เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ศูนย์ข่าวศรีราชา – สลดใจ!ครอบครัว ดญ.วัย 6 ขวบเดินขอน้ำซุปคลุกข้าวประทั้งชีวิตเปิดศึกชิงเงินบริจาค พ่อแอบเบิกเงินซื้อเหล้ากินจนเมาซ้ำทำร้ายแม่บาดเจ็บเหตุระแวงมีชู้- แอบใช้เงินคนเดียว เพื่อนบ้านบอกเคยเกือบถูกพ่อ ดญ.บุกบ้านหวังข่มขืนขณะเมามาย ด้านผู้นำท้องถิ่นเร่งตรวจสอบ
จากกรณีที่มีเด็กหญิงวัย 6 ขวบใน จ.ชลบุรี เดินขอน้ำซุปจากร้านขายอาหารตามสั่งเพื่อนำกลับไปคลุกข้าวกินประทังชีวิตพร้อมคนในครอบครัว จนทำให้มีธารน้ำใจหลั่งไหลเข้าช่วยเหลือครอบครัวแห่งนี้ และยังมีผู้ใจบุญช่วยกันบริจาคเงินให้ถึง 600,000 บาทด้วยหวังให้มีเงินใช้จ่ายในสิ่งจำเป็น และเป็นทุนการศึกษาในอนาคต
นอกจากนั้นยังมีประชาชนจำนวนมากและหลายองค์กรในพื้นที่พากันนำสิ่งของอุปโภค-บริโภคเข้าช่วยเหลือเป็นจำนวนนั้น
ล่าสุดในวันนี้ (1 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดปัญหาเรื่องเงินบริจาคกับครอบครัวดังกล่าวแล้วหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุทะเลาะวิวาทบริเวณเพิงพัก ม. 4 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายกัมพล สุขสว่าง กำนันตำบลนาป่า และนายทศพร ยั่งยืน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.ดอนหัวฬ่อ
โดยพบ น.ส.สนิท ชาญพินิจ อายุ 39 ปีซึ่งเป็นแม่ขอเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่เดินขอน้ำซุปจากร้านขายอาหารตามสั่งในสภาพใบหน้าปูดบวม ศรีษะแตก พร้อมบอกว่าได้ถูก นายพรพรม ศิลปมา สามี ใช้ตะหลิวตีและชกต่อยหลายครั้ง เนื่องจากระแวงว่าตนเองจะมีชู้และจะนำเงินบริจาคไปใช้เพียงคนเดียว
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัว นายพรพรม ที่อยู่ในอาการเมาสุราอย่างหนักจนพูดจาไม่รู้เรื่องก่อนนำตัวขึ้นรถไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.เมืองชลบุรี
นอกจากนั้นผู้สื่อข่าวยังได้รับแจ้งจาก น.ส.แต๋น พุ่มจีน อายุ 40 ปี เพื่อนบ้านใกล้เคียงว่าเคยถูก นายพรพรม บุกเข้าไปในบ้านและพยายามที่จะข่มขืนแต่เนื่องจากตนเองต่อสู้ขัดขืนจึงสามารถวิ่งหนีออกมาได้และร้องขอให้เพื่อนบ้านช่วยเหลือ และยังบอกอีกว่า นายพรพรม มักมีพฤติกรรมทุบตีเมียของตนเองอยู่เป็นประจำ
ด้าน นายทศพร ยั่งยืน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บอกว่านอกจากการก่อเหตุทะเลาะวิวาทแล้วยังพบว่า นายพรพรม ซึ่งเป็นพ่อของ ด.ญ.วัย 6 ขวบได้เบิกเงินบริจาคไปซื้อเหล้าดื่มจนเมามาย ซึ่งขณะนี้ตนเองและผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี เป็นให้ตรวจสอบเงินในบัญชีแล้วว่าเหลืออยู่เท่าใด
เนื่องจากแผนบริหารจัดการเงินบริจาคที่กำหนดไว้คือส่วนหนึ่งต้องนำไปใช้ในการสร้างที่อยู่ใหม่ และแบ่งเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กทั้ง 3 คน ส่วนที่เหลือจึงแบ่งไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน