เข้า สนามพระวิภาวดี ที่เปิดตลอดชาติ สงกรานต์ก็ไม่ได้ไปเล่นสาดน้ำกับใครเขา (เพราะกลัวเปียก) ดูพระที่มาเป็นสิริมงคล รับปีใหม่ไทยกัน
องค์แรกคือ พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ ลายกนก กรุลานทุ่งเศรษฐี อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พระชุดสำคัญของแผ่นดิน ที่มีน้อย หายากที่สุด ในทำเนียบพระชุดเบญจภาคี….โดยเฉพาะ พิมพ์ใหญ่ ลายกนก แบบองค์นี้ ของ เสี่ยณฐพล ชัยนาท ซึ่งเป็น พระพิมพ์ใหญ่ มีลายกนก ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ราคาก็สูงหลักหลายล้าน เรียกว่าองค์งามสภาพแชมป์ องค์สภาพสมบูรณ์พองาม ที่พบเห็นกันมา จนถึงวันนี้ มีแค่หลักสิบ ต่างจากพระสกุลอื่นในชุดเบญจภาคี ที่มี มากกว่า อย่างน้อยๆก็หลักร้อย หลักพันองค์…..พุทธศิลป์ในองค์พระ สมัยลังกาวงศ์ ที่มีความงดงามอลังการ กับอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ด้านโภคทรัพย์ ดังคำ “มีกูไม่จน” จึงยกย่องเป็น “ขุนพลพระเครื่องแห่งลานทุ่งเศรษฐี” ทำให้มีผู้ต้องการมาก ยอมจ่ายมากล้านเทียบได้กับพระสมเด็จ– องค์แชมป์ระดับท็อปไฟว์ ที่มีการเช่าบูชาล่าสุด จ่ายกันถึง ๓๐ ล้าน…

มีเรื่องเล่าเป็นตำนาน เกี่ยวกับ พระเบญจภาคี ที่สายตรงรุ่นใหญ่ โหวตให้เป็นชุดอมตะพระแชมป์ คือ ๑.พระสมเด็จ องค์ที่มีฉายา “องค์เสี่ยดม” อุดม กวัสราภรณ์ ๒.พระรอดพิมพ์ใหญ่ องค์(พี่หริ) ศิริ คูวิบูลย์ศิลป์ (ซึ่งย้ายไปอยู่กับ หมอหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นานแร้ว) ๓.พระกำแพงซุ้มกอ “องค์เสี่ยดม” ๔.พระ นางพญา องค์กรมศิลป์ ๕.พระผงสุพรรณ องค์ “นายเสถียร” เสถียร เสถียรสุต….ซึ่ง ตอนนั้นมีเสียงขานรับเอกฉันท์ ว่า ๕ องค์นี้ใช่เลย และประเมินราคาทั้งชุด ๑๐๐ ล้าน (เอง) โดย พระสมเด็จ กับ พระกำแพงซุ้มกอ “เสี่ยดม” ตั้งราคาไว้สูงสุดเท่ากันที่ ๓๐ ล้าน ๒ องค์ ๖๐ ล้าน….และเป็นเรื่องยากมากกก ที่จะรวบรวมได้ครบองค์ แต่ในเวลาต่อมา ได้ข่าวว่ามีการรวบรวมตกลงซื้อขายพระชุดนี้สำเร็จในราคา ๙๕ ล้าน ลดไป ๕ ล้าน เข้าใจว่าเป็นการต่อราคาองค์พระซุ้มกอ เหลือ ๒๕ ล้าน–จากนั้น พระเบญจภาคีเซตนี้ ก็เงียบหายเข้ารังใหญ่ย่านทองหล่อ ถึงปัจจุบันยังไม่มีความเคลื่อนไหว–วันนี้ได้ ซุ้มกอ องค์พอสวย สภาพสมบูรณ์มาให้ดู แม้ไม่ถึงขั้นพระแชมป์แต่เป็นพระหน้าใหม่ ก็ชื่นใจแล้ว เพราะหาเวรี่ยากส์…
องค์ต่อไป เป็น พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สามเหลี่ยมฐานหมอน กรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส กทม. ที่ได้ชื่อว่า “พระจิ๊กโก๋” จากที่วัยรุ่นยุคหลังวัง นิยม เลี่ยมแบบร้อยเชือกร่ม คล้องคอชนิดติดลูกกระเดือก และเปิดอกเสื้อโชว์พระ ตามเทรนด์ยุคนั้น….พระค้นพบบรรจุในพระเจดีย์องค์เล็ก ของตระกูลต่างๆ ที่ตั้งอยู่รอบพระอุโบสถหลังเดิม ของวัดใหม่อมตรส ซึ่งใกล้บางลำพู แหล่งชุมนุมวัยรุ่นทันสมัยในยุคนั้น…..ด้วยเอก ลักษณ์ พิมพ์ทรงสาม เหลี่ยม ขนาดกะทัดรัด และราคาทำบุญบูชาถูกสุด และยังพบอานุภาพด้านคุ้มครองป้องกันภัย แคล้วคลาดถึงคงกระพัน ยิงฟันไม่เข้า ที่กลุ่มวัยรุ่นย่านบางลำพูมีประสบการณ์รอดตายจากเหตุตะลุมบอนบ่อยๆ วัยรุ่นเจ้าถิ่นย่านบางขุนพรหม จึงนิยมใช้พระพิมพ์นี้คล้องคอ….และกลายเป็นเทรนด์ให้วัยรุ่นยุคนั้น นิยมคล้อง พระเดี่ยว รูปทรงสามเหลี่ยม ติดคอกันไปด้วย แม้ไม่ใช่พระบางขุนพรหม อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยบัส ปากช่อง ซึ่งเป็นพระแท้ดูง่าย องค์งาม สภาพสมบูรณ์เดิมๆ ปัจจุบันราคาหลายแสน

