คะแนนและความนิยมทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากการสำรวจของ “นิด้าโพล” เกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง
จากเดือนธันวาคม 2564 มายังเดือนมีนาคม 2565
ไม่เพียงเป็นคะแนนและความนิยมที่ลดลง โดยมีคะแนนและความนิยมของ นายพิธา ลิ้ม เจริญรัตน์ ทะยานไปอยู่เหนือกว่า
หากคะแนนของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็เกาะมาติดๆ
ทั้งๆ ที่เป็นคะแนนจากการเปิดตัวในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 พรรคเพื่อไทยเมื่อเดือนตุลาคมที่ขอนแก่นเท่านั้น
ยังไม่นับถึงแรงสะเทือนจาก “ครอบครัวใหญ่”
เชื่อได้เลยว่า หากมีการสำรวจอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2565 คะแนนและความนิยมของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะต้องเหนือกว่า
เหนือกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แท้จริงแล้ว สภาวะถอยร่นลงเรื่อยเป็นลำดับมาภายในคะแนนและความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถเข้าใจได้
เมื่อมองผ่านแต่ละ “อาการ” ที่ปรากฏ
ไม่ว่าจะเป็นอาการและผลสะเทือนภายหลังไปเปิดท่าอากาศยานเบตง ไม่ว่าจะเป็นอาการหงุดหงิดที่คนรุ่นใหม่ไม่มีทายาท
ยิ่งมองลึกลงไปยัง “พลังประชารัฐ” ยิ่งน่าใจหาย
เป็นความใจหายซึ่งบางส่วนแยกแตกตัวออกไปเป็น “พรรคเศรษฐกิจไทย” ขณะที่บางส่วนเข้าไปอยู่ในร่มเงาของ “พรรคภูมิใจไทย”
เป็นความคึกคักที่พรรคภูมิใจไทย เป็นความคึกคักที่พรรคเศรษฐกิจไทย
ขณะที่ภายในพรรรพลังประชารัฐเกิดความขัดแย้งแตกแยกระหว่าง “บ้านใหญ่” เมืองชลบุรี กับ “แม่ทัพ” คนใหม่มีความเด่นชัด
อนาคตของ “พลังประชารัฐ” จึงเริ่มไม่แน่นอน
ความไม่แน่นอนอันดำรงอยู่ภายในของพรรคพลังประชารัฐนั้นเอง ทำให้การเคลื่อนไหวของพรรครวมไทยสร้างชาติมีความคึกคัก
เป็นความคึกคักอันเริ่มจาก นายเสกสกล อัตถาวงศ์
ยิ่งเมื่อเชื่อมประสานเข้ากับความตื่นตัวของ “หมู่บ้านคนเสื้อแดง” ภายใต้การกำกับของ นายอานนท์ แสนน่าน ยิ่งเปี่ยมด้วยพลัง
ประสานเข้ากับความจัดเจนของ นายปองพล อดิเรกสาร
จากนั้น จึงนำไปสู่การพยายามที่จะดึงเกียรติภูมิของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เชื่อมร้อยกับชื่อเสียงของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
ดึงพรรครวมพลังประชาชาติไทยเข้าเล่นบทเสริม
ก่อให้เกิดพรรคการเมืองใหม่ที่ผนวกความสำเร็จจากมวลมหาประชาชนเข้ากับความจัดเจนในการสืบทอดอำนาจ
ปลุก “รวมไทยสร้างชาติ” ขึ้นแทนที่ “พลังประชารัฐ”
จากนี้จึงเห็นในความจำเป็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความจำเป็นต้องจัดทัพใหม่นในทางการเมืองสร้างความมั่นใจ
ใต้ซากปรักหักพังของ “พลังประชารัฐ”
เพื่อต้านยันการทะยานขึ้นมาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส
จึงจะมั่นใจในการสืบทอด “อำนาจ” อีกครั้งหนึ่งได้