ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. 65 ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ หลายหน่วยงานเริ่มเตรียมพร้อมบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำทั้งอุปโภคและบริโภค การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่มีส่วนสำคัญในการบริหารจัดการเรื่องน้ำ มีสาขาอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เบื้องต้นประเมินไว้ว่าปีนี้อาจจะประสบปัญหาภัยแล้งจนส่งผลกระทบทั่วประเทศ แต่ กปภ.ยังคงจ่ายน้ำประปาได้ตามปกติ
“สมบูรณ์ สุนันทพงศ์ศักดิ์” ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ก่อนอำลาตำแหน่งในสัปดาห์นี้ว่า เมื่อเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา ได้ประเมินสถานการณ์น้ำจาก กปภ. 234 สาขาที่ให้บริการน้ำประปา 74 จังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ยังจ่ายน้ำประปาในฤดูแล้งได้ตามปกติ ยกเว้นพื้นที่คาดการณ์ว่าจะต้องเฝ้าระวังการขาดแคลนน้ำ ได้แก่ ภาคเหนือ 8 จังหวัด (9 สาขา) ภาคกลาง 6 จังหวัด (9 สาขา) ภาคใต้ 6 จังหวัด (11 สาขา) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด (14 สาขา) ภาคตะวันตก 1 จังหวัด (2 สาขา) ภาคตะวันออก 2 จังหวัด (2 สาขา)
ขณะเดียวกันมีแนวทางการรับมือภัยแล้งปี 2565 อยู่ 3 ด้าน 1.ด้านแหล่งน้ำโดยสำรวจและประเมินแหล่งน้ำดิบที่ กปภ.ใช้อยู่ในปัจจุบัน เฝ้าติดตามรายงานสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และสำรวจแหล่งน้ำอื่นในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองในกรณีที่เกิดการขาดแคลนน้ำดิบ ทั้งจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์สำหรับสูบน้ำหรือชักน้ำเข้าสระเก็บน้ำ จากแหล่งน้ำดิบต้นทางหรือตามรอบเวรการส่งน้ำของกรมชลประทานในแต่ละพื้นที่ เป็นต้น
2.ด้านการผลิตและจ่ายน้ำ โดยดำเนินการผลิตและจ่ายน้ำเป็นช่วงเวลาหรือลดอัตราการผลิตและจ่ายน้ำหากจำเป็น เพื่อรักษาปริมาณน้ำดิบที่มีอยู่ให้สามารถผลิตน้ำประปาได้ตลอดฤดูแล้ง จัดเตรียมบุคลากรและเครื่องมือให้เพียงพอต่อการใช้งาน ประสานงานกับท้องถิ่น กปภ.สาขาใกล้เคียง และกรมชลประทาน เพื่อเตรียมความพร้อมสำรองน้ำไว้ในช่วงขาดแคลนทั้งอุปโภคบริโภค
3.การช่วยเหลือประชาชน โดย กปภ.สาขาที่ไม่ได้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำรุนแรง แต่พื้นที่ข้างเคียงประสบปัญหาดังกล่าว อาจให้ความช่วยเหลือด้วยการจ่ายน้ำประปาโดยไม่คิดมูลค่า ในกรณี กปภ.สาขาที่ไม่มีน้ำดิบเหลือเพียงพอสำหรับการผลิตน้ำประปา ให้ใช้รถบรรทุกน้ำไปรับน้ำประปาจาก กปภ.สาขาใกล้เคียงนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ตลอดจนแนะนำให้ประชาชนจัดเตรียมภาชนะเพื่อเก็บสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง
ทั้งนี้ การประปาส่วนภูมิภาคร่วมกับกองทัพบกและอีก 3 หน่วยงาน ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ให้ท้องถิ่นมารับน้ำฟรีได้ทุกสาขา โดยขอให้หน่วยงานส่งหนังสือแจ้งความประสงค์ขอรับน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชน พร้อมระบุหมายเลขทะเบียนรถบรรทุกน้ำด้วย เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสนำน้ำไปจำหน่าย
© Matichon ภาพประกอบข่าว
นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายประปา เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ 3 จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง รองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มกำลังผลิตน้ำประปารวม 528,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพิ่มผู้ใช้น้ำประมาณ 270,000 รายหรือประมาณ 750,000 คน จะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมผลิตและให้บริการน้ำประปาประมาณปี 2566 ได้แก่ โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายประปา พัทยา-แหลมฉบัง-ศรีราชา ระยะที่ 1-2 รองรับเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) บริเวณอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายประปา ชลบุรี-พนัสนิคม ระยะที่ 1 รองรับพื้นที่เมืองศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ โครงการบ้านฉาง รองรับเขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก (EEC-A) บริเวณสนามบินอู่ตะเภา จังหวัดระยอง และเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (EEC-H) ตลอดแนวเส้นทางของโครงการตั้งแต่ดอนเมืองถึงสนามบินอู่ตะเภา
โครงการพนมสารคาม-บางคล้าฯ รองรับเมืองใหม่ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นเมืองน่าอยู่รองรับการเติบโตของกรุงเทพฯฝั่งตะวันออกและสมาร์ทซิตี้ และมีโครงการพัทยา-แหลมฉบัง-ศรีราชา กับโครงการชลบุรี-พนัสนิคม ระยะที่ 2 ที่อยู่ระหว่างขอจัดสรรงบประมาณและแหล่งน้ำจากกรมชลประทาน
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายประปารองรับ EEC ของ กปภ. จำเป็นต้องมีแหล่งน้ำดิบสำหรับนำมาใช้ผลิตน้ำประปาอย่างเพียงพอ ซึ่ง กปภ.ต้องพึ่งพาหน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำที่สำคัญ ได้แก่ กรมชลประทานให้ช่วยจัดหาแหล่งน้ำ อาทิ
1) โครงการสูบผันน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์-คลองใหญ่-หนองปลาไหล เพื่อจัดสรรน้ำดิบจำนวน 35 ล้าน ลบ.ม./ปี ให้ กปภ.ใช้ผลิตน้ำประปาตามโครงการพัทยา-แหลมฉบัง-ศรีราชา (ระยะที่ 1-2) ปี 2559 ปัจจุบันกรมชลประทานก่อสร้างแล้วเสร็จและได้มีการสูบผันน้ำมาใช้บางส่วนแล้ว
2) โครงการสูบผันน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองค้อ-บางพระเพื่อจัดสรรน้ำดิบจำนวน 70 ล้าน ลบ.ม./ปี ให้ กปภ.ใช้ผลิตน้ำประปาตามโครงการพัทยา-แหลมฉบัง-ศรีราชา ปี 2563 และโครงการชลบุรี-พนัสนิคม (ระยะที่ 2) ปี 2563 ปัจจุบันกรมชลประทานอยู่ระหว่างขั้นตอนขอรับจัดสรรงบประมาณปี 2566
Microsoft และคู่ค้าอาจได้รับค่าคอมมิชชันหากคุณซื้อบางสิ่งผ่านลิงก์ที่แนะนำในบทความนี้