Chonburi Sponsored

ไม่ทิ้งกัน เปิดภาพรักแท้คุณตาพาคู่ชีวิตขึ้นรถเข็นไปหาหมอ ระยะทางกว่า 3 กม.

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

ภาพของรักแท้ คุณตาวัย 71 ปี นำภรรยาคู่ชีวิต 74 ปี บาดเจ็บที่เท้า ขึ้นรถเข็นไสรถไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ระยะทางรวมกว่า 3 กม.  

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเปิดเผยถึงเรื่องราวชีวิตคู่รักวัยชรา หลังปรากฏภาพเหตุการณ์ขณะ นายบุญมี กลิ่นชื่น อายุ 71 ปี นำนางเยื้อน เหมือนมาโนช อายุ 74 ปี ภรรยาอันเป็นที่รัก ที่ขาขวาได้รับบาดเจ็บถูกของแหลมทิ่มแทง ทำให้ไม่สามารถเดินได้ ใส่รถเข็น 3 ล้อ ออกจากบ้านพักในชุมชนบ่อ 2 ไสไปตามท้องถนนอย่างทุลักทุเล ไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเตาถ่าน ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รวมระยะทางไปกลับกว่า 3 กิโลเมตร จนเป็นภาพที่สุดประทับใจ สะท้อนให้เห็นถึงความรักที่ทั้งคู่มีต่อกัน

นายบุญมี ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวชีวิตว่า ได้รับความเมตตาจากกองทัพเรือ อนุญาตให้ใช้ที่ดินเป็นที่พักอาศัย และที่ทำมาหากิน มานานกว่า 30 ปี ทำให้มีชีวิตอยู่รอดมาจนทุกวันนี้ ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ได้เดินทางไปทำธุระในภาคกลาง ก่อนได้พบรักครั้งแรกกับ นางเยื้อน ที่สถานีรถไฟ จ.นครปฐม กระทั่ง ตกลงปลงใจมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันที่อำเภอสัตหีบ ด้วยการยึดอาชีพเก็บของเก่าเลี้ยงชีพ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

กระทั่งช่วง 1 เดือนก่อนหน้านี้ ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ พาภรรยาซ้อนท้ายตระเวนเก็บของเก่าตามท้องถนนในชุมชนบ้านพลูตาหลวง ได้เกิดอุบัติเหตุถูกรถตู้ชนท้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บบอบช้ำทั้งคู่และรถคู่ใจที่ใช้หาเลี้ยงชีพ ก็พังเสียหายขับขี่ไม่ได้ ด้านคู่กรณีก็ไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้ไม่มีรถออกไปเก็บของเก่าขาย ประกอบกับภรรยาก็มาได้รับบาดเจ็บที่เท้าเดินไม่ได้ จึงได้อุ้มใส่รถเข็นพาส่งหมอรักษาบาดแผล

ผู้สื่อข่าวเปิดเผยว่า เพื่อเป็นการยืนยันในความรักที่ทั้งคู่มีต่อกัน นายบุญมี และนางเยื้อน ได้เกี่ยวนิ้วก้อยสัญญาจะรักคงมั่นต่อกัน และจะไม่ทอดทิ้งกัน ไม่ว่าเกิดปัญหาอุปสรรคใดๆ ก็ตาม แม้ต้องลำบากยากเข็ญ จะขอใช้ชีวิตเคียงคู่ตราบวาระสุดท้ายของชีวิต.

Chonburi Sponsored
อำเภอ สัตหีบ

ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 สัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หาของป่า และประมง การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยเรือเมล์หรือเรือใบ ส่วนทางบกมีแต่ทางเกวียน ถนนไปชลบุรียังไม่มี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นป่ารกทึบ การเดินทางระหว่างเมืองจึงใช้เรือเป็นหลัก ในหมู่บ้านสัตหีบ มีผู้ที่ชาวบ้านนับหน้าถือตามากอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ยายแจง" แกมีฐานะดีมี ที่ดิน เรือ สวน ไร่นามากมาย ตลาดสัตหีบ หนองตะเคียนและโรงเรียนสิงห์สมุทรรวมถึงบริเวณเขาแหลมเทียนอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบในปัจจุบันก็เคยเป็นของแก ต่อมา เมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงฝึกภาคทะเลกับกองเรือและทรงพักที่อ่าวสัตหีบ ทรงเห็นว่าอ่าวสัตหีบเหมาะเป็นที่ตั้งหน่วยเรือ เพราะมีเกาะใหญ่น้อยช่วยกำบังคลื่นลม พระองค์จึงได้บอกถึงพระประสงค์ที่จะใช้บริเวณเขาแหลมเทียนเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ยายแจงก็ยินดีที่จะถวายให้