วันพุธ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
สธ.ยันรับมือได้
พ้น 14 วันอันตรายปลดล็อกเพิ่ม
ชงศบค.เคาะ 22 เม.ย.ปรับโซนสี
เลิกตรวจ RT-PCR เข้าประเทศ
ป่วยเฉียด 3 หมื่น/ตายนิวไฮ 129
โควิดไทยทรงตัวติดเชื้อเพิ่มรวม ATK 29,836 คน ครองอันดับ 8 โลก กทม.ยังนำโด่งป่วย 3,282 ตายรายวันขยับต่อเนื่องทุบสถิติ 129 ศพ “สธ.” ยันสถานการณ์อยู่ในระดับรับมือได้ เดินหน้าฉีดวัคซีนให้กลุ่ม 608 ได้ตามเป้า 80%
ย้ำยาทุกตระกูลที่รักษาโควิดได้ไทยมีพร้อม รอประเมินสถานการณ์14วันหลังสงกรานต์ ไม่มีอะไรวิตกพร้อมคลายล็อคให้ทันที เดินหน้าชง’ศบค.’22เมย.เคาะเลิกตรวจ RT-PCR นักท่องเที่ยวเข้าไทยผ่านระบบเทสต์ แอนด์ โก-ปรับพื้นที่สี หวังฟื้นเศรษฐกิจ ห่วงวัยทำงานไม่ตรวจ ไม่กักตัว ทำระบาดลาม สูงวัยเสี่ยงดับ กรมควบคุมโรคคาด7-8วัน ปอดอักเสบ-ใส่ท่อหายใจเพิ่มขึ้นมากกว่าพันคน
เมื่อวันที่ 19 เมษายน ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทรงตัว ส่วนผู้ป่วยอาการหนัก ใส่ท่อหายใจและเสียชีวิตมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง
ไทยติดเชื้อเพิ่มรวมATKเฉียด3หมื่น
ศบค.ระบุว่า ภาพรวมการติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 16,891 ราย ติดเชื้อในประเทศ 16,806 ราย แบ่งออกเป็น ติดเชื้อจากต่างประเทศ 85 ราย ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 18 ราย และจากเรือนจำ 19 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 1,840,409 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 4,063,844 ราย สำหรับยอดตรวจ ATK ตามข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข พบติดเชื้อเข้าข่าย หรือ ATK เป็นบวกอีก 12,945 ราย ส่วนยอดผลบวกสะสมอยู่ที่ 1,402,802 ราย ซึ่งจำนวนนี้ไม่รวมรายงานยอดผู้ติดเชื้อใหม่ซึ่งยืนยันผลด้วย RT-PCR ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่ม 29,836 ราย เสียชีวิตสะสม 5,437 ราย
ตายทะลัก129-กทมแชมป์3.2พันคน
เสียชีวิตเพิ่ม 129 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.30 ทั้งนี้ หายป่วยแล้ว 24,927 ราย รวมหายป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 1,670,866 ราย และกำลังรักษาอยู่ 197,349 ราย ในส่วนการติดเชื้อภายในประเทศ แบ่งตามจังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุด 10 จังหวัด กรุงเทพมหานคร (กทม.)ยังพบผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 1 จำนวน 3,282 ราย ชลบุรี 650 ราย ขอนแก่น 594 ราย สมุทรปราการ 527 ราย นครศรีธรรมราช 514 ราย สมุทรสาคร 469 ราย นนทบุรี 459 ราย บุรีรัมย์ 445 ราย ศรีสะเกษ 396 ราย และนครปฐม 384 ราย
ฉีดวัคซีนสะสม131.7ล.โดส
ศบค.รายงานความคืบหน้าการให้บริการวัคซีน ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์-18 เมษายน ไทยฉีดวัคซีนได้สะสม 131,707,883 โดส ใน 77 จังหวัด โดยฉีดเพิ่มขึ้นวันนี้ทั่วประเทศ รวม 17,642 โดส แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 3,337 ราย สะสมรวม 56,001,444 ราย คิดเป็นร้อยละ 80.5 ของจำนวนประชากรทั้งหมด, เข็มที่ 2 จำนวน 2,733 ราย สะสมรวม 50,678,940 ราย คิดเป็นร้อยละ 72.9 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และเข็มที่ 3 จำนวน 11,572 ราย สะสม 25,017,499 ราย คิดเป็นร้อยละ 36.0 ของจำนวนประชากรทั้งหมด
ทั่วโลกป่วย505ล.-ไทยขึ้นอันดับ8
สถานการณ์โควิด-19ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อแล้ว 505,209,437 ราย รักษาหายแล้วรวม 456,669,732 ราย และเสียชีวิตรวม 6,224,758 ราย โดยประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ เกาหลีใต้ 928,897 ราย, ฝรั่งเศส 817,967 ราย, เยอรมนี 685,710 ราย, อิตาลี 409,510 ราย และญี่ปุ่น 334,688 ราย ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 8 ของโลก 141,081 ราย
ครม.ถกโควิดหลังผ่านสงกรานต์
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน เป็นการประชุมครั้งแรกหลังเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง ประชาชนกลับภูมิลำเนาไปท่องเที่ยว ขณะนี้ยังเป็นช่วงประเมินสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 หลังสงกรานต์ คาดว่าครม.จะหารือถึงการรับมือกับตัวเลขการระบาดของโควิด ตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คาดการณ์ว่าตัวเลขผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นหลังสงกรานต์ 2 สัปดาห์ มีรายงานแนวโน้มตัวเลขผู้ป่วย และแนวทางมาตรการต่างๆที่จะผ่อนคลายเพิ่มเติมให้ ศบค.พิจารณาวันที่ 22 เมษายนนี้
สธ.ยันติดเชื้อระดับรับมือได้
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงการรับมือโควิด-19 ในประเทศไทยหลังเทศกาลสงกรานต์ว่า ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากประชาชนดี ทำให้การติดเชื้ออยู่ในระดับที่ระบบสาธารณสุขรองรับได้ โดยช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา หลายพื้นที่จัดกิจกรรมภายใต้มาตรการของ สธ. ไม่ว่าจะเป็น Covid Free Setting หรือการป้องกันตัวเองสูงสุด (Universal Prevention) ไปจนถึงฉีดวัคซีนโควิดที่ลูกหลานพาผู้ใหญ่ในบ้านไปฉีดช่วงสงกรานต์ เป็นเรื่องที่ดี และต้องย้ำว่าแม้ผ่านเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว ยังต้องตระหนักและรณรงค์ต่อเนื่อง เพื่อให้การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส)หรือเข็มที่ 3 ในกลุ่มเสี่ยง 608 โดยเฉพาะกลุ่มสูงอายุกว่า 60 ปีขึ้นไป ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ให้ถึงร้อยละ 80
พร้อมคลายล็อคทันทีให้ศก.เดินหน้า
ผู้สื่อข่าวถามถึงการผ่อนคลายมาตรการที่จะเสนอเข้าที่ประชุมศบค.วันที่ 22 เมษายน นายอนุทิน กล่าวว่า เชื่อมั่นและพร้อมให้การสนับสนุนทีมแพทย์ คณะกรรมการวิชาการ คณะทำงาน ที่เกาะติดสถานการณ์โควิดประเมินรายวัน เรื่องการแพทย์สำคัญมาก และสำคัญไม่ต่างกันก็คือ เศรษฐกิจ เราต้องทำให้สมดุล ให้ไปด้วยกันได้ ด้านการแพทย์ตอนนี้เรามียาทุกตระกูลที่มีผลการศึกษาวิจัยว่ามีประสิทธิภาพ ทั้งแพกซ์โลวิด โมลนูพิราเวียร์ แม้แต่ยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาฟ้าทะลายโจร ก็มีประสิทธิภาพรักษาผู้ติดเชื้อโควิดกลุ่มอาการน้อยได้ ดังนั้น ด้านเศรษฐกิจ เราต้องเดินหน้าต่อเช่นกัน ซึ่งสธ.มีคณะทำงานวิชาการ มีที่ประชุมอีโอซีที่ปลัด สธ. เป็นประธานหารือกันทุกวัน เชื่อว่า หากสถานการณ์ไม่มีอะไรต้องกังวล สธ.พร้อมคลายล็อคทันที และจับตาดูต่อใกล้ชิด หากมีอะไรน่ากังวล จะพิจารณาขันน็อตให้แน่นขึ้นเช่นกัน
ชงศบค.เลิกตรวจRT-PCRเข้าไทย
ขณะที่นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วันที่ 21 เมษายนจะประชุม ศปก.ศบค. เพื่อพิจารณามาตรการร่วมกัน และเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่วันที่ 22 เมษายน มาตรการหลักๆที่จะเสนอเป็นการผ่อนคลายการเข้าประเทศในระบบ Test and go จากเดิมให้ตรวจ RT-PCR 1 ครั้งทันทีที่มาถึงประเทศไทย จะหารือว่าจะเสนอให้ปรับเป็นการตรวจด้วย ATK หรือไม่ต้องตรวจหาเชื้อเลย ส่วนรายละเอียด แนวทางดำเนินการอย่างไรจะหารือในที่ประชุม ศปก.ศบค. เพื่อเสนอให้ศบค.ตัดสินใจ ขณะเดียวกัน จะเสนอปรับพื้นที่สี ซึ่งมาตรการเป็นไปตามสีของพื้นที่ ทั้งนี้ การติดเชื้อในประเทศมีจำนวนมากกว่าคนเดินทางเข้าประเทศ ดังนั้น การผ่อนคลายคงไม่มีผลทำให้การติดเชื้อในประเทศเพิ่มมากขึ้น
ย้ำขอดูอีก2สัปดาห์ก่อนปลดล็อคเพิ่ม
เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้ประกอบการสถานบันเทิง ขอให้พิจารณาผ่อนคลายหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยให้เปิดบริการได้นั้น นพ.โอภาส กล่าวว่า การประเมินหลังเทศกาลสงกรานต์ ต้องดูอีก 2 สัปดาห์ว่า สถานการณ์จะรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ ขณะนี้มาตรการในประเทศผ่อนคลายมากพอสมควรแล้ว เราต้องประเมิน 2 สัปดาห์ว่า จะกระทบระบบสาธารณสุขหรือไม่ หากไม่มีอะไร จะค่อยๆผ่อนคลาย ขอดูข้อมูลอีก 1-2 สัปดาห์
ปอดอักเสบ-ใส่ท่อพีคพค.ถึงพันคน
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด มากสุด 129 คนในวันนี้ (19 เม.ย.) ผู้ป่วยปอดอักเสบ 2,104 คน และใส่ท่อช่วยหายใจ 940 คน ถือว่าตัวเลขค่อนข้างสูง แต่ตัวเลขที่ปรากฏไม่ได้เป็นผลมาจากเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากสงกรานต์ผ่านมาเพียง 2 วัน โดยนับช่วงเทศกาลสงกรานต์คือ ระหว่างวันที่ 12-18 เมษายน คาดว่าตัวเลขผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจจะไต่ระดับขึ้นแบบช้า ๆ จากผู้ป่วยสีเหลืองมาเป็นสีแดง หากอาการรุนแรงมากถึงที่สุดก็เป็นสีดำคือ เสียชีวิต จะเห็นภายใน 7-8 วัน หรือประมาณต้นเดือนพฤษภาคมจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากระยะฟักเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน แม้จะสั้นลง แต่ต้องใช้เวลา ตั้งแต่เริ่มป่วยจนป่วยหนักประมาณ 8-10 วัน ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่อาการรุนแรง ยังคนเป็นกลุ่มคนผู้สูงอายุ 608 อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ตัวเลขผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ แม้จะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ถึงฉากทัศน์ที่คาดการณ์ในเส้นสีแดง น่าจะอยู่ระหว่างเส้นสีเหลืองและแดงคือ รุนแรงระดับปานกลาง แต่ไม่มาก ประมาณกว่า 1,000 คน