Chonburi Sponsored

อุตุฯเตือน‘พายุถล่ม’ อากาศแปรปรวนหนัก ฝนลมกระโชก/ลูกเห็บ

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

วันเสาร์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อุตุฯเตือน‘พายุถล่ม’

อากาศแปรปรวนหนัก

ฝนลมกระโชก/ลูกเห็บ

ก่อนอุณหภูมิลดลงฮวบ

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน ฉบับที่ 5 อากาศแปรปรวนไทยตอนบนอากาศร้อน ระวังพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกในบางแห่งส่วนภาคใต้ฝนตกหนัก กทม.และปริมณฑล อากาศร้อน มีฝนฟ้าคะนอง 20% ก่อนอุณหภูมิเย็นลดวูบ 2-4 องศาฯ ส่วนอีสานลด 5-7 องศาฯ

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 5 เรื่อง “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน และฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบถึงวันที่3เมษายน 2565)”ว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและลาวตอนบนแล้วคาดว่าจะแผ่เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ในวันที่ 1 เม.ย. และจะแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนในวันที่ 2 เม.ย. ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงมีฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

เตือนระวังพายุฝน-ลมกระโชก

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงในระยะนี้

อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมประเทศกัมพูชาตอนใต้ มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ในช่วงวันที่ 2–3 เม.ย. 65 ทำให้ลมฝ่ายตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ลพบุรี-พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงวันที่ 31 มี.ค.ถึง1เม.ย.ได้เกิดเหตุการณ์ฝนตกและเกิดวาตภัยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ ต.หนองแขม อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ส่งผลให้เกิดความเสียหายหลายหมู่บ้านล่าสุด นางพิมพรรนี มีจุดเทียร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแขม พร้อมเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสำรวจความเสียหายบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุในครั้งนี้ พร้อมรายงานให้จังหวัดรับทราบและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น

ระยอง-ต้นตะเคียน100ปีหักโค่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดลมพายุพัดถล่ม อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ปรากฎบ้านเลขที่ 82/23 หมู่ 3 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ถูกต้นตะเคียนอายุนับร้อยปีหักโค่นลงมาทับบ้านและรถยนต์ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองบ้านฉาง เข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากการตรวจสอบพบต้นตะเคียนขนาด 2 คนโอบ ล้มทับตัวบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้พังทั้งแถบ กิ่งไม้ขนาดใหญ่ทับทางเข้าตัวบ้านจนมิด ภายในบ้านพบผู้อยู่อาศัยรวม 4 คน ซึ่งยังอยู่ในอาการตกใจ ก่อนพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน คือ ยายอายุ 80 ปี ถูกกิ่งไม้ฟาดศีรษะแตก ส่วนอีก 3 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่พาผู้ประสบภัยทั้ง 4 คน ออกจากตัวบ้าน ก่อนปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากการตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม พบว่ารถเก๋งถูกต้นไม้ทับจนหลังคายุบ

ชลบุรีพายุพัดต้นไม้ทับชาวบ้านเจ็บ

ร.ต.อ.วิรัตน์ ตระกูลไทย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านบึง ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง ว่ามีลมพายุพัดต้นไม้ข้างทางล้มขวางถนน ทำให้ประชาชนถูกต้นไม้ล้มทับได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนถนนสายศูนย์การศึกษาพิเศษ หนองชาก หมู่ 3 ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรีที่เกิดเหตุพบนายทรงศักดิ์ (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 51 ปี ได้รับบาดเจ็บที่แขน ขา ศีรษะด้านขวามีแผลแตก เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาลบ้านบึง

นอกจากนี้ ยังมีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางถนนสายหนองชาก-วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี เจ้าหน้าที่เทศบาลหนองชาก และกู้ภัย ต้องนำเลื่อยยนต์มาตัด นำรถไถมาดันต้นไม้ให้หลบลงข้างทาง น.ส.ศิริวรรณ (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 38 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุมีลมพายุแรงมาก และพัดต้นไม้ริมถนนหักโค่นลงมาหลายต้น เป็นจังหวะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์มาตามเส้นทางนั้นพอดี จึงถูกต้นไม้ล้มทับ นอนหมดสติอยู่กลางถนน

เสาไฟฟ้า13ต้นล้มขวางถนน

ส่วนถนนสาย 349 หนองชาก-พนัสนิคม ใกล้เคียงตลาดหนองเขิน หมู่ 3 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พายุลมฝนยังพัดเอาเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มขวางถนน 13 ต้น ต้องประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบ้านบึง เร่งติดตั้งเสาไฟเป็นการเร่งด่วน

สระแก้ว-บ้านเรือนยับหลายหลัง

พายุฤดูร้อนถล่ม ต.ทุ่งมหาเจริญ และ ต.ตาหลังใน ในพื้นที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว บ้านเรือนพังเสียหายหลายหลัง ต้นไม้หักโค่นล้มทับรถและกีดขวางถนน จากการตรวจสอบพบบ้านของนายสมบัติ กำนันตำบลทุ่งมหาเจริญ หมู่ที่ 13 บ้านเสียหายเกือบทั้งหมด ลมพัดหลังคาปลิวไปเกือบทั้งหลัง และยังมีบ้านประชาชนอีกจำนวนหลาย 10 หลังคาเรือนได้รับความเสียหายเช่นกัน รวมทั้งต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่บ้านคลองตะเคียนชัย บริเวณหน้าวัดล้มทับรถยนต์ขณะวิ่งบนถนน 1 คัน กีดขวางถนนทำให้ตัดขาดการจราจรเส้นทางดังกล่าว เจ้าหน้าที่ต้องระดมเครื่องมือเข้าตัดกิ่งไม้เพื่อเปิดการจราจร ส่วนพื้นที่ ต.ตาหลังใน เบื้องต้นพบ 6 หลังคาเรือน เสียหายหนักบางหลังถูกลมพัดหลังคาเสียหายไปทั้งหมด ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสำรวจให้ความช่วยเหลือ

ปากน้ำ-บ้าน/รร.เสียหายหนัก

นายบุญเพชร วันนา ผอ.สพป.สมุทรปราการเขต 2 น.ส.แววมณี จิตต์อารี ผอ.กลุ่มนโยบายและแผน สพป.สมุทรปราการเขต 2 นายสุทิน แก้วธนมนตรี นายกอบต.เปร็ง ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของโรงเรียนวัดกาหลง ที่ถูกพายุฤดูร้อนถล่ม โดยทางสำนักงาน สพป.สมุทรปราการเขต 2 ทราบว่าโรงเรียนวัดกาหลงถูกพายุฤดูร้อน พัดถล่มได้รับความเสียหาย จึงได้แจ้งไปยัง สพฐ. เช้าวันนี้จึงมาลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ซึ่งพบว่ามีอาคารเรียน ของโรงเรียนจำนวน 2 อาคาร ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังคาเปิดไม่สามารถใช้งานได้ รวมถึงหลังคาโดม สนามที่หน้าโรงเรียน ก็ได้รับความเสียหาย

สำหรับโรงเรียนกาหลง มีเด็กนักเรียน 78 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างช่วงปิดเทอม ไม่มีการเรียนการสอน บุคลากรทางการศึกษา ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้จะเร่งประเมินราคาค่าเสียหาย เพื่อของบประมาณในการซ่อมแซมให้เร็วที่สุด

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม