให้รัก โอนเงินให้นับแสน หวังแต่งงาน สุดท้ายจับได้ว่าเธอแอบคบซ้อน ก่อนจะเชิดเงินหนีไป จึงตัดสินใจแจ้งความตำรวจ

ชายอายุ 55 ปี ชาวนอร์เวย์ ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือ จากนายวินน์ ชัยเนตร ผู้ช่วยเหลืองานประชาสัมพันธ์ชุมชนตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ให้ประสานทนายความ พาไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.สัตหีบ เพื่อดำเนินคดีกับ หญิงอายุ 29 ปี ชาวกัมพูชา ในข้อหาฉ้อโกงเงินจำนวน เกือบ 200,000 บาท

ชายอายุ 55 ปี เล่าว่า ได้รู้จักกับหญิงชาวกัมพูชาคนนี้ผ่านทางเฟซบุ๊ก จากนั้นได้นัดเจอกันครั้งแรก เมื่อต้นปี 2562 ที่ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อได้พบกัน ทั้งคู่ต่างเกิดความพอใจซึ่งกันและกัน จึงตกลงคบหาดูใจเป็นคู่รัก และวางแผนว่าจะพาหญิงสาว ไปแต่งงานกันที่ประเทศนอร์เวย์ หลังจากนั้นตนเองได้บินกลับประเทศ แต่ช่วงนั้นเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 อย่างหนัก จึงไม่สามารถเดินทางมาพบได้ จึงพูดคุยกันผ่านทางวีดีโอคอลไลน์เป็นระยะเวลากว่า 1 ปี ระหว่างนั้นหญิงสาว บอกให้โอนเงินให้ ครั้งละประมาณ 1,000 ดอลล่าร์ โดยอ้างว่าจะนำไปทำเอกสารเรื่องการแต่งงานกับทางสถานทูตนอร์เวย์ เขาจึงเชื่อสนิทใจ และโอนเงินให้เรื่อย ๆ รวมแล้วคิดเป็นเงินไทยเกือบ 200,000 บาท

กระทั่งก่อนวันคริสมาสต์ เดือนธันวาคมที่ผ่านมา เขาได้เดินทางมาหาหญิงสาว โดยนัดให้มาพบกันที่ชายหาดบางเสร่ จุดที่พบรักกันครั้งแรก แต่เมื่อถึงอีกฝ่ายไม่มาตามนัด ทำให้เกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น จึงได้ออกตามหา จนทราบว่าเธอทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊กที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตำบลบางเสร่ และยังทราบอีกว่า หญิงสาวได้แอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายชาวต่างชาติอีกคนหนึ่ง เขาจึงเข้าไปพูดคุยและทวงถามสัญญา เรื่องการแต่งงาน และเรื่องเงินที่โอนมาให้แต่หญิงสาว ไม่ยอมพูดคุยด้วย และพยายามหลบเลี่ยงอย่างไม่ใยดี

ชายอายุ 55 ปี บอกอีกว่า รู้สึกเสียใจมาก เพราะได้เตรียมงานแต่งงานที่ประเทศนอ์รเวย์ และซื้อรถยนต์คันใหม่หวังใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน แต่สุดท้ายมาเจอคนที่รักหลอกลวง

ขณะที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ ได้รับแจ้งความไว้ หลังจากนี้จะติดต่อหญิงสาวชาวกัมพูชา ผู้ที่ถูกกล่าวหา มาสอบปากคำที่โรงพัก เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

Chonburi Sponsored
อำเภอ สัตหีบ

ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 สัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หาของป่า และประมง การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยเรือเมล์หรือเรือใบ ส่วนทางบกมีแต่ทางเกวียน ถนนไปชลบุรียังไม่มี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นป่ารกทึบ การเดินทางระหว่างเมืองจึงใช้เรือเป็นหลัก ในหมู่บ้านสัตหีบ มีผู้ที่ชาวบ้านนับหน้าถือตามากอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ยายแจง" แกมีฐานะดีมี ที่ดิน เรือ สวน ไร่นามากมาย ตลาดสัตหีบ หนองตะเคียนและโรงเรียนสิงห์สมุทรรวมถึงบริเวณเขาแหลมเทียนอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบในปัจจุบันก็เคยเป็นของแก ต่อมา เมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงฝึกภาคทะเลกับกองเรือและทรงพักที่อ่าวสัตหีบ ทรงเห็นว่าอ่าวสัตหีบเหมาะเป็นที่ตั้งหน่วยเรือ เพราะมีเกาะใหญ่น้อยช่วยกำบังคลื่นลม พระองค์จึงได้บอกถึงพระประสงค์ที่จะใช้บริเวณเขาแหลมเทียนเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ยายแจงก็ยินดีที่จะถวายให้