Chonburi Sponsored

น่ากลัว! วงจรปิดจับภาพวินาทีไอโฟนวางไว้เฉยๆ ระเบิดไฟลุกในห้องนอนลูก (คลิป)

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อว่า Jitlada Sritawane โพสต์ข้อความพร้อมภาพวงจรปิด พร้อมกับคลิปวีดีโอภาพจากกล้องวงจรปิดและภาพโทรศัพท์ที่มีรอยไหม้ ระบุข้อความว่า

“เตือนภัยไอโฟนระเบิด สาเหตุไม่รู้เลย ไม่ได้ชาร์จแบตทิ้งไว้นะคะ คลิปจากกล้องวงจรปิดในห้องนอนเด็ก โทรศัพท์วางไว้เฉยๆ มีแสงไฟขึ้นมา1ครั้ง จากนั้นก็ระเบิดเกิดประกายไฟขึ้นระวังกันด้วยนะคะทางที่ดีก่อนนอนเอาไว้ไกลๆตัวดีที่สุด  ถ้าน้องไม่ตื่นมาบอก ถ้าน้องนอนเพลินแล้วประกายไฟไหม้วัตถุอื่นๆ แย่แน่ๆ” 

ต่อมาเมื่อเวลา 21.00 น.  วันที่ 3 เม.ย. 65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ ในตำบลนาเริก อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พบกับนางสาวจิตรลดา ศรีตะเวน อายุ 38 ปี  ผู้เสียหายที่โพสต์ลงโซเชียล พาผู้สื่อข่าวไปดูที่เกิดเหตุบริเวณโต๊ะข้างหัวเตียงห้องนอนของลูกสาว พบบริเวณโต๊ะมีรอยไหม้จากการระเบิดพบโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน7พลัส สภาพพังเสียหายแตกฝาหน้าหลังหลุดออกมาและเป็นรอยไหม้พังเสียหายทั้งเครื่อง

จากการสอบถามนางสาวจิตรลดา ศรีตะเวน อายุ 38 ปี ผู้เสียหายเปิดเผยว่า เมื่อช่วงประมาณตี 1 ที่ผ่านมา ลูกสาววัย 4 ขวบ  มาปลุกตนที่ห้องนอนแต่ตนได้กลิ่นไหม้จากตัวลูกสาว จึงไปดูในห้องลูกสาวก็พบว่าโทรศัพท์มือถือมีรอยไหม้จึงได้เปิดกล้องวงจรปิดดูก็พบว่าโทรศัพท์มือถือระเบิด  แต่ยังโชคดีว่าลูกสาววางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ ห่างจากที่นอน วางไว้เฉยๆโดยที่โทรศัพท์ไม่ได้เสียบสายชาร์จแบตใดๆ ในห้องมีลูกสาววัย 4 ขวบและ 10 ขวบนอนกันอยู่ 2 คน ตนก็ไม่เคยเห็นและเจอเหตุการณ์แบบนี้ เคยได้ยินแต่โทรศัพท์ชาร์จแบตทิ้งไว้แล้วระเบิด จึงไม่ทราบว่าโทรศัพท์เครื่องนี้ระเบิดได้อย่างไร

อยากฝากเตือนคนทั่วไปหรือคนที่มีลูกแล้วให้ลูกเล่นโทรศัพท์มือถือ ควรวางไว้ไกลจากตัวเองหรือที่ปลอดภัยจากที่นอน  เพราะถ้าดูในคลิปวงจรปิด หากวางไว้ตรงที่นอนก็อาจจะเกิดไฟไหม้ได้  ตนจึงนำเรื่องนี้มาโพสต์เตือนภัยไว้เป็นอุทาหรณ์เพราะในปัจจุบันเด็กก็จะใช้โทรศัพท์มือถือเป็นประจำ อาจทำให้ได้รับอันตรายได้  

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม