หลัง ศบค.ปรับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 รับช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเดือนหน้า ซึ่งมีทั้งการกำหนดกิจกรรมที่จัดได้ จัดไม่ได้ ปรับสีพื้นที่ต่างๆ แต่ปัจจุบันไทยยังพบผู้ติดเชื้อยืนยันในทุกจังหวัด รวมกว่า 2.5 หมื่นคน
ติดเชื้อลดแต่ตายพุ่ง
ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 25,804 คน ติดเชื้อในประเทศ 25,720 คน จากเรือนจำ 58 คน มาจากต่างประเทศ 26 คน หายป่วยเพิ่ม 18,801 คน อยู่ระหว่างรักษา 237,519 คน อาการหนัก 1,414 คน ใส่เครื่องช่วยหายใจ 512 คน ขณะที่ผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 87 คน ซึ่งสูงสุดในรอบสัปดาห์ แยกเป็นชาย 48 คน หญิง 39 คน อายุ 60 ปีขึ้นไป 59 คน มีโรคเรื้อรัง 24 คน ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 3,328,973 คน ยอดหายป่วยสะสม 3,067,292 คน ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 24,162 คน
กทม.ป่วย–ตายไม่แผ่ว
ศบค.รายงานด้วยว่า ยังคงพบผู้ติดเชื้อในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดย 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กทม. 3,335 คน นครศรีธรรมราช 1,629 คน ชลบุรี 1,420 คน สมุทรปราการ 928 คน สมุทรสาคร 867 คน นครปฐม 642 คน ร้อยเอ็ด 623 คน นนทบุรี 586 คน นครราชสีมา 551 คน ราชบุรี 545 คน ส่วนจังหวัดที่พบผู้ป่วยเสียชีวิตสูงสุดยังได้แก่ กทม.15 ศพ ตามด้วย สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครราชสีมา ราชบุรี และสุราษฎร์ธานี ที่มีผู้เสียชีวิต 4 ศพเท่ากัน ส่วนการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ฉีดได้เพิ่ม 269,172 โดส รวมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.2564 ฉีดสะสม 127,068,984 โดส

ยังใช้ยาฟาวิฯรักษาโควิด
ต่อมา นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงแนวทางการใช้ยารักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศไทยว่าโรคโควิด-19 เป็นโรคอุบัติ ใหม่ ตั้งแต่เริ่มการระบาดปี 2563 ยังไม่มียารักษา แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขต้องหาวิธีบรรเทาอาการป่วยทุกทาง โดยนำยาต้านไวรัสที่มีอยู่เดิมและมีการขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการอาหารและยาว่าปลอดภัยมาใช้กับผู้ป่วย ในช่วงแรกมีการใช้ยาต้านไวรัสเอดส์และยารักษาไข้หวัดใหญ่ ก็สามารถรักษาผู้ป่วยให้ดีขึ้น จนพบว่ายาฟาวิพิราเวียร์ซึ่งขึ้นทะเบียนกับ อย.ในการรักษาไข้หวัดใหญ่ เป็นยาที่รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ให้ดีขึ้น เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลพบว่ารักษาได้ผลดี ทั้งเป็นยาที่สามารถหามาเพื่อนำรักษาคนไข้จำนวนมากๆได้
หายาช่วงระบาดได้ราคาไม่แพง
นพ.โอภาสกล่าวอีกว่าหลักการให้ยากับคนไข้นั้น แพทย์จะพิจารณายาที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีผลข้างเคียง และเหมาะกับคนไข้แต่ละราย และเมื่อมีการระบาดในวงกว้าง การให้ยาต้องคำนึงถึงสถานการณ์การระบาดด้วย กรณีผู้ป่วยมีจำนวนเป็นแสนและล้าน จะต้องคำนึงถึงการจัดหายา ซึ่งเราพบว่ายาฟาวิพิราเวียร์เป็นยาที่เราสามารถจัดหาได้ในราคาไม่แพง โดย มีการศึกษาวิจัยยืนยันว่าการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ตั้งแต่เนิ่นๆในกลุ่มคนที่มีอาการไม่รุนแรง ลดโอกาสที่จะเกิดอาการรุนแรง และหายกลับบ้านใช้ชีวิตตามปกติได้
ย้ำประสิทธิภาพยาได้ผลดี
อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวถึงผลการศึกษาการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ว่า ศูนย์วิจัยทางคลินิก โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศึกษาการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในคนไข้ 23 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มรับยาฟาวิพิราเวียร์ กับกลุ่มที่ไม่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ โดยกลุ่มให้ยา จะได้ขนาด 1,800 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ในวันแรก ต่อด้วยขนาด 800 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ในวันต่อมาผลการศึกษา 14 วันพบว่า กลุ่มรับยาฟาวิพิราเวียร์มีอาการที่ดีขึ้นร้อยละ 79 เมื่อเทียบกับกลุ่มไม่ได้รับยา ซึ่งเป็นอาการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นตั้งแต่วันที่ 2 ของการรักษา ปริมาณไวรัสมีต่ำกว่ากลุ่มไม่ได้รับยา ดังนั้นจึงควรให้เริ่มให้ยานี้ให้เร็ว และเหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการรุนแรง
วอนอย่าด้อยค่ายาฟาวิฯ
“ประเทศไทยใช้ยาฟาวิพิราเวียร์รักษาผู้ป่วยจำนวนมากกว่า 1 ล้านคนแล้ว สามารถลดการเสียชีวิต ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ช่วยลดการระบาดเพราะเชื้อไวรัสในคนไข้ลดลงเร็ว จึงอยากให้ประชาชนเชื่อมั่นในสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ เชื่อมั่นในยา อย่าด้อยค่ายาที่รักษา เราเคยมีปัญหาการด้อยค่าวัคซีน ทำให้ประชาชนหลายคนเสียโอกาสในการรับวัคซีน หลายคนกลัวจนไม่ไปรับวัคซีน ที่น่าเสียใจคือหลายคนเสียชีวิตจากการไม่ได้รับวัคซีน” นพ.โอภาสกล่าว
เตรียมนำเข้าแพกซ์โลวิด
ด้าน นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมียาที่รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้แก่ 1.ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นยากิน สำหรับผู้ป่วยอาการเล็กน้อยถึงปานกลางในเด็กและผู้ใหญ่ และกลุ่มเสี่ยง หญิงตั้งครรภ์ไตรมาส 2 และ 3 ราคา 800 บาทต่อหนึ่งคอร์สการรักษา 2.ยาเรมดิซิเวียร์ เป็นยาที่ให้ทางหลอดเลือดดำ สำหรับผู้ป่วยอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ในเด็กและผู้ใหญ่ และกลุ่มเสี่ยง หญิงตั้งครรภ์ในทุกไตรมาส ราคา 1,512 บาท ต่อคอร์สการรักษา 3.ยาโมลนูพิรา เวียร์ เป็นยากิน สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการน้อยถึงปานกลาง เน้นกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ราคา 10,000 บาท ต่อคอร์สการรักษา และ 4.ยาแพ็กซ์โลวิด เป็นยารับประทาน สำหรับผู้มีอาการน้อยถึงปานกลางเน้นกลุ่มเสี่ยง ราคา 10,000 บาทต่อคอร์สการรักษา เป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูง คาดว่ากลางเดือน เม.ย. จะนำเข้ามาได้ การให้ยาแต่ละชนิดมีแนวทางการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาที่เหมาะสมในแต่ละคน

กลุ่มเสี่ยงอย่าลังเลฉีดวัคซีน
วันเดียวกัน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า การรับวัคซีนโควิด-19 เป็นไปโดยสมัครใจ จะเลือกวัคซีนชนิดใด สามารถทำได้ การให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีน ประโยชน์ในการได้รับวัคซีน และอาการไม่พึงประสงค์ การตัดสินใจอยู่กับผู้รับ ไม่ได้มีการบังคับ โดยคำนึงถึงน้ำหนักของประโยชน์และความเสี่ยงมาเปรียบเทียบกัน จะข้ามถนนที่สีลม ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น มีแน่นอน ความจำเป็นที่จะต้องข้ามถนน ก็ต้องตัดสินใจ ความเสี่ยงในการข้ามถนนที่สีลมอาจจะมีมากกว่าความเสี่ยงจากการได้รับวัคซีน กลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะที่เราเรียกว่า 608 คือผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เมื่อติดเชื้อโควิค-19 จะทำให้เกิดความรุนแรง ต้องนอนโรงพยาบาล หรืออาจจะเข้าไอซียูและอาจทำให้ถึงชีวิตได้ ดังที่เราเห็นยอดการเสียชีวิตทุกวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวเรื้อรัง กลุ่มดังกล่าวจึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการป้องกัน และดูแลเป็นพิเศษ สิ่งหนึ่งในการลดความรุนแรงคือวัคซีน ทั่วโลกขณะนี้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 11,000 ล้านโดส วัคซีนขณะนี้มีเพียงพอให้เลือกชนิดของวัคซีนได้เลย เราจะต้องอยู่กับโควิด-19 จำเป็นที่จะต้องลดความสูญเสียให้น้อยที่สุด
“เอ๋–มณีรัตน์” ติดโควิด
นอกจากนี้ มีรายงานคนในวงการบันเทิงประกาศติดโควิดเพิ่ม โดยเมื่อช่วงดึกวันที่ 18 มี.ค.นักแสดงสาว “เอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วน” แจ้งผลตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด พร้อมตรวจ RT-PCR ยืนยันผลพบเชื้อโควิด-19 เร่งแจ้งผู้ใกล้ชิด และขอโทษผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยมีเพื่อนในวงการบันเทิงและแฟนคลับแห่ให้กำลังใจ โดยเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา เอ๋-มณีรัตน์ เพิ่งเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กับมะปราง-กุลภัสสรณ์ เสณีตันติภากุล ขณะที่คุณพ่อป้ายแดง บอย-พิษณุ นิ่มสกุล นักร้อง นักแสดง และพิธีกรแจ้งผ่านไอจีส่วนตัวว่าภรรยา อแมนด้ามีอาการไม่สบายและไปตรวจ RT-PCR พบติดเชื้อโควิด แต่ตนเองและน้องเฟรยาลูกสาว ตรวจไม่พบเชื้อ แต่งงภรรยาติดได้ยังไงเพราะแทบไม่ได้ไปไหนมาเลย แค่ออกไปซื้อของให้ลูกสาววันอาทิตย์ที่ผ่านมาวันเดียว และตอนนี้เข้ารักษาตัวแบบ Home isolation แล้ว
สูงวัยติดเชื้อตายต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วประเทศ ปรากฏว่ามีหลายจังหวัดที่ยังน่าห่วง เพราะถึงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง แต่มีผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเดินหน้าฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กลุ่ม 608 โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง โดย จ.สุพรรณบุรี พบ ผู้ป่วยรายใหม่ 490 คน ผู้ป่วยเสียชีวิต 2 ศพ ที่ อ.สองพี่น้อง และ อ.ด่านช้าง ส่วนที่ จ.ระยอง พบผู้ป่วยเพิ่มมาอีก 480 คน และเสียชีวิต 1 ศพ เป็นหญิง วัย 73 ปี ชาว อ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะที่ จ.