Chonburi Sponsored

แม่สุดทน ลูกชายเมายาเสพติด แจ้งตำรวจจับ จ.ชลบุรี

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

สนามข่าว 7 สี – ยาเสพติดถ้าได้ลองเข้าบ้านใครแล้ว มีแต่สร้างปัญหาและความปั่นป่วน ให้คนในบ้านต้องพลอยทุกข์ใจไปด้วย อย่างเหตุการณ์นี้แม่สุดทน ลูกชายเสพยาเสพติดคลุ้มคลั่งทำร้ายคนในบ้าน จึงแจ้งตำรวจให้มาจับ แต่กว่าจะจับตัวได้ไม่ง่ายเลย

ทันทีที่ชายอายุ 35 ปี เห็นตำรวจ สภ.พนัสนิคม นำกำลังมาพร้อมกับอุปกรณ์ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าควบคุมตัว เขาถึงกับวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว หายไปในความมืด ก่อนจะไปซ่อนตัวอยู่บริเวณไร่มันสำปะหลัง เหตุการณ์เกิดเมื่อเวลา 23.30 น.คืนที่ผ่านมา (6 เม.ย.) บริเวณบ้านหลังหนึ่งอยู่ติดถนนสายพนัสนิคม-เกาะโพธิ์ ตำบลนาเริก อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

โดยก่อนจะเกิดภาพนี้ ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งจากหญิงอายุ 57 ปี ซึ่งเป็นแม่ของผู้ก่อเหตุ ว่าให้มาช่วยเหลือจับตัวลูกชายหน่อย คลุ้มคลั่งอาลวะวาดไม่หยุด คาดว่าเป็นผลมาจากฤทธิ์ยาเสพติด โดยแม่ผู้ก่อเหตุ บอกว่า ลูกชายอายุ 35 ปี เคยถูกจับกุมในคดีครอบครองยาบ้า คดียังอยู่ที่ในชั้นศาล ซึ่งก่อนเกิดเหตุสังเกตเห็นลูกชายมักมีอาการคล้ายคนเมายาเสพติด เดินไปเดินมา ไม่หลับไม่นอน

กระทั่งเมื่อคืนนี้ ตนไปพักอยู่ที่บ้านอีกหลัง ในตำบลสระสี่เหลียม อำเภอพนัสนิคม จู่ ๆ แฟนลูกชายโทรศัพท์มาบอกว่า ลูกชายอาละวาดทำลายข้าวของ เมื่อเธอมาดูก็เห็นลูกชายอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งอย่างหนักอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยระรานทำร้ายคนในบ้าน แถมยังใช้ของแข็งทุบประตูบ้านพังเสียหาย ด้วยจนหนทางแก้แล้วจึงแจ้งตำรวจให้มาจับ แต่กว่าจะจับตัวลูกชายได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ทันทีที่ลูกชายเห็นตำรวจ ตกใจรีบวิ่งหนีออกจากบ้าน ข้ามไปอีกฟากถนน โดยวิ่งหนีไปไกลกว่า 2 กิโลเมตร กระทั่งหมดแรง สิ้นฤทธิ์อยู่ในไร่มันสำปะหลัง ตำรวจจึงบุกเข้าล็อกตัวได้ในที่สุด

ตำรวจคุมตัวชายอายุ 35 ปี ขึ้นรถพาไปโรงพัก เพื่อตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ผลปรากฏว่าปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม