Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

วันอังคาร ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2565, 15.03 น.

ห่างหายจากเส้นทางดนตรีไปเอาดีด้านงานศิลปะ สำหรับนักร้องสาว “นท เดอะสตาร์” นท พนายางกูร แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกมุมที่สาวนทให้ความสนใจมาร่วม 3 ปี คืองานอนุรักษ์ท้องทะเล ที่สอดคล้องกับกิจกรรมสุดโปรดคือ การดำน้ำ พร้อมทุ่มเทให้กับงานด้านการอนุรักษ์ท้องทะเลที่เกาะเต่าอย่างเต็มตัว จนได้ฉายา นางฟ้าเกาะเต่า 

ล่าสุดนักร้องสาว นท พนายางกูร ได้ร่วมทริปกิจกรรมกับกันแดด ALLIE แบรนด์จากประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้โครงการ “ALLIE เปิดท้องทะเลไทย หัวใจรักษ์โลก”  ณ อุทยานใต้ทะเล เกาะขาม สัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยกิจกรรมเริ่มด้วยการร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนมุมมองในการอนุรักษ์ปะการังและท้องทะเลไทยกับ อาจารย์ประสาน แสงไพบูลย์ ผู้คิดค้นวิธีปลูกปะการังเขากวางผ่านท่อพีวีซี ถึงเทคนิควิธีการปลูก ฟื้นฟูปะการังและร่วมปลูกปะการังเขากวางบนท่อพีวีซี พร้อมนำไปวางในจุดปลูกปะการังเกาะขาม ต่อด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากขยะชายฝั่ง ประดิษฐ์ตกแต่งลงบนกรอบรูปเป็นชิ้นงานศิลปะที่สวยงามตามความคิดสร้างสรรค์ของผู้ร่วมกิจกรรม  

นักร้องสาวยังเผยอีกว่า “เริ่มจากเป็นคนชอบดำน้ำแล้วอยากเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม  แค่ไม่กี่ปีปะการังตายไปเยอะมาก จากปัจจัยต่างๆ  ทุกวันนี้เลยไม่ใช่ดำน้ำเพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่ดำเพื่อให้เข้าใจว่า สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร และจะดูแลมันอย่างไรได้บ้าง ถ้านับระยะเวลาที่หันมาทำงานด้านนี้อย่างจริงจังก็ประมาณ 3 ปีแล้ว

กิจกรรมที่ได้มาร่วมกับ ALLIE รู้สึกชื่นชมความใส่ใจและการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมของแบรนด์มาก ซึ่ง ALLIE ได้มีการยกเลิกการใช้สารดูดซับรังสียูวีจำพวก OMC ที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลและปะการัง จึงรู้สึกสบายใจที่สามารถใช้กันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการังและสัตว์ทะเลอย่างแท้จริง ซึ่งพอได้รับการติดต่อให้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จึงได้ตอบรับทันที ยิ่งได้ทดลองกันแดด ALLIE ใช้ระหว่างทำกิจกรรม ทำให้รู้สึกเลยว่ากันแดดได้ดีมาก SPF50+ PA++++ ติดผิวดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ  และยังได้รับความรู้เกี่ยวกับการปลูกและดูแลรักษาปะการัง ซึ่งจะนำไปปรับใช้กับงานอนุรักษ์ที่เกาะเต่าด้วย

 อยากให้มีกิจกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นเยอะๆ เพื่อให้คนเข้าใจถึงความสัมพันธ์และความสำคัญของธรรมชาติ  มนุษย์กับธรรมชาติต้องอยู่ด้วยกันได้  ไม่ใช่มุ่งแต่จะเอาจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่ต้องคืนกลับให้ธรรมชาติด้วย ที่สำคัญ รักตัวเองแล้วอย่าลืมดูแลตัวเองและสิ่งแวดล้อม เพราะเราต้องอยู่กับโลกใบนี้ไปอีกนาน เป็นโลกใบเดียวที่เรามี ถ้าไม่ดูแลเค้า แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน ช่วยกันได้ง่ายๆ เวลาไปเที่ยว เอาอะไรไปต้องเอากลับมาให้หมด อย่าทิ้งไว้  ดูแต่ตามืออย่าจับทุกๆ อย่างใต้ท้องทะเล”

Chonburi Sponsored
อำเภอ สัตหีบ

ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 สัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หาของป่า และประมง การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยเรือเมล์หรือเรือใบ ส่วนทางบกมีแต่ทางเกวียน ถนนไปชลบุรียังไม่มี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นป่ารกทึบ การเดินทางระหว่างเมืองจึงใช้เรือเป็นหลัก ในหมู่บ้านสัตหีบ มีผู้ที่ชาวบ้านนับหน้าถือตามากอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ยายแจง" แกมีฐานะดีมี ที่ดิน เรือ สวน ไร่นามากมาย ตลาดสัตหีบ หนองตะเคียนและโรงเรียนสิงห์สมุทรรวมถึงบริเวณเขาแหลมเทียนอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบในปัจจุบันก็เคยเป็นของแก ต่อมา เมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงฝึกภาคทะเลกับกองเรือและทรงพักที่อ่าวสัตหีบ ทรงเห็นว่าอ่าวสัตหีบเหมาะเป็นที่ตั้งหน่วยเรือ เพราะมีเกาะใหญ่น้อยช่วยกำบังคลื่นลม พระองค์จึงได้บอกถึงพระประสงค์ที่จะใช้บริเวณเขาแหลมเทียนเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ยายแจงก็ยินดีที่จะถวายให้