พะเยา เจอผู้ติดเชื้อใหม่ 52 คน เสียชีวิตเพิ่ม 2 ศพ และที่เมรุวัดบุญบาลประดิษฐ์ ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ฝ่ายป้องกันและควบคุมโรคโรงพยาบาลชุมแพ ร่วมกับ จนท.กู้ภัยเต็กก่า “จีแช เกาะ” นำร่างผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาฌาปนกิจในทันทีโดยไม่มีพิธีสวดศพ โดยผู้เสียชีวิต เป็นหญิง อายุ 94 ปี ชาวชุมชนหนองตาไก้ ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ ญาติเปิดเผยว่า ปกติผู้ตายเป็นคนแข็งแรง แม้จะมีโรคประจำตัวหลายอย่าง รับประทานอาหารได้เป็นปกติ ได้รับวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว 2 เข็ม ต่อมามีอาการตัวร้อน เป็นไข้ ไอและเจ็บคอ ตรวจพบติดเชื้อโควิดเมื่อวันที่ 11 มี.ค. จึงเข้ารับการรักษาที่ รพ.ชุมแพได้ 8 วันก็เสียชีวิต
โคราชคาดผู้ป่วยใหม่พุ่งอีก
ที่ จ.นครราชสีมา พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แยกเป็นตรวจ RT-PCR 462 คน ATK 1,284 คน มาจากคลัสเตอร์เกี่ยวเนื่องงานศพ โรงเรียน 3 แห่ง สถานสงเคราะห์ งานบวช คนในครอบครัว ชุมชน พนักงานบริษัทเอกชนและโรงงาน มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 3 ศพ รายแรกเป็นชาย อายุ 58 ปี ชาว ต.โนนยอ อ.ชุมพวง รายที่สองเป็นชาย อายุ 64 ปี ชาว ต.กุด จอก อ.บัวใหญ่ ทั้งสองคนมีประวัติไม่ได้ฉีดวัคซีน และรายที่สามเป็นชาย อายุ 74 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ได้รับวัคซีนแอสตราฯ 2 เข็ม และไฟเซอร์เป็นเข็มกระตุ้น ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ประธานคณะกรรมการฯ ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มข้น เข้มแข็ง รวมถึงการเพิ่มความถี่ในการระวังป้องกันขึ้น เนื่องจากคาดการณ์การติดเชื้อสูงมากต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ตลอดเดือนเมษายนนี้
งดจัดมหรสพยาวถึงสิ้น มี.ค.
ด้าน จ.นครพนม พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 59 คน และคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดนครพนม ยังมีมาตรการห้ามร้านค้าร้านอาหารจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดดื่มในร้าน งดจัดคอนเสิร์ต แสดงดนตรีหมอลำ รถแห่ รำวง ส่วนการจัดกิจกรรมที่มี การรวมคนไม่เกิน 200 คน ต้องขออนุญาตจากทางอำเภอ มีผลบังคับใช้ยาวไปถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565 นอกจากนี้ ยังได้ประสานทางหน่วยงานสาธารณสุขอำเภอทั้ง 12 อำเภอ ทีม อสม.ตรวจสอบ คัดกรอง หาผู้ป่วยต่อเนื่องวันต่อวัน

โวยฉวยโอกาสขึ้นราคา ATK
สำหรับ จ.พัทลุง ที่กลับมาน่าเป็นห่วง เมื่อจำนวนผู้ป่วยเสียชีวิตพุ่งสูงขึ้น โดยข้อมูล ณ วันที่ 18 มี.ค.2565 พบผู้ป่วยพุ่ง 485 คน ส่วนใหญ่อยู่ใน อ.เมืองพัทลุง จำนวน 143 คน รองลงไปเป็น อ.ควน ขนุน 75 คน และ อ.ป่าบอน 59 คน และมีผู้เสียชีวิต พุ่งถึง 6 ศพ ขณะที่ตาม รพ.ต่างๆมีประชาชนเข้ามารับการตรวจ ATK จนแน่นทุกโรงพยาบาล เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ร้านค้าบางรายก็ได้ฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาชุดตรวจ ATK โดยขายราคาชุดละ 100 บาท หรือ แพงกว่านั้น แต่ชาวบ้านต้องจำใจซื้อมาตรวจเองที่บ้าน เพราะไม่อยากไปตรวจที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีคนหนาแน่นและเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค
ไม่ติดใจแต่ให้คนทำขอโทษ
ส่วนกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Aom Horarat โพสต์ภาพลูกสาวที่มีเลือดไหลออกทางจมูก พร้อมข้อความ เชิงตำหนิโรงพยาบาลที่ไปตรวจยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 แบบเสียเงินเอง แต่คนตรวจทำแรงมาก จนเลือดออกทางจมูกทั้งตัวเองและลูกสาว ต่อมาผู้สื่อข่าวไปพบผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวคือนางพรทิพย์ บุญสีลาภ อายุ 32 ปี เปิดเผยว่าเมื่อเช้าวันที่ 17 มี.ค. พาลูกสาววัย 5 ขวบไปตรวจ
RT-PCR ที่โรงพยาบาลสงขลา และเมื่อถึงคิว ตอนแรกมีหมอกับพยาบาลเถียงกันว่าให้ลูกหรือแม่แยงจมูกก่อนเถียงไปเถียงมาสรุปว่า หมอเป็นคนแยงจมูกให้แม่ก่อน แต่เมื่อถึงคราวลูก หมอคนนั้นได้แยงจมูกลูกแต่ด้วยความแรงลูกสาวจึงร้องและมีเลือดออกที่จมูกจำนวนมาก จึงถ่ายภาพลูกส่งให้สามีดู และโพสต์เฟซบุ๊กดังกล่าว แต่หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลติดต่อมาขอโทษพร้อมกับนำกระเช้ามาให้และยังคืนเงินค่าตรวจ 2 คน รวมเป็นเงิน 3,600 บาทและบอกว่าหมอคนนั้นโรงพยาบาลเพิ่งรับเข้ามาใหม่ หลังจากนี้จะพัฒนาให้ดีขึ้น และถ้าหากน้องมีปัญหาด้านจมูกให้ติดต่อทางโรงพยาบาลได้ ทางโรงพยาบาลจะรับผิดชอบเองทั้งหมด ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับทางโรงพยาบาลแล้ว แต่อยากได้คำขอโทษจากคุณหมอที่เป็นคนแยงจมูกให้โดยตรง
เด็กใส่ชุดเก่งมาฉีดวัคซีน
ขณะที่โรงยิมเนเซี่ยม 4,000 ที่นั่ง ศูนย์กีฬาสะพานหิน ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งใช้เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไป ตลอดจนเด็กอายุระหว่าง 5-11 ปี โดยแต่ละวันจะมีเป้าหมาย 1,000-1,500 คน เป็นการฉีดเข็มที่ 2 ให้กับเด็กๆ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน เนื่องจากมีเด็กบางคนสวมชุดที่ตัวเองรักและชื่นชอบมาฉีดวัคซีน เช่น ชุดตำรวจ ที่มีการพกปืนพลาสติกคู่ใจและกุญแจมือเหน็บเอวมาด้วย รวมถึงชุดจากซีรีส์ดัง “สควิดเกมส์” เป็นต้น สร้างสีสันให้กับการฉีดวัคซีนเป็นอย่างมาก สามารถลดความกดดันและความเครียดให้กับเด็กๆที่กลัวเข็มฉีดยาได้เป็นอย่างดี
จีนเจอโควิดคร่า 2 ศพแรกในรอบปี
วันเดียวกัน ทางการจีนรายงานมีผู้เสียชีวิต 2 คน จากโรคโควิด-19 เป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี โดยผู้เสียชีวิตทั้งคู่เป็นผู้ป่วยในมณฑลจี๋หลิน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน มีพรมแดนติดกับเกาหลีเหนือและรัสเซีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดในขณะนี้ ด้วยยอดผู้ติดเชื้อสูงถึงร้อยละ 78 ของผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นผู้สูงวัยที่ไม่ระบุอายุ ส่วนอีกรายอายุมากกว่า 60 ปี ทั้งคู่มีอาการของโรคโควิด-19 ไม่รุนแรง แต่มีโรคประจำตัว ทำให้มียอดรวมผู้เสียชีวิตในประเทศจำนวน 4,638 คน ขณะที่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ได้รับการยืนยันเพิ่มอีก 2,228 คน ลดลงเล็กน้อยจาก 2,416 คน รวมจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันแล้วทั้งหมด 128,462 คน