ตามด้วย พระลีลา กรุบ่อสวก จ.น่าน ของ ส.จ.บอมบ์ เมืองน่าน ซึ่งเป็น พระกรุเนื้อดินเผา ที่ได้รับความนิยมสูง ราคาแพงสุดของกรุ…..พบพระที่หมู่บ้านบ่อสวก อ.เมือง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ของเมืองน่าน อยู่ห่างจากตัวเมืองราว ๑๐ กม. ….จากหลักฐานแวดล้อม เครื่องปั้นที่มีรูปแบบเฉพาะตัว แตกต่างจากของแหล่งเตาเผาอื่นๆ ที่พบในอาณาจักรล้านนาและในประเทศไทย บอกได้ว่าเตานี้ มีเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้ากว่าที่อื่นในยุคเดียวกัน–จึงสันนิษ ฐานว่า ในอดีตเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาสำคัญของล้านนา ที่ได้รับความนิยมมาก …..จากข้อมูล บอกว่าบริเวณนี้เป็นที่อาศัยของจีนฮ่อ ที่อพยพมาจากเมืองจีน ซึ่งมีความรู้เชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา เมื่ออพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยวัตถุดิบ จึงประกอบอาชีพที่มีความรู้

การขุดค้นพบ กรุพระบ่อสวก เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ เมื่อราวปี พ.ศ.๒๔๙๘ โดยชาวบ้านทำการแผ้วถางที่ดิน เพื่อทำการเกษตร โดยไม่ทราบว่าสถานที่นี้เป็นวัดหรือศาสนสถาน มาก่อน พอจุดไฟเผา ก็แปลกใจว่าจุดหนึ่งพยายามจุดไฟเผาเท่าไรก็จุดไม่ติด แต่พอย้ายไปจุดอื่นไฟก็ติด….เห็นกันว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์ จึงได้ขุดดินดู ก็พบแผ่นอิฐขนาดใหญ่ เมื่อเอาออกปรากฏพบ พระพิมพ์เนื้อดินเผาวางเรียงอยู่จำนวนมาก เมื่อพิจารณาเนื้อพระแล้วเหมือนกับเนื้อเครื่องปั้นดินเผาที่ขุดพบในบริเวณใกล้เคียง คือเนื้อพระจะมีความแข็งแกร่ง และมีน้ำเคลือบผิว พบทั้งที่เป็น เนื้อดิน เนื้อชิน… เมื่อข่าวแพร่ออกไป มีชาวบ้านไปขุดหาพระกันมากเป็นเดือนเป็นปี จนพระหมด ปัจจุบัน พื้นที่ตรงนั้นไม่เหลือสภาพความเป็นกรุพระเก่าหรือโบราณสถาน ให้เห็นเลย….พระที่พบ แบ่งได้ ๔ พิมพ์หลัก คือ ๑.พระนางพญาบ่อสวก พิมพ์ปลายตัด ลักษณะเป็นพระนั่งปางมาร วิชัยเหนือฐานสองชั้น คล้ายพระผงสุพรรณ ๒.พระนางพญาบ่อสวก พิมพ์ใบพุทธา (ใบตัน) ลักษณะเดียวกับพิมพ์ปลายตัด แต่มีปีกเนื้อกว้าง ลักษณะคล้ายใบพุทรา บางองค์ตัดปีกสูงขึ้น เรียกพิมพ์แหลมลี่….๓.พระนางพญาบ่อสวก พิมพ์ใหญ่ (ขี้ปุ่ม) ลักษณะคล้ายกันแน่ ท้องดูใหญ่ จนชาวบ้านเรียกขี้ปุ่ม (ลงพุง) ๔.พระลีลาบ่อสวก ลักษณะเป็นพระพิมพ์ยืนปางลีลา ยกพระหัตถ์ซ้ายแนบพระอุระ ขาขวาเขย่งก้าว แยกพิมพ์ได้เป็น ๒ แบบคือ พิมพ์มีขอบ (ฮางยา) กับพิมพ์ไม่มีขอบ (ลีลา) แบบองค์นี้ ที่ปัจจุบันเป็นพระยอดนิยมอันดับ ๑ ของกรุ ที่หายากสุดๆ
อีกรายการ เป็น พระนางกำแพง พิมพ์ตื้น กรุลานทุ่งเศรษฐี อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พระพิมพ์เนื้อดินผสมเกสร พุทธศิลป์สมัยสุโขทัยยุคปลาย หมวดกำแพงเพชร รูปทรงสามเหลี่ยมขนาดเล็ก….เป็นพระที่พบทุกกรุพระ ในลานทุ่งเศรษฐี มีทั้ง เนื้อดิน (ส่วนใหญ่) กับ เนื้อชิน (ส่วนน้อย) พิมพ์พระแยกได้เป็น พิมพ์ลึกกับพิมพ์ตื้น ราคาปัจจุบันองค์งามๆ สภาพเดิมๆแบบองค์นี้ ของ เสี่ยธีรวัฒน์ ชัยจิตประเสริฐ เบาะๆก็หลักหมื่นปลาย แพงหน่อยก็ขึ้นหลักแสน

องค์ต่อไป คือ พระคงกรุเก่า วัดพระคงฤๅษี อ.เมือง จ.ลำพูน ของ “พี่หริ” ศิริ คูวิบูลย์ศิลป์ มืออาชีพรุ่นใหญ่ สายตรงพระเครื่องเมืองเหนือ ที่ได้ชื่อเป็นมือ ๑ ของวงการอยู่ถึงวันนี้ แม้อายุมากแล้ว ไม่ค่อยได้เข้าคลุกคลีในวงการเหมือนก่อน แต่ก็ยังไม่วางมือ ยังหาพระเมืองเหนือองค์งามๆ สภาพแชมป์ๆมาให้ชม

อย่างองค์นี้ เห็นแล้วไม่ผิดหวังกับความงามสมบูรณ์ ล่ำสันและสภาพคราบกรุ ที่น้อยองค์จะคงสภาพเดิมๆได้สวยแจ่มจับตาขนาดนี้….จากเหนือไปชายทะเลภาคตะวันออก ดู พระปิดตาพิมพ์เศียรตัด เนื้อยานัตถ์ หลวงปู่ภู่ วัดนอก อ.เมือง จ.ชลบุรี ๑ ในพระปิดตายอดนิยมแถวหน้าของเมืองชลฯ ที่ได้รับการขนานนาม เป็นพระปิดตา ๕ เสือเมืองชล….เป็น พระเนื้อผงคลุกรัก ตำรับพิเศษ ที่ ได้รับความนิยมเรียกว่า “เนื้อยานัตถ์” องค์นี้ ของ เสี่ยกานต์ ขรัวตาแก้ว
เป็น พิมพ์นิยมสูงสุด องค์งามเดิมๆแชมป์แบบนี้ ราคาถึงหลักล้านมานานแร้ว

อีกองค์ เป็นพระดัง พื้นที่ใกล้ๆกัน คือ พระขุนแผนพรายกุมาร พิมพ์เล็กทาบรอนซ์ (ลองพิมพ์) พ.ศ.๒๕๑๕ หลวงปู่ทิม วัดไร่วารี อ.บ้านค่าย จ.ระยอง…เป็น พระพิมพ์ขุนแผน เนื้อผงพรายกุมาร ที่ หลวงปู่ทิม ท่านสร้างยุคแรกๆ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ ระบุชื่อ วัดไร่วารี ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น วัดละหารไร่…ผู้ใช้บูชาบอกกันว่า พระนี้ มีอานุภาพด้านคุ้มครองป้องกันให้แคล้วคลาดภัยสูงและบันดาลโชคลาภได้ตามขอ มีทั้ง พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็กองค์นี้ เป็นพิมพ์นิยมสุด เนื้อนิยมสุดและราคาแพงสุด ของ เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง

สุดท้าย เป็น เครื่องรางของขลัง เรียกว่า สิงห์ตะปบเหยื่อ เนื้องาแกะ พระครูภาวนานุโยค (หลวงพ่อหอม จนฺทโชโต) วัดชากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เครื่องรางงาแกะรูปสิงห์ อีกสำนักที่มีชื่อเสียง ได้รับความนิยมสูงไล่ๆตาม สิงห์หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ มาตลอด จนใช้แทนกันได้…แม้ข้อมูลเลือนราง ไม่รู้ว่า หลวงพ่อหอม ท่านเรียนวิชาสร้าง สิงห์งาแกะ มาจากพระอาจารย์ท่านใด แต่มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ ด้านคุ้มครองป้องกันภัย ถึงคงกระ พันชาตรี แบบมีดไม้ ไม่ได้กินเลือด….ครั้งหนึ่ง มีข่าวใหญ่ที่นักเรียนอาชีวะสองสถาบันยกพวกปะทะกัน ด้วยมีดไม้ หน้า ห้างใหญ่ ในเมือง หลวง เจ้าหน้าที่ต้องระดมพลเข้าระงับเหตุ จับไปควบคุม นั่งขัด สมาธิมือไพล่หลัง เต็มลานจอดรถ ปรากฏว่าหลายคนของฝ่ายหนึ่งเลือดตกยางออก แต่อีกฝ่าย มีเพียงคนบอบช้ำจากการถูกตีถูกฟัน ไม่มีเลือดตกยางออกเลย

พอเป็นข่าวเผยว่า ทุกคนมี สิงห์สาลิกางาแกะ ใช้ ทำให้ชื่อเสียง สิงห์หลวงพ่อหอม เป็นที่กล่าวถึง ได้รับความนิยมมากขึ้นทันที–ตัวนี้ ก็ของ เสี่ยเพชร อิทธิ ที่พิจารณาได้ว่าเป็น สิงห์งาแกะ สร้างพิเศษ ด้วยฝีมือช่างชั้นเยี่ยม เทียบชั้นได้กับฝีมือช่างสร้าง…จึงเป็นได้ว่า ศิษย์สร้างเอง มามอบให้หลวงพ่อปลุกเสก หรือหลวงพ่อท่านเจตนาสร้างเป็น “ตัวครู” ด้วยฝีมือช่างชั้นเยี่ยม โดยฝังพลอยแดง ที่ตา เป็นเอกลักษณ์ของท่าน ที่มีสร้างไว้ทั้งแบบ สิงห์มหาดไทย มอบเฉพาะบุคคล (ราคาสูง) กับ สิงห์สาลิกา ที่สร้างมาก เป็นรุ่นตามวาระต่างๆ (ราคาหลักพัน) โดยคงเอกลักษณ์ “ตาแดง” ไว้เป็นจุดบอกสำนักท่าน….บอกลาท่านผู้ชมด้วย เรื่องปิดท้ายในศูนย์พระใหญ่ชานกรุง ซึ่งมีนักนิยมพระ ๕-๖ คนนั่งคุยกันอยู่ ต่างก็เอาพระที่ใช้ติดตัวออกมาอวด คุยสรรพคุณแข่งกัน….คนหนึ่งใช้ พระสมเด็จบางขุนพรหม ก็ว่าเป็นที่สุดของพระเครื่องใช้คุ้มครองป้องกันได้ครอบจักรวาล อีกคนใช้ พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน บอกว่าเรื่องแคล้วคลาดคงกระพันเป็นที่หนึ่ง ใช้แล้วสบายใจหายห่วง…..n อีกคนอวด พระวัดปากน้ำ ยืนยันว่าอธิษฐานขอเรื่องโรคภัยช่วยหนักเป็นเบาได้เสมอ พอถึง นายสมบัติ ก็บอกว่า ปกติผมใช้ พระวัดพลับ พิมพ์พุงป่องใหญ่ เพราะมีประสบการณ์ชัดเจน ด้านคงกระพันชาตรีมากับตัว ฉีดยาไม่เข้าหลายครั้ง แต่วันนี้ไม่ได้ห้อยมา….เพื่อนก็ถามว่า ทำไม ไม่ใช้แล้วหรือ นายสมบัติ พยักหน้า ไม่ได้ใช้แล้ว เอาพระเก็บไว้บ้าน เพราะไม่เหมาะกับ
ยุคโควิดระบาด เพราะถ้าฉีดยาไม่เข้า ก็ฉีดวัคซีนไม่ได้ ถ้าเกิดติดเชื้อแล้ว วัคซีนก็ไม่มี แถมฉีดยาไม่เข้าอีก อายุป่านนี้แล้ว มีหวังม้วยแน่ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.
สีกาอ่